คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
เป้าหมายที่ต้องเข้าใจ
HbA1c < 5.0% = ค่าเฉลี่ยน้ำตาล ~ <97 mg/dL
ต้อง ลดน้ำตาลหลังอาหาร (post-meal spike) มากกว่าลดน้ำตาลตอนอดอาหาร
1) อาหาร = ตัวแปรที่แรงที่สุด 🍽️
✅ รูปแบบที่ได้ผลจริง
Low-carb / Very-low carb / Keto-flex
คาร์บสุทธิ ≤ 50–80 g/วัน
ตัด: ข้าว แป้ง น้ำตาล น้ำผลไม้
เลือกคาร์บจาก: ผักใบเขียว, broccoli, cauliflower
🍳 จัดสัดส่วน
โปรตีน: 1.2–1.5 g/kg/วัน (ไม่มากเกิน)
ไขมันดี: olive oil, avocado, ปลา, ถั่ว
❌ เลี่ยง “คาร์บ + ไขมัน” พร้อมกัน (อันตรายสุดต่อ HbA1c)
2) เวลาอาหาร (Timing สำคัญมาก) ⏰
กินวันละ 2 มื้อ (หรือ 16:8 IF)
มื้อเย็น ก่อนนอน ≥ 4 ชม.
ถ้าจะกินคาร์บ → กิน หลังออกกำลังกายเท่านั้น
📌 คนที่ HbA1c < 5.0 ส่วนใหญ่ ไม่กินดึก
3) ออกกำลังกายแบบ “ลด HbA1c โดยตรง” 🏃♂️
🔥 ตัวที่แรงที่สุด
เดินเร็ว 10–15 นาที หลังอาหารทุกมื้อ
Resistance training 3–4 วัน/สัปดาห์
HIIT สั้น ๆ 1–2 ครั้ง/สัปดาห์
📌 การเดินหลังอาหาร ลด spike ได้ 20–40%
4) การนอน & ความเครียด 😴
นอน 7–8 ชม.
นอนดึก = insulin resistance
ลด cortisol → HbA1c ลดจริง
5) อาหารเสริม (ตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก) 💊
🔹 หลัก ๆ ที่มีหลักฐาน
R-Alpha Lipoic Acid 200–300 mg/วัน
Magnesium 200–400 mg/วัน
Berberine 500 mg ก่อนอาหาร 1–2 มื้อ
Chromium picolinate 200–400 mcg
Omega-3 ≥ 2 g/วัน
📌 ระวังถ้าใช้ร่วมกับยา → น้ำตาลอาจต่ำ
6) ตรวจ & ติดตามอย่างฉลาด 📊
ใช้ CGM (ดีที่สุด)
หรือเจาะน้ำตาล:
ก่อนอาหาร
1 ชม. หลังอาหาร (ควร < 140)
2 ชม. หลังอาหาร (ควร < 120)
⚠️ ข้อเตือนสำคัญ
❗ HbA1c < 5.0 ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน
ผู้สูงอายุ / ใช้ยา → เสี่ยงน้ำตาลต่ำ
อย่าลดด้วยการอดอาหารหนักโดยไม่ติดตามค่า
🧠 สรุปสั้นมาก
✔️ อาหาร low-carb + ไม่กินดึก
✔️ เดินหลังอาหารทุกมื้อ
✔️ นอนดี ลดเครียด
✔️ เสริม R-ALA / Magnesium
= มีโอกาสทำ HbA1c < 5.0 ได้จริง
HbA1c < 5.0% = ค่าเฉลี่ยน้ำตาล ~ <97 mg/dL
ต้อง ลดน้ำตาลหลังอาหาร (post-meal spike) มากกว่าลดน้ำตาลตอนอดอาหาร
1) อาหาร = ตัวแปรที่แรงที่สุด 🍽️
✅ รูปแบบที่ได้ผลจริง
Low-carb / Very-low carb / Keto-flex
คาร์บสุทธิ ≤ 50–80 g/วัน
ตัด: ข้าว แป้ง น้ำตาล น้ำผลไม้
เลือกคาร์บจาก: ผักใบเขียว, broccoli, cauliflower
🍳 จัดสัดส่วน
โปรตีน: 1.2–1.5 g/kg/วัน (ไม่มากเกิน)
ไขมันดี: olive oil, avocado, ปลา, ถั่ว
❌ เลี่ยง “คาร์บ + ไขมัน” พร้อมกัน (อันตรายสุดต่อ HbA1c)
2) เวลาอาหาร (Timing สำคัญมาก) ⏰
กินวันละ 2 มื้อ (หรือ 16:8 IF)
มื้อเย็น ก่อนนอน ≥ 4 ชม.
ถ้าจะกินคาร์บ → กิน หลังออกกำลังกายเท่านั้น
📌 คนที่ HbA1c < 5.0 ส่วนใหญ่ ไม่กินดึก
3) ออกกำลังกายแบบ “ลด HbA1c โดยตรง” 🏃♂️
🔥 ตัวที่แรงที่สุด
เดินเร็ว 10–15 นาที หลังอาหารทุกมื้อ
Resistance training 3–4 วัน/สัปดาห์
HIIT สั้น ๆ 1–2 ครั้ง/สัปดาห์
📌 การเดินหลังอาหาร ลด spike ได้ 20–40%
4) การนอน & ความเครียด 😴
นอน 7–8 ชม.
นอนดึก = insulin resistance
ลด cortisol → HbA1c ลดจริง
5) อาหารเสริม (ตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก) 💊
🔹 หลัก ๆ ที่มีหลักฐาน
R-Alpha Lipoic Acid 200–300 mg/วัน
Magnesium 200–400 mg/วัน
Berberine 500 mg ก่อนอาหาร 1–2 มื้อ
Chromium picolinate 200–400 mcg
Omega-3 ≥ 2 g/วัน
📌 ระวังถ้าใช้ร่วมกับยา → น้ำตาลอาจต่ำ
6) ตรวจ & ติดตามอย่างฉลาด 📊
ใช้ CGM (ดีที่สุด)
หรือเจาะน้ำตาล:
ก่อนอาหาร
1 ชม. หลังอาหาร (ควร < 140)
2 ชม. หลังอาหาร (ควร < 120)
⚠️ ข้อเตือนสำคัญ
❗ HbA1c < 5.0 ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน
ผู้สูงอายุ / ใช้ยา → เสี่ยงน้ำตาลต่ำ
อย่าลดด้วยการอดอาหารหนักโดยไม่ติดตามค่า
🧠 สรุปสั้นมาก
✔️ อาหาร low-carb + ไม่กินดึก
✔️ เดินหลังอาหารทุกมื้อ
✔️ นอนดี ลดเครียด
✔️ เสริม R-ALA / Magnesium
= มีโอกาสทำ HbA1c < 5.0 ได้จริง
แสดงความคิดเห็น
ค่า eGFR = 98 ไตเริ่มเสื่อมหรือยัง
ระยะที่ 1 ค่า eGFR > 90 (ปกติ)
แต่ในใบแจ้งผลบอก CKD Stage 1
โรคไตเรื้อรังระยะที่ 1
ตกลงว่าควรตกใจไหม
ปล. ค่า HbA1C = 5.8 เสี่ยงเบาหวาน