นอนน้ำลายไหล’ เป็นเรื่องน่าอายหรือสัญญาณอันตราย ที่ร่างกายเรากำลังเตือน?

เช็กด่วน! ‘นอนน้ำลายไหล’ เป็นเรื่องน่าอายหรือสัญญาณอันตราย ที่ร่างกายเรากำลังเตือน?
.
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตื่นมาพร้อมกับคราบน้ำลายบนหมอน แม้อาจจะดูเป็นเรื่องน่าอายที่ชวนให้ขำ แต่หากอาการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องตลก แต่นี่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายถึงความผิดปกติบางอย่างที่ ‘อันตราย’ กว่าที่คิด

ดร.นีล ฮอกสไตน์ (Dr. Neil Hockstein) ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าเจ้าที่ทางการแพทย์ของ Parallel ENT & Allergy กล่าวว่า สาเหตุของการนอนน้ำลายไหลมีมากมาย บางสาเหตุไม่อันตราย แต่บางสาเหตุก็อาจเป็นอันตรายได้
.
หนึ่งในภาวะที่เป็นอันตรายคือ ‘ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ’ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่น่ากังวลที่สุด เมื่อเราหยุดหายใจหลายครั้งต่อชั่วโมง (ซึ่งอาจสูงถึง 100 1ครั้งในคืนเดียว) ร่างกายจะพยายามปรับตัวด้วยการเปลี่ยนไป ‘หายใจทางปาก’ เพื่อรับอากาศให้มากขึ้น ส่งผลให้น้ำลายสะสมและไหลออกมาในที่สุด
.
จากข้อมูลของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งอเมริกา พบว่ามีผู้ป่วยนับสิบล้านคนที่ไม่รู้ตัวว่ามีภาวะเช่นนี้ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคหัวใจ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
.
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การหายใจทางปาก เป็นสาเหตุสำคัญของอาการน้ำลายไหล บางคนเกิดมาพร้อมกับแนวโน้มที่จะหายใจทางปาก เนื่องจากช่องจมูกแคบมากหรือขากรรไกรร่น นอกจากนี้ภาวะผนังกั้นจมูกคดแต่กำเนิด เนื่องจากผนังบางๆ ระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างเคลื่อนไปปิดกั้นทางเดินหายใจข้างใดข้างหนึ่ง ก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน
.
ต่อมาคือภาวะกรดไหลย้อน อาการเจ็บหน้าอก และการอาเจียน อันเป็นสัญญาณของภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งเกิดจากการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารหรือเศษอาหารเข้าไปในหลอดอาหาร เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างปิดไม่สนิท และอาจเป็นสาเหตุของอาการน้ำลายไหลได้
.
ผู้คนจำนวนมากที่เป็นโรคกรดไหลย้อนจะสังเกตเห็นว่าพวกเขามีอาการไอขึ้นมาในเวลากลางคืน เพราะร่างกายผลิตน้ำลายมากขึ้น โดยอาจตื่นขึ้นมาในตอนเช้าโดยมีเสมหะเต็มคอ นั่นเป็นกลไกการป้องกันที่ร่างกายพยายามชดเชยโดยการเปลี่ยนค่า pH ของหลอดอาหาร เพื่อทำให้เป็นกลางและล้างกรดออกไป
.
อีกสาเหตุคือ อาการคัดจมูก ภูมิแพ้ตามฤดูกาล หวัด เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ และไซนัสอักเสบ สามารถทำให้เนื้อเยื่อในจมูกอักเสบและปิดกั้นทางเดินหายใจได้เช่นกัน นำไปสู่การสะสมน้ำลายมากขึ้น หรือแม้แต่แผลร้อนในภายในปากก็ทำให้เกิดขึ้นได้ รวมไปถึงปัญหาเกี่ยวกับฟัน ที่อาจส่งผลต่อการปิดปากในเวลากลางคืน และท่าทางการนอน
.
ฮอกสไตน์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้ทุกคนหวาดกลัว แต่ก็มีบางกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการกลืนลำบาก เดินลากเท้า หรือสีหน้าดูเฉยชา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มของโรคพาร์กินสันหรือโรคความจำเสื่อมของระบบประสาทอื่นๆ
.
สุดท้ายนี้ เขาได้แนะนำเพิ่มเติมว่า หากเรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนอนน้ำลายไหล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ซึ่งอาจแนะนำให้ทำการตรวจการนอนหลับ และถ้าผู้ป่วยไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือสาเหตุทางกายภาพอื่นๆ สิ่งแรกที่แพทย์จะทำคือให้ความมั่นใจต่อผู้ป่วยว่าการนอนน้ำลายไหลนั้นไม่ใช่ปัญหา
.
ที่มา : BrandThink
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่