A-10 Thunderbolt II เหตุใดกองทัพอากาศจึงเกลียด

A-10 Thunderbolt II เหตุใดกองทัพอากาศจึงเกลียด

หากพูดถึงเครื่องบินรบที่เป็น "ลูกรัก" ของทหารราบ แต่เป็น "ลูกชัง" ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ คงไม่มีลำไหนโดดเด่นไปกว่า A-10 Thunderbolt II หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "วอร์ทฮ็อก" (Warthog) เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์แต่ทรงพลังที่สุดในโลก อะไรคือสาเหตุที่ทำให้กองทัพอากาศพยายามปลดประจำการมันมาตลอดหลายทศวรรษ?

1. กำเนิดจากความล้มเหลว: บทเรียนราคาแพงจากสมรภูมิเวียดนาม
ในยุค 1960 กองทัพอากาศสหรัฐฯ หลงใหลในเทคโนโลยีความเร็วเหนือเสียงและขีปนาวุธ จนละเลยภารกิจสนับสนุนทางอากาศโดยตรง (Close Air Support - CAS) แต่เมื่อเผชิญกับสงครามเวียดนาม เครื่องบินเจ็ตราคาแพงกลับทำงานได้ไม่ดีในป่าดิบชื้น เพราะบินเร็วเกินไปจนมองไม่เห็นเป้าหมาย และเปราะบางต่อปืนต่อสู้อากาศยานพื้นฐาน

ด้วยเหตุนี้ โครงการ A-X Program จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างเครื่องบิน "นักฆ่ารถถัง" ที่ต้องบินช้า บินนาน และทนทานต่อการถูกยิงอย่างหนักหน่วง เพื่อเตรียมรับมือกับกองทัพรถถังโซเวียตที่อาจทะลักเข้าสู่ยุโรปในสงครามเย็น

2. GAU-8 Avenger: เมื่อเครื่องบินถูกสร้างขึ้นเพื่อ "โอบกอดปืน"
จุดเด่นที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของ A-10 คือปืนใหญ่อากาศ GAU-8 Avenger ขนาด 30 มิลลิเมตร ที่มีขนาดใหญ่เท่ารถเต่าโฟล์คสวาเกน ปืนกระบอกนี้มีแรงสะท้อน (Recoil) มหาศาลจนวิศวกรต้องติดตั้งล้อหน้าให้เยื้องไปทางขวาเพื่อให้ลำกล้องปืนอยู่กึ่งกลางลำตัวพอดี

กระสุนที่ใช้คือ Depleted Uranium (ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ) ที่มีความหนาแน่นสูง สามารถเจาะทะลุเกราะรถถังทุกชนิดในโลก และสร้างเสียงคำราม "Brrrrt" อันเป็นเอกลักษณ์ที่ศัตรูขนานนามว่า "เสียงกระซิบแห่งความตาย"

3. ปรัชญาการออกแบบที่ "ไร้ความเป็นอเมริกัน"
ในขณะที่เครื่องบินรบอเมริกันส่วนใหญ่เน้นความสง่างาม ความเร็ว และการล่องหน (Stealth) แต่ A-10 กลับเลือกทางตรงกันข้าม:

อ่างอาบน้ำไทเทเนียม: นักบินนั่งอยู่ในเกราะไทเทเนียมหนาที่ทนกระสุนขนาด 23 มม. ได้โดยตรง

ระบบสำรอง Manual Reversion: แม้ระบบไฮดรอลิกจะพังหมด แต่นักบินยังสามารถใช้ "สายเคเบิล" บังคับเครื่องบินกลับฐานได้ด้วยแรงกาย

เครื่องยนต์แยกห่าง: เพื่อป้องกันไม่ให้การระเบิดของเครื่องยนต์หนึ่งทำลายอีกเครื่องยนต์หนึ่ง

4. ความขัดแย้งในกองทัพ: ทำไมกองทัพอากาศถึงอยากโละ A-10?
ความเกลียดชังนี้มาจาก "ความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์" กองทัพอากาศมองว่า A-10 คือไดโนเสาร์ที่ล้าสมัย มันจะกลายเป็นเป้านิ่งทันทีเมื่อเจอกับระบบป้องกันภัยทางอากาศสมัยใหม่ (SAM) อย่าง S-400 ของรัสเซีย

นอกจากนี้ กองทัพอากาศต้องการงบประมาณไปลงกับ F-35 Lightning II ซึ่งเป็นเครื่องบินสเตลธ์ที่ทันสมัยกว่า แต่ฝ่ายสนับสนุน A-10 โต้แย้งว่า F-35 ไม่สามารถบินต่ำและวนคอยท่าได้นานเท่า A-10 และไม่มีหัวใจของความเป็นนักรบที่พร้อมจะ "คลุกฝุ่น" ไปกับทหารราบ

5. บทสรุป: มรดกของอสูรกายที่ฆ่าไม่ตาย
แม้จะมีแผนปลดประจำการหลายครั้ง แต่ผลงานในสงครามอ่าวเปอร์เซียและสงครามในตะวันออกกลางได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีเครื่องบินลำไหนแทนที่ A-10 ได้ในภารกิจ CAS ปัจจุบัน A-10C ได้รับการอัปเกรดระบบดิจิทัลและอาวุธนำวิถีแม่นยำสูง ทำให้มันยังคงเป็น "เทวดาคุ้มครอง" ของทหารราบต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2030

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่