ไม่เขียนถึงหนังเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็บันทึกไว้ให้ตัวเองอ่านว่าเราประทับใจกับหนังเรื่องนี้มากแค่ไหน ก่อนอื่นให้คะแนนก่อนเลย จขกท. ให้แค่ 1,000,000 เต็ม 10 พอครับ หนังอะไรแค่คำว่า "ดี" ไม่พอแล้วครับ ดูไปน้ำตาไหลไป เดินตาบวมออกมาจากโรงไม่เกินจริงครับ หนังกำกับโดย ผกก.หญิงเก่งชาวญี่ปุ่น อย่าง Hikari เจ้าของผลงานที่คนไทยบางส่วนชื่นชอบอย่าง 37 Seconds
หนังพูดถึงนักแสดงฟรีแลนซ์ชายชาวอเมริกัน ชื่อว่า ฟิลลิป (Brenden Fraser) เขาตัดสินใจย้ายตัวเองออกมาเผชิญโชคที่ประเทศญี่ปุ่นได้ 7 ปีแล้ว กิจวัตรประจำวันของเขาก็คือเดินสายแคสท์งาน หวังว่าสักวันจะได้บทดี ๆ ใหญ่ ๆ เพื่อที่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้แก่ชีวิตตัวเองได้บ้าง หากแต่บทที่ได้ก็เป็นเพียงตัวประกอบเล็ก ๆ ที่ได้เงินเพียงแค่พอยาไส้ พอกินพอใช้ เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่ในประเทศที่ค่าครองชีพสูงลิ่วอย่างญี่ปุ่น
หากแต่วันหนึ่งเขาได้รับโทรศัพท์จากเอเย่นต์ให้ไปรับงาน ๆ หนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่จ่ายค่าจ้างดี สุดท้ายเขาพบว่าตัวเองถูกจ้างให้ไปเป็นแขกรับเชิญปลอม ๆ ในงานศพของคน ๆ หนึ่ง และนั่นเองที่ทำให้เขาได้รู้จักกับบริษัทเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า "Rental Family" ที่ก่อตั้งขึ้นโดย CEO อย่าง Shinji Tada บริษัทที่อาศัยทีมงานที่มีความสามารถในการแสดง ทำธุรกิจรับจ้างเป็น เพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ คนรัก ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ แล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะเสนอมา โดย Shinji บอกกับเขาว่า มันไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกลวง แต่มันช่วยให้คน ๆ หนึ่งเกิดความสบายใจ และพบกับความสุขในชีวิต.. หากแต่สิ่งที่ ฟิลลิป จะต้องเจอในแต่ละเคสที่เขารับงาน คำตอบจะเป็นสิ่งที่เหมือนกับที่ Shinji พูดไว้หรือไม่ คำตอบอยู่ใน Rental Family หนังที่ จขกท. สุดจะประทับใจเลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้มีการถ่ายทำที่ดีมากครับ ภาพของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกฉายออกมาทุกเฟรมช่างสวยงามและมีความหมายเหลือเกิน (ปกติประเทศญี่ปุ่นถ่ายภาพอะไรออกมาก็สวยอยู่แล้วนะ) จขกท. ชอบฉากที่ ฟิลลิป มองจากหน้าต่างห้องออกไปตอนค่ำคืน แล้วเห็นผู้คนที่อาศัยอยู่ในห้องตรงข้ามหลาย ๆ ห้อง มันเป็นภาพที่เป็นคำตอบของใจความของหนังที่ถูกใส่มาในเฟรมเดียวอย่างครบถ้วนเลยครับ
หนังฉลาดที่จะเล่าเรื่องอย่างมาก จขกท. เชื่ออยู่แล้วแหละว่าคนไทยก็รู้ว่าประเทศญี่ปุ่นมันมีธุรกิจอะไรแบบนี้ พวกให้เช่าลุง เช่าพ่อ เช่าแม่ ฯลฯ แต่เราอาจจะยังไม่รู้ลึก ๆ ถึงความต้องการในใจของคนที่มาใช้บริการ หรือผู้ให้บริการ หนังเลือกที่จะให้ "ไกจิน" อย่าง ฟิลลิป เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ไกจินที่ไม่รู้เรื่องว่ามีธุรกิจแบบนี้ ไกจินที่ไม่รู้ถึงจิตใจลึก ๆ ของสังคมคนญี่ปุ่น โดยคำถามและประสบการณ์ในการทำงานในแต่ละเคสของ ฟิลลิป ก็จะเป็นคำตอบให้คนดูที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เข้าใจในส่วนลึก ๆ ของงานแบบนี้ และความต้องการของคนญี่ปุ่นที่แตกต่างออกไปจากคนในส่วนอื่น ๆ ของโลกใบนี้ เหมือนกับให้คนดูเรียนรู้ประสบการณ์ และเข้าใจไปพร้อม ๆ กันกับตัวแสดง โดยไม่ต้องใช้บทพูดอธิบายอะไรมากเลย
บทของหนังมีความละมุนอย่างมาก ระหว่างที่ดูเราจะลืมไปเลยว่านี่มันเป็นบทจากหนังนะ สถานะการณ์ต่าง ๆ ที่หนังหยิบยกขึ้นมา แม้บางเคสเราอาจจะดูว่า เฮ้อ! แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ แต่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นอ่ะเนอะ อะไรก็ไม่เกินจริงทั้งนั้นแหละครับ และแต่ละเคสว่าจ้างที่หนังนำเสนอ มันจะค่อย ๆ ทำให้เราหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของมนุษย์ ทำให้เราตระหนักถึงมุมมองในการใช้ชีวิต ความสุข ความสบายใจ ความต้องการที่แท้จริงของคนเรามันอยู่ที่ตรงไหน ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ในส่วนนักแสดงก็แสดงดีทุกคน คือ ดีทุกคนจริง ๆ นักแสดงทุกคนพาหนังมาอยู่ในจุดที่ไม่ได้มองว่ามันเป็นการแสดงแล้ว เรานึกว่านี่คือลูกค้ากับผู้ให้บริการจริง ๆ ดีจริง ๆ ครับ
สุดท้ายแล้วผมชอบคำถามของ มีอา เด็กสาวตัวน้อย ที่ถาม ฟิลลิป ว่า "ทำไมผู้ใหญ่ถึงชอบพูดโกหก" แล้ว ฟิลลิป ก็ตอบไปว่า "เพราะการพูดโกหกมันง่ายกว่าการพูดความจริง ที่บางครั้งอาจทำให้คนฟังต้องรู้สึกเสียใจ" ส่วนบทสรุปของหนังที่ จขกท. ตกตะกอนในใจก็คือ บางครั้งคนเราทำอะไรให้คนอื่น โดยมักจะคิดว่าสิ่งที่เรากระทำนั้นจะทำให้คนอื่นรู้สึกดี มีความสุข มีความสบายใจ เป็นสิ่งดี ๆ ที่เรามอบให้กับเขา แต่บางครั้งเราก็ไม่เคยถามเลยว่าเขาต้องการสิ่งเหล่านั่นที่เราทำให้จริง ๆ หรือเปล่า..
อยากชวนให้คนมาดูหนังเรื่องนี้กันเยอะ ๆ เป็นหนังที่ให้แง่คิดดี ๆ กับชีวิตเยอะมาก ยิ่งช่วงต้นปี เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ๆ กัน หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรให้กับเราในการใช้ชีวิตในปีใหม่นี้ครับ จขกท. นั่งดูไปน้ำตาไหลไปให้กับหลาย ๆ ฉาก น้ำตาไหลแบบไม่ต้องเค้น มันไหลออกมาเอง.. ว่าไปบางส่วนมันก็อาจจะไปโดนเส้นอะไรที่คล้ายกับตัวเราเหมือนกันนะครับ
ส่วนใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ
Rental Family ครอบครัวให้เช่า.. หยั่งรากเข้าสู่หัวใจของสิ่งที่เรียกว่า "มนุษย์"
ไม่เขียนถึงหนังเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็บันทึกไว้ให้ตัวเองอ่านว่าเราประทับใจกับหนังเรื่องนี้มากแค่ไหน ก่อนอื่นให้คะแนนก่อนเลย จขกท. ให้แค่ 1,000,000 เต็ม 10 พอครับ หนังอะไรแค่คำว่า "ดี" ไม่พอแล้วครับ ดูไปน้ำตาไหลไป เดินตาบวมออกมาจากโรงไม่เกินจริงครับ หนังกำกับโดย ผกก.หญิงเก่งชาวญี่ปุ่น อย่าง Hikari เจ้าของผลงานที่คนไทยบางส่วนชื่นชอบอย่าง 37 Seconds
หนังพูดถึงนักแสดงฟรีแลนซ์ชายชาวอเมริกัน ชื่อว่า ฟิลลิป (Brenden Fraser) เขาตัดสินใจย้ายตัวเองออกมาเผชิญโชคที่ประเทศญี่ปุ่นได้ 7 ปีแล้ว กิจวัตรประจำวันของเขาก็คือเดินสายแคสท์งาน หวังว่าสักวันจะได้บทดี ๆ ใหญ่ ๆ เพื่อที่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้แก่ชีวิตตัวเองได้บ้าง หากแต่บทที่ได้ก็เป็นเพียงตัวประกอบเล็ก ๆ ที่ได้เงินเพียงแค่พอยาไส้ พอกินพอใช้ เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่ในประเทศที่ค่าครองชีพสูงลิ่วอย่างญี่ปุ่น
หากแต่วันหนึ่งเขาได้รับโทรศัพท์จากเอเย่นต์ให้ไปรับงาน ๆ หนึ่ง ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่จ่ายค่าจ้างดี สุดท้ายเขาพบว่าตัวเองถูกจ้างให้ไปเป็นแขกรับเชิญปลอม ๆ ในงานศพของคน ๆ หนึ่ง และนั่นเองที่ทำให้เขาได้รู้จักกับบริษัทเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า "Rental Family" ที่ก่อตั้งขึ้นโดย CEO อย่าง Shinji Tada บริษัทที่อาศัยทีมงานที่มีความสามารถในการแสดง ทำธุรกิจรับจ้างเป็น เพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ คนรัก ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ แล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะเสนอมา โดย Shinji บอกกับเขาว่า มันไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกลวง แต่มันช่วยให้คน ๆ หนึ่งเกิดความสบายใจ และพบกับความสุขในชีวิต.. หากแต่สิ่งที่ ฟิลลิป จะต้องเจอในแต่ละเคสที่เขารับงาน คำตอบจะเป็นสิ่งที่เหมือนกับที่ Shinji พูดไว้หรือไม่ คำตอบอยู่ใน Rental Family หนังที่ จขกท. สุดจะประทับใจเลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้มีการถ่ายทำที่ดีมากครับ ภาพของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกฉายออกมาทุกเฟรมช่างสวยงามและมีความหมายเหลือเกิน (ปกติประเทศญี่ปุ่นถ่ายภาพอะไรออกมาก็สวยอยู่แล้วนะ) จขกท. ชอบฉากที่ ฟิลลิป มองจากหน้าต่างห้องออกไปตอนค่ำคืน แล้วเห็นผู้คนที่อาศัยอยู่ในห้องตรงข้ามหลาย ๆ ห้อง มันเป็นภาพที่เป็นคำตอบของใจความของหนังที่ถูกใส่มาในเฟรมเดียวอย่างครบถ้วนเลยครับ
หนังฉลาดที่จะเล่าเรื่องอย่างมาก จขกท. เชื่ออยู่แล้วแหละว่าคนไทยก็รู้ว่าประเทศญี่ปุ่นมันมีธุรกิจอะไรแบบนี้ พวกให้เช่าลุง เช่าพ่อ เช่าแม่ ฯลฯ แต่เราอาจจะยังไม่รู้ลึก ๆ ถึงความต้องการในใจของคนที่มาใช้บริการ หรือผู้ให้บริการ หนังเลือกที่จะให้ "ไกจิน" อย่าง ฟิลลิป เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ไกจินที่ไม่รู้เรื่องว่ามีธุรกิจแบบนี้ ไกจินที่ไม่รู้ถึงจิตใจลึก ๆ ของสังคมคนญี่ปุ่น โดยคำถามและประสบการณ์ในการทำงานในแต่ละเคสของ ฟิลลิป ก็จะเป็นคำตอบให้คนดูที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เข้าใจในส่วนลึก ๆ ของงานแบบนี้ และความต้องการของคนญี่ปุ่นที่แตกต่างออกไปจากคนในส่วนอื่น ๆ ของโลกใบนี้ เหมือนกับให้คนดูเรียนรู้ประสบการณ์ และเข้าใจไปพร้อม ๆ กันกับตัวแสดง โดยไม่ต้องใช้บทพูดอธิบายอะไรมากเลย
บทของหนังมีความละมุนอย่างมาก ระหว่างที่ดูเราจะลืมไปเลยว่านี่มันเป็นบทจากหนังนะ สถานะการณ์ต่าง ๆ ที่หนังหยิบยกขึ้นมา แม้บางเคสเราอาจจะดูว่า เฮ้อ! แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ แต่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นอ่ะเนอะ อะไรก็ไม่เกินจริงทั้งนั้นแหละครับ และแต่ละเคสว่าจ้างที่หนังนำเสนอ มันจะค่อย ๆ ทำให้เราหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของมนุษย์ ทำให้เราตระหนักถึงมุมมองในการใช้ชีวิต ความสุข ความสบายใจ ความต้องการที่แท้จริงของคนเรามันอยู่ที่ตรงไหน ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ในส่วนนักแสดงก็แสดงดีทุกคน คือ ดีทุกคนจริง ๆ นักแสดงทุกคนพาหนังมาอยู่ในจุดที่ไม่ได้มองว่ามันเป็นการแสดงแล้ว เรานึกว่านี่คือลูกค้ากับผู้ให้บริการจริง ๆ ดีจริง ๆ ครับ
สุดท้ายแล้วผมชอบคำถามของ มีอา เด็กสาวตัวน้อย ที่ถาม ฟิลลิป ว่า "ทำไมผู้ใหญ่ถึงชอบพูดโกหก" แล้ว ฟิลลิป ก็ตอบไปว่า "เพราะการพูดโกหกมันง่ายกว่าการพูดความจริง ที่บางครั้งอาจทำให้คนฟังต้องรู้สึกเสียใจ" ส่วนบทสรุปของหนังที่ จขกท. ตกตะกอนในใจก็คือ บางครั้งคนเราทำอะไรให้คนอื่น โดยมักจะคิดว่าสิ่งที่เรากระทำนั้นจะทำให้คนอื่นรู้สึกดี มีความสุข มีความสบายใจ เป็นสิ่งดี ๆ ที่เรามอบให้กับเขา แต่บางครั้งเราก็ไม่เคยถามเลยว่าเขาต้องการสิ่งเหล่านั่นที่เราทำให้จริง ๆ หรือเปล่า..
อยากชวนให้คนมาดูหนังเรื่องนี้กันเยอะ ๆ เป็นหนังที่ให้แง่คิดดี ๆ กับชีวิตเยอะมาก ยิ่งช่วงต้นปี เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ๆ กัน หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรให้กับเราในการใช้ชีวิตในปีใหม่นี้ครับ จขกท. นั่งดูไปน้ำตาไหลไปให้กับหลาย ๆ ฉาก น้ำตาไหลแบบไม่ต้องเค้น มันไหลออกมาเอง.. ว่าไปบางส่วนมันก็อาจจะไปโดนเส้นอะไรที่คล้ายกับตัวเราเหมือนกันนะครับ
ส่วนใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ