🤢 หลายคนที่มีอาการ
แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว แน่นท้อง หรือ
รู้สึกว่าอาหารไม่ย่อย มักคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ จากการกินอาหารหรือความเครียด แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ
โรคกรดไหลย้อน ที่หากปล่อยไว้ อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
⚠️กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) คือภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง เยื่อบุหลอดอาหารอักเสบ และเกิดอาการต่าง ๆ เช่น
· แสบร้อนกลางอก
· เรอเปรี้ยวหรือมีรสขมในปาก
· แน่นท้อง อึดอัดหลังรับประทานอาหาร
· อาหารไม่ย่อยเรื้อรัง
· ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือเจ็บคอโดยไม่ทราบสาเหตุ
📣 ในบางราย อาการอาจไม่ชัดเจนทำให้การวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวคลาดเคลื่อนได้ ปัจจุบันการตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็น กรดไหลย้อน หรือไม่ ด้วยการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารโดยตรง ซึ่งช่วยให้แพทย์ทราบว่าอาการแสบร้อน แน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อยที่เป็นอยู่นั้น เกิดจากกรดไหลย้อนจริงหรือไม่
1. ตรวจแบบ Wireless pH Monitoring
2. ตรวจแบบ 24-Hour pH Monitoring
ทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเดียวกัน คือการวัดความเป็นกรดในหลอดอาหารขณะใช้ชีวิตจริงในแต่ละวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้✅ ตรวจกรดไหลย้อนด้วย 24-Hour pH Monitoring
24-Hour pH Monitoring เป็นการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สายขนาดเล็กสอดผ่านจมูกลงไปยังหลอดอาหาร เพื่อบันทึกค่าความเป็นกรดอย่างต่อเนื่อง
วิธีนี้ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานาน และให้ข้อมูลละเอียดตลอดช่วงเวลาที่ตรวจ เหมาะสำหรับการประเมินความถี่และความรุนแรงของกรดไหลย้อน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกรดกับอาการต่าง ๆ เช่น แน่นท้อง แสบร้อน หรืออาหารไม่ย่อย
✅ ตรวจกรดไหลย้อนด้วย Wireless pH Monitoring
Wireless pH Monitoring เป็นการตรวจโดยใช้แคปซูลขนาดเล็กติดไว้ที่ผนังหลอดอาหาร แคปซูลจะทำหน้าที่วัดระดับกรดและส่งข้อมูลแบบไร้สายไปยังเครื่องรับสัญญาณที่ผู้ป่วยพกติดตัว
จุดเด่นของวิธีนี้คือ ผู้ป่วยไม่ต้องใส่สายผ่านจมูก ทำให้รู้สึกสบายกว่า และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ข้อมูลที่ได้สะท้อนพฤติกรรมจริง เช่น การกินอาหาร การนอน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่ออาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย
การตรวจแบบนี้มักเก็บข้อมูลต่อเนื่อง 48–96 ชั่วโมง ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของการไหลย้อนของกรดได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ หรืออาการไม่ชัดเจน
การรักษากรดไหลย้อน หลังรู้ผลการตรวจกรดไหลย้อน แพทย์จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกับอาการของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยมีวิธีการรักษา ดังนี้
🩷 การใช้ยารักษากรดไหลย้อน
หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อควบคุมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ยาที่ใช้จะเลือกตามความรุนแรงและลักษณะของอาการ เช่น
· ยาลดการหลั่งกรด
· ยาช่วยลดการระคายเคืองของเยื่อบุหลอดอาหาร
· ยาช่วยการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารในบางราย
การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลดีและลดความเสี่ยงจากการใช้ยาต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น
📍 การรักษาเฉพาะทางในรายที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง
ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง มีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น
🩷 การรักษาโดยใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อลดการไหลย้อนของกรด
เป็นการรักษาที่มุ่งแก้ไขกลไกการไหลย้อนของกรดบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร โดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปิดของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง เพื่อลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมา วิธีการรักษากลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ต้องการการรักษาที่ได้ผลมากกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
🩷 การรักษาเชิงหัตถการหรือการผ่าตัดในบางกรณี
ในผู้ป่วยที่มีกรดไหลย้อนรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนของหลอดอาหาร หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาในแนวทางอื่น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด เพื่อแก้ไขโครงสร้างหรือกลไกที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยตรง การรักษาในกลุ่มนี้จะช่วยลดการไหลย้อนของกรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเรื้อรังในระยะยาว
✨ สิ่งสำคัญ คือ การปรับพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน
ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือเพิ่งเริ่มมีอาการ แพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมก่อน เพราะช่วยลดอาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
· หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว หรืออาหารมื้อใหญ่
· ไม่เอนตัวหรือนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
· ลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน
· งดสูบบุหรี่ และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
· จัดเวลาการกินอาหารให้สม่ำเสมอ
การปรับพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยลดแรงดันในกระเพาะอาหาร และลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
เรอเปรี้ยว แน่นท้อง แสบร้อนกลางอก อาจไม่ใช่แค่อาหารไม่ย่อย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้