ไม่ได้แช่งนะ แต่เชื่อเหอะ เดี๋ยวก็เลิกกัน!!! (ภาค 3 : มุมมองจากชายวัยสี่สิบ)

ก่อนอื่นขอบพระคุณทุกท่านมากครับที่ชื่นชอบกระทู้ต้นเรื่อง ได้รับการตอบรับอย่างดีจากเพื่อนๆชาวพันทิปและทีมงาน จนได้รางวัล Pantip Pick of the Year 2025
.
กระทู้ต้นเรื่อง เผยแพร่ ปี พ.ศ. 2557 ... https://pantip.com/topic/32108707
กระทู้ที่ 2 นำกระทู้แรกมาให้ “ลูกสาว” อ่าน ปี พ.ศ. 2568 ... https://pantip.com/topic/43669307
.
ไหนๆก็ได้รับรางวัลแล้ว มาเหลาต่ออีกสักบทจะเป็นไรไป ... มาครับ ภาค 3 เริ่มมมมมมม!!!
.
.
บทนี้จะเล่าถึงประโยคคำถามที่ว่า ...  "ทำไมเราถึงครองคู่กันได้ยาวนาน "
.
.
กระทู้ต้นเรื่อง ผมเขียนเมื่อ 12 ปี ก่อน เล่าเรื่องราวความรู้สึกของผมที่มีต่อภรรยาและเป็นบันทึกความทรงจำ เพื่อบอกต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นของ “พ่อกับแม่”  หวังว่าจะให้ลูกคนแรกพึ่งลืมตาดูโลกได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ และ ผมทำสำเร็จในที่สุด เพราะในเวลาต่อมา ผมได้นำเรื่องราวนี้ให้ลูกได้อ่านตามความตั้งใจที่มีตั้งแต่แรก .... เรื่องราวในกระทู้นั้นอาจจะกล่าวได้ว่า ชีวิตคู่ของผมและภรรยาพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ เพราะ หลังจากนั้นเราเจอมรสุมชีวิตถาโถมใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า เรือที่เราสองล่องร่วมกันมามันโคลงเคลงระหองระแหงมาก มันพร้อมที่จะจมทุกครั้งเมื่อยามที่คลื่นลูกใหญ่พัดมา ... กระทู้นี้จึงขอเล่าในอีกมุม มองเรื่องนี้ผ่านสายตาของชายคนเดียวกันแต่อายุที่มากขึ้น เปลี่ยนมุมมองจากชายอายุยี่สิบปลายๆวัยเริ่มสร้างครอบครัว มาเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบ!!!
 .
สรุปจากกระทู้เก่าได้สั้นๆดังนี้ ... ผมเจอกับภรรยาครั้งแรก นาจะราวๆปี พ.ศ. 2551 แรกรู้จักจากคำว่าเพื่อน ใช้เวลากับคำว่าเพื่อนอยู่พักนึงใหญ่ๆ เพราะ “รอให้เขาเลิกกันกับแฟน” .... แล้วเขาเลิกกันจริงๆ ผมเลยมีช่องว่าง แทรกตัวเองเข้าไปยืนในใจเธอและเริ่มคบหาดูใจกัน สองสามปีต่อมาเราตัดสินใจแต่งงานกัน แต่งวันไหนจำไม่ได้ อย่าว่าวันเลย ปีที่แต่งงานก็จำไม่ได้ (เนี่ย แค่ย่อหน้าแรก บอกว่าจำวันแต่งไม่ได้นี่ ก็เป็นเรื่องแล้วนะ ชะตาอาจจะขาดได้เลยนะ ... ที่รัก ถ้าเธอผ่านมาอ่าน วันเวลามันก็แค่ดีเทล เนื้อในมันอยู่ที่แก่นใจ ทำใจร่มๆก่อนนะ อย่าพึ่งของขึ้น 5555555+) ... จากวันแรกที่ผมกันจนผ่านมา 18 ปี จนถึงวันนี้ มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน สุขบ้างทุกข์บ้างปะปนกันไป ... กระทู้นี้ ผมจะเล่าสู่กันฟัง แบบเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ตัวผมเองว่า ... ทำไมคู่ของผมถึงยังยืนอยู่คู่กันได้อย่างมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้!!! 
.
.
.
เมื่อแรกคบหา ศึกษาดูใจกันให้มากพอก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน
สำคัญที่สุดอันดับแรกเลยต้องจีบคนที่ชอบให้ติดก่อน ถ้าไม่ติดจบเลย (เออใช่ใครก็รู้ 55555+) ... หลังจากจีบติดเริ่มคบหากัน ศึกษากันและกันให้เต็มที่ ลองคบกันให้ถึงจุด “หมดโปรฯ” ก่อน ให้เหลือ อารมณ์หลงใหลน้อยที่สุด ถ้ายังชี้ไม้ก็กลายเป็นนก น้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน น่าจะยังไม่ได้ ต้องรอให้เปิดกำแพงเผยเนื้อแท้ของแต่ละคนออกมาก่อน เมื่อเนื้อแท้ในใจปรากฎออกมา การคบหาดูใจที่จริงใจก็จะเริ่มขึ้น ณ ตอนนั้น
.
ก่อนที่จะแต่งงาน เรียนตามตรงว่าผมเคยมีแฟนหลายคน ผ่านการคบหาดูใจหลายคน มีทั้งอายุน้อยกว่า มีทั้งอายุมากกว่า มีในหลากหลายสาขาวิชาชีพ มีหมดทั้งเป็นฝ่ายบอกเลิก เป็นฝ่ายถูกทิ้ง รวมถึงจบเลิกราแยกย้านกันด้วยดี ... การแยกทางกันในช่วงนี้ จบด้วยหลายสาเหตุ หลงใหลมากกว่าหลงรักหมดโปรฯก็แยกย้ายกันไป หรือ ทั้งสองฝ่ายเปิดใจไม่มากพอที่จะรู้จักกันก็ร่ำลากันไป รวมถึงปลายทางอีกแบบหนึ่งคือเปิดใจแล้วเริ่มจริงจังแล้วแต่เมื่อลงลึกแล้วไม่ต่อดัวยกันไม่ได้ ... ยิ่งเปิดใจก็ยิ่งถลำลึก ยิ่งลึกการจากลาย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจะแปรผันไปตามความรู้สึกที่ลึกซึ้งในขณะนั้น ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมาก
.
ช่วงนี้ใช้ชีวิตไปให้เต็มที่ ไอ้ผมก็เต็มที่เหมือนกัน หล่อระดับสตาร์ ทำสาวๆร้องไห้มาก็เยอะ ทิ้งเขา? ... เปล่าทิ้ง เขาร้องเพราะเหยียบเท้าเขา ผ่ามมม 55555+ .... สมัยหนุ่ม กิน ดื่ม เที่ยว หยอดจีบสาวๆไปเรื่อย สะดวกใจก็คบ ไม่ไหวก็เลิกรากันไป เล่นกับไฟก็ไม่แปลกที่จะมีพลาดพลั้ง ผมถลำลึกในรักไปแล้ว แต่ก็โดนหักอกในนาทีสุดท้ายก็มี ก็ได้แค้ทำใจนอนเลียแผลใจกันไปตามสภาพ
.
เปิดชีวิตส่วนตัวให้เห็น ลองทำกิจกรรมที่แต่ละฝ่ายชอบร่วม ความคิดเห็นต่อโลกในมุมมองต่างๆ มุมมองต่อชีวิตหน้าที่การงาน ลูกครอบครัว อนาคตคุยกันให้หมด คุยกันให้มากที่สุด ... ส่วนจะลองใจคบหาดูใจกันแบบไหนก็แล้วแต่จริตของแต่ละท่าน จะเล่นใหญ่แบบละครคุณธรรม ผมเป็นประธานบริษัทก็จัดไปตามอัธยาศัย ... แต่ย้ำครับ ว่าต้องจริงจังและจริงใจในช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด เพราะจุดนี้ยังไม่มีพันธะและภาระร่วมกันมาก แยกทางกันตอนนี้อย่างน้อยก็เจ็บแค่ไม่กี่คน ถ้าถลำไปจนแต่งงานมีลูก คนที่เจ็บจากการเลิกลาจะยิ่งมีมากขึ้นตาม
.
ไม่มีใคร ดีพร้อม 100% … ผมเองก็แย่ในหลายๆเรื่อง แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่บ้าง มีดีมีแย่ปะปนกันไปในตัว การคบหาดูใจก็เช่นกัน ดูยังไงมันก็ไม่รู้แบบร้อยเปอร์เซนต์ ... ผมคบกับแฟนผมมาพักนึง ลองให้ชีวิตร่วมกันต่างๆนาๆมาพอประมาณ ดูแล้วน่าจะเข้าใจถูกต้องตรงกัน 70%++ … คิดว่าที่เหลือถึงไม่เข้ากันก็น่าจะประคับประคองไปได้ .... ในท้ายที่สุดก็เดินต่อ ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน 
.
.
.
กฎเหล็ก 2 ข้อของผม
เมื่อตัดสินใจจริงจัง เลือกคู่ครองอย่างเด็ดเดี่ยวแล้ว ผมตั้งกฎกับตัวเองไว้ 2 ข้อ บอกกับตัวเอง ว่าถ้าเลือกใช้ชีวิตคู่แล้ว ต้องไม่ทำเด็ดขาด กฏเหล้กทั้งสองข้อที่ว่าคือ
1. ไม่ทำร้ายร่างกายกัน ... เพราะ ผมรังเกียจการกระทำดังกล่าวมาก ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เห็น ที่อ่าน หรือ เสพข่าวต่างๆในลักษณะนี้ ในเมื่อผมไม่ชอบ ผมต้องไม่ทำ ... จะทะเลาะ จะโกรธกัน ก็ระบายความโกรธกันด้วยวิธีอื่น ทางเลือกมีมากมายแต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้
2. ไม่นอกใจกัน ... เป็นสิ่งที่ผมปฏิญาณหนักแน่นว่า ถ้าเราเลือกคู่ครองแล้วผมจะไม่นอกใจเด็ดขาด ... เราคบกันสองคน วางอนาคตด้วยกันมาจากคำว่าคนสองคน ถ้านอกใจเมื่อไหร่ ไอ้ที่ทำมาทั้งหมดคือล้มเหลว  เวลาที่ผ่านมาไร้ความหมาย ไร้ค่า
ผมเชื่อว่าในโลกยุคปัจจุบันการกระทำ 2 ข้อนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควร ผิดต่อกฎหมายและศีลธรรม ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำ การที่ความสัมพันธ์จะขาดสะบั้นลงก็ไม่แปลก ถ้าผมไม่ตระหนักถึง 2 ข้อนี้แบบจริงจัง ผมอาจจะมาไม่ถึงวันนี้
.
ถ้าตัดเรื่อง ทำร้ายร่างกาย กับ การนอกใจ ออก ต่อให้ทะเลาะกันหรือผิดใจกันแค่ไหนมันก็ยังพอมีทางออก ยังพอมีทางปรับความเข้าใจหรือร่วมกันแก้ไขกันได้อยู่ ... ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาของผมและภรรยาไม่ก็ไม่ได้ราบเรียบตลอด มีการกระทบกระทั่ง การทะเลาะกัน สาดเรื่องราวแย่ๆต่อกัน ในเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงแรกๆของการเริ่มต้นชีวิต หรือ ผ่านมาได้สักระยะ มันเป็นเหมือน 30% ที่เรารับไม่ได้ ค่อยๆปรากฎออกมาและทวีความรุนแรงขึ้น ต่างคนต่างกระแทกใส่กัน คู่ผมมีหวิดจะเลิกลาอยู่เนืองๆในขณะนั้น บางคู่ผ่านช่วงนี้ไปไม่ได้ เลือกที่จะจบความสัมพันธ์กัน เมื่อจบนอกจากความเจ็บช้ำต่อคนทั้งสองแล้วยังนำมาซึ่ง บาดแผลต่อพยานรักอย่างเด็กน้อยด้วยในท้ายที่สุด
.
.
.
ชีวิตคู่อยู่กันยืดหรือไม่ยืดประกอบกับหลายเหตุปัจจัย เช่น ...
1. เรื่องเงิน เรื่องใหญ่ อย่าละเลย .... ส่วนมากคู่สามีภรรยา เงินขาดมือเมื่อไหร่ ทะเลาะกันบ้านแตก รถต้องผ่อน บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ลูกต้องเรียนหนังสือ ก็ตามนั้นครับไม่มีเงินจะกินอยู่ใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร ... ใช้ชีวิตต้องวางแผนการเงินให้ดี ถ้าการเงินล้มเหลวชีวิตคู่ก็จะพลอยล้มไปด้วย
2. กิจกรรมร่วมกัน ... กล่าวคือ คู่ครองสามีภรรยา ใช้ชีวิตตอนร่วมกันได้อย่างดี มีความเข้าใจกัน มีกิจกรรมหลายๆสิ่งที่ทำร่วมกันได้อย่างมีความสุขและสนุก ... ภรรยาทำกับข้าว สามีชอบกิน ครอบครัวก็อบอุ่น ประเด็นนี้ผมก็ไม่เคยบ่น อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ ภรรยาทำอะไรให้กินก็กิน พูดมากเดี๋ยวอดกิน หลายปีที่ผ่านมาผมตกผลึกแล้ว บอกลูกชอบไม่ชอบก็กินไป อย่าบอกแม่ว่าไปอร่อยเดี๋ยวบ้านร้อนเป็นไฟ พ่อลูกจะอยู่กันไม่ได้!!
3. เคารพและให้เกียรติกัน ... ให้เกียรติต่อชีวิตส่วนตัว เคารพต่อญาติพี่น้องของกันและกัน ทุกผู้คนย่อมมีความเป็นปัจเจกส่วนบุคคล ชีวิตคู่ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันเสมอไป ได้มีเวลาได้ใช้ชีวิตคนเดียว ผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหนุ่นของชีวิต ประเด็นนี้มันทำให้ชีวิตคู่ของผมดีขึ้น
.
ผมมีเรื่องเล่าระดับตำนานของผมเรื่องนึง เป็นเรื่องแฟนเก่าของผม!! … แค่จั่วเรื่องก็ดูทรงจะเป็นงานหยาบแล้วใช่มั้ย มาครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ... หลายปีก่อน ผมไปเดินงานหนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมสิริกิตกับภรรยา ในระหว่างที่เดินนั้น ภรรยาผมบอกผมว่า “เธอๆ นั่นแฟนเก่าเธอหนิ” ... ผมมองไปตามทิศทางที่เธอบอก “เออ ใช่” ผมตอบ ... แฟนเก่าผม เห็นผมเช่นกัน เราแทบจะสวนกันอยู่แล้ว เราก็เลยทักทายกันตามมารยาทอันดี แล้วก็แยกกันไป .... ไอ้ผมนี่ คือเหมือนชีวิตกำลังจะสู่ขิต แล้วสมองกำลังประมวนภาพเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาแบเร็วๆๆ ... ภรรยาผมเธอรู้ได้ยังไงว่าคนนี้แฟนเก่าผม!? ... เฮ้ยๆๆๆๆๆ คนนี้ เลิกลากันหลายปีแล้วด้วย มั่นใจว่าไม่เคยเจอกันแน่นอน รู้ได้ไงว่ะ!? ..... ยังรู้ถึงขั้นเดินผ่านแล้วจำได้เลย!! .... ถ้าคนนี้รู้จัก แล้วหลังจากนั้นอีกหลายคนที่ผ่านมา รู้หมดเลยหรือเปล่าว่ะ!? ... คือแบบ จังหวะนั้น สามารถตายได้เลยอ่ะ ... แต่ดีที่ผมมีกุศลผลบุญ เรื่องเก่ามันอาจจะโดนได้ก็จริง แต่ไม่ตาย 5555+ ... แต่สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไร ภรรยาผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ถูกแล้วจะว่าอะไร ก็ผมไม่ได้ทำอะไร แค่เรื่องเก่า(เฮ้อออ ถอนหายใจ เฮือกใหญ่ 5555) เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่าภรรยาผมสำเร็จวิชาเซียนแล้ว วรยุทธ์แก่กล้ายิ่งนัก นับถือๆ !!!!
.
ย้อนกลับไปสมัยเป็นคบหาเป็นแฟนกัน ก็ไปเดินป่าด้วยกัน เพราะ เนื่องด้วยผมชอบเป็นทุนเดิม ไหนๆเราชอบผู้หญิงคนนี้ เราก็ชวนไปเดินด้วย สรุปเธอก็ไปได้ แรกๆก็ไม่ชิน แต่ก็ปรับตัวและชอบการเดินป่าไปในที่สุด ... ภรรยาผมเธอทำได้ทุกกิจกรรมที่ผมทำ ลองไป ลองมาชอบหมด ... ท่องเที่ยวในประเทศนอกประเทศ เที่ยวแบบแบกเป้ เดินป่า วิ่งเทรล ขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยว ลามมาจนถึงมอเตอร์ไซค์วิบากที่ผมขี่ สรุปเธอก็ขี่ด้วย และ ชอบมากด้วย!!! ไอ้ผู้ชาย สายแว้นมันก็ไม่แปลก รกรถชอบความเร็วเป็นปกติ … แต่ภรรยาผมนี่ดิ ยังไงของเธอกันแน่ ... ผมคิดในใจ เฮ้ย! เธอจะชอบเหมือนผมทุกอย่างเลยเหรอ!!! นี่เธอจะทำทุกกิจกรรมที่เราทำไม่ได้!! … เล่าเรื่องนี้แล้วอารมณ์เสีย วันก่อนภรรยาบอกผมว่า “รถวิบากเธอเสียซ่อมอยู่อู่ งั้นวันเสาร์นี้เธอไปส่งลูกไปเรียนพิเศษด้วยนะ เราจะไปขี่รถวิบากเข้าป่ากับเพื่อน” ที่สำคัญแก็งค์ขี่รถนั้นหน่ะ เพื่อนผมนะ มันจะเกินเบอร์ไปแล้ว!!
.
ผู้หญิงคนนี้ ผมก็เฟ้นเลือกมาเองล่ะ เข้าใจ ... แต่สงสัยเลือกมาดีเกินไปหน่อย ทำได้ทุกกิจกรรมเลย สู้จัด ... หลายปีก่อน ผม ภรรยา และ ผองเพื่อน พากันขี่วิบากเข้าป่า แล้วเธอพลาดรถล้ม นิ้วเท้าหักในป่า ใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะพากันออกจากป่ามาได้ ทุกลักทุเลมาก กลับมารักษาจนหายกระดูกติดก็ไปขี่ต่อ ไม่เห็นเข็ดหลาบอะไร ไม่เห็นเลิก ... โอเคร เมื่อเรื่องราวมาถึงขึ้นนี้แล้ว คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะนอกจากทำใจ ... เธอจะทำอะไรก็ทำไปเหอะ เอาที่สบายใจเลยที่รัก!!
.
.

.
.
.
ขอต่อในความเห็นที่ 1 นะครับ ... ไม่พอในโพสเดียว เขียนยาวไปหน่อย 55555+
.
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่