
เรื่องสั้น: กว่าจะเป็นข้าวแต่ละคำ
ในดินแดนที่แสงทองยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า เสียงฮาร์โมนิก้าแว่วมากับลมหนาวจางๆ
"ทวี" ขยับตัวลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ ร่างกายที่ผ่านการกรำงานหนักประท้วงด้วยความปวดร้าว แต่นึกถึงใบหน้าของลูกสาวที่เพิ่งเข้าโรงเรียนและความหวังของเมียที่รออยู่บ้านป่า เขาก็จำต้องสะบัดความอ่อนเพลียทิ้งไป
เขาเริ่มต้นวันด้วยการก้าวลงสู่ผืนดินสีดำสนิท ดินที่เขาฝากชีวิตและหยาดเหงื่อเอาไว้ ทวีไม่ได้รวยทรัพย์สิน มือของเขาหยาบกร้านจนแทบไม่มีความรู้สึก หลังของเขาโค้งงอใต้เปลวแดดเปรี้ยงที่แผดเผาผิวจนเกรียมไหม้ ทุกย่างก้าวในนาคือการต่อสู้กับโชคชะตา ทุกหยดเหงื่อที่ร่วงรินลงดินไม่ใช่เพียงน้ำ แต่มันคือ
"ค่าเงินผ่อน" และ
"ความอยู่รอด" ของคนทางบ้าน
เมื่อตกเย็น ในความเงียบที่มีเพียงเสียงแมลงกลางคืน ทวีนั่งมองจานข้าวใบเก่าที่มีรอยบิ่น ข้าวขาวร้อนๆ ในจานนั้นมองดูแล้วเหมือนจะธรรมดา แต่สำหรับเขา มันคือผลผลิตจากความอดทน เขาตระหนักดีว่าตนเอง
"ไม่ใช่เทวดา" ไม่มีเวทมนตร์ใดๆ ที่จะเสกเงินทองมาให้ มีเพียงสองมือที่สั่นเทานี้เท่านั้นที่ประคองปากท้องของครอบครัวให้รอดตายไปได้อีกวัน
เขามองข้ามคำดูแคลนของคนที่มองว่าเขาเป็นเพียง "คนจน" เพราะสำหรับทวี ความจนไม่ใช่คำสาปหรือเวรกรรม แต่มันคือ "บทเรียน" ที่สอนให้เขาแกร่งขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะพักเมื่อเหนื่อยล้า และวางเมื่อหนักอึ้ง เพื่อที่จะลุกขึ้นสร้างทางเดินใหม่ในเช้าวันถัดไป
ก่อนจะหลับตาลงด้วยความล้า เขานึกถึงลูกสาวตัวน้อยที่อยู่อีกไกลแสนไกล และพึมพำกับตัวเองในความมืดว่า...
"กินข้าวให้อร่อยนะลูก พ่อเตรียมไว้ให้แล้ว... ด้วยเหงื่อของพ่อเอง"
เหงื่อแลกข้าว
เรื่องสั้น: กว่าจะเป็นข้าวแต่ละคำ
ในดินแดนที่แสงทองยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า เสียงฮาร์โมนิก้าแว่วมากับลมหนาวจางๆ "ทวี" ขยับตัวลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ ร่างกายที่ผ่านการกรำงานหนักประท้วงด้วยความปวดร้าว แต่นึกถึงใบหน้าของลูกสาวที่เพิ่งเข้าโรงเรียนและความหวังของเมียที่รออยู่บ้านป่า เขาก็จำต้องสะบัดความอ่อนเพลียทิ้งไป
เขาเริ่มต้นวันด้วยการก้าวลงสู่ผืนดินสีดำสนิท ดินที่เขาฝากชีวิตและหยาดเหงื่อเอาไว้ ทวีไม่ได้รวยทรัพย์สิน มือของเขาหยาบกร้านจนแทบไม่มีความรู้สึก หลังของเขาโค้งงอใต้เปลวแดดเปรี้ยงที่แผดเผาผิวจนเกรียมไหม้ ทุกย่างก้าวในนาคือการต่อสู้กับโชคชะตา ทุกหยดเหงื่อที่ร่วงรินลงดินไม่ใช่เพียงน้ำ แต่มันคือ "ค่าเงินผ่อน" และ "ความอยู่รอด" ของคนทางบ้าน
เมื่อตกเย็น ในความเงียบที่มีเพียงเสียงแมลงกลางคืน ทวีนั่งมองจานข้าวใบเก่าที่มีรอยบิ่น ข้าวขาวร้อนๆ ในจานนั้นมองดูแล้วเหมือนจะธรรมดา แต่สำหรับเขา มันคือผลผลิตจากความอดทน เขาตระหนักดีว่าตนเอง "ไม่ใช่เทวดา" ไม่มีเวทมนตร์ใดๆ ที่จะเสกเงินทองมาให้ มีเพียงสองมือที่สั่นเทานี้เท่านั้นที่ประคองปากท้องของครอบครัวให้รอดตายไปได้อีกวัน
เขามองข้ามคำดูแคลนของคนที่มองว่าเขาเป็นเพียง "คนจน" เพราะสำหรับทวี ความจนไม่ใช่คำสาปหรือเวรกรรม แต่มันคือ "บทเรียน" ที่สอนให้เขาแกร่งขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะพักเมื่อเหนื่อยล้า และวางเมื่อหนักอึ้ง เพื่อที่จะลุกขึ้นสร้างทางเดินใหม่ในเช้าวันถัดไป
ก่อนจะหลับตาลงด้วยความล้า เขานึกถึงลูกสาวตัวน้อยที่อยู่อีกไกลแสนไกล และพึมพำกับตัวเองในความมืดว่า... "กินข้าวให้อร่อยนะลูก พ่อเตรียมไว้ให้แล้ว... ด้วยเหงื่อของพ่อเอง"