หนังไทยเรื่องแรกของปี 2026 ที่กล่าวถึง ปาร์ค นักศึกษาแพทย์ Intern หนุ่มเจ้าสำราญ รักความสบาย ไม่ตรงเวลา เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง (คนแบบนี้ความจริงไม่น่าจะเรียนหมอรอดมาได้นะ อย่าว่าแต่หมอเลย เอาแค่เรียนทั่ว ๆ ไปให้จบยังดูยาก) และมีความใฝ่ฝันจะเป็นหมอสกิน เนื่องจากประสบการณ์ในอดีต ที่พ่อของเขาต้องเสียชีวิตจากโรคที่หายาก และแม่ที่จากไปก่อนเขาจะเรียนจบ ปาร์ค จึงฝังใจว่าไม่อยากจะเป็นหมอในแผนกที่ต้องพบเจอกับความเป็นความตายของคน แต่เขากลับจับสลากได้ไปประจำอยู่ที่ ร.พ. ในจังหวัดพังงา ที่ ๆ เขาเปรยไว้ว่าไม่อยากไปอยู่เลยแม้แต่วันเดียว
หากแต่วันดีคืนร้าย เพื่อนสนิทของเขา คือ เน็ท เกิดอกหักจาก มิ้ง แฟนสาวแสนสวย ทำให้ เน็ท ต้องการที่พักใจ พอดีกับที่ ปาร์ค จะต้องไปประจำที่พังงาพอดี ทั้งคู่เลยจัดทริปเที่ยวเกาะปันหยี ก่อนที่ ปาร์ค จะเริ่มงาน ที่นั่นทั้งคู่ได้ใช้บริการทัวร์ท้องถิ่น ที่นำโดย มะ คุณแม่ผู้แสนดีที่ทำหน้าที่ไกด์อาวุโสตัวตึงประจำเกาะ กับ จำปูน ลูกสาวแสนสวย ที่อดีตเคยมาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ แต่กลับพบว่าความวุ่นวายและความเจริญไม่ใช่คำตอบ จึงเดินทางกลับไปพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่บ้านเกิด
ณ เกาะปันหยีแห่งนี้ นอกจากการได้เรียนรู้วัฒนธรรมมุสลิมที่แตกต่างออกไปแล้ว คนบนเกาะที่มีความจริงใจ รักถิ่นฐานบ้านเกิด และพร้อมดำรงไว้ซึ่งสิ่งที่ดีงามนั้น จะสามารถเปลี่ยนใจหมอที่แสนจะเหลวใหลอย่าง ปาร์ค ให้กลับเป็นคนใหม่ ที่มีจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือคน ดั่งหมอในอุดมคติได้หรือไม่ และต้นรักของเขากับ จำปูน จะเติบโตขึ้นบนแผ่นดินที่มีแต่ผืนน้ำแห่งนี้ได้หรือไม่..
หลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ก็รู้สึกว่าหนังมันธรรมดามากเลยครับ เป็นหนังที่มีความละครเย็นสูงมาก บทก็เป็นอะไรที่เดาทางได้หมด แถมมีความไม่สมเหตุสมผลมาประกอบอีกหลายตอน (อีกนิดนึงจะละครคุณธรรมแล้วนะ.. มีบทแบบไม่ยอมให้บอกว่าตัวเองเป็นหมอ แล้วต่อมาเพื่อนมาเฉลยว่า คนนี้เขาเป็นหมอด้วยครับ 55) นักแสดงทุกคนยกเว้นนางเอก ชื่อน้องกิ่ง อารียา ผลฟูตระกูล (ผมไม่รู้จักน้องนะ แต่สวย คมเข้ม มีเสน่ห์ เล่นดี ถ้าจะไปสายนางงามก็น่าจะรุ่ง) ก็แสดงแข็งกันดีจัง ยิ่งพระเอกยิ่งแบบดูแล้วนึกว่าหุ่น ทุกอารมณ์หน้าเดียวกันหมด พูดแบบท่องอาขยาน ตัวหนังจะมีดีก็ตรงการถ่ายภาพที่ขับความสวยงามของเกาะปันหยีออกมาได้แบบ จขกท. อยากจองตั๋วบินไปเที่ยวเลย และเพลงประกอบที่เพราะมาก จขกท. นั่งฟังจนจบ End Credit เลยครับ อ้อ! เรื่องของ Production โดยรวมของหนังก็ไม่แย่นะครับ เรียกว่า Production โอเคเลยครับ
แต่ที่บอกว่าหนังดูดีกว่าที่คิด.. จริงครับ.. คือ โครงเรื่องและสารที่หนังต้องการนำเสนอออกมาเป็นอะไรที่ดีมาก ในความกุ๊กกิ๊ก ความฟีลกู้ด หนังถ่ายทอดอารมณ์ของชาวบ้านบนเกาะปันหยีที่มีต่อบ้านเกิดของตนออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจมาก นักแสดงที่เป็นชาวเกาะทุกคนก็เล่นแข็งตามสภาพของคนที่ไม่ใช่มืออาชีพแหละครับ แต่ความใสซื่อไม่มีจริตของทุกคน มันดึงดูดให้คนดูเพลิดเพลินและเอ็นดูพวกเขาได้อย่างอยู่หมัด
และแม้จะเป็นหนังฟีลกู้ด แต่สารที่หนังนำเสนอไม่เบาเลยครับ เช่น เรื่องจริยธรรมความเป็นแพทย์ ปัญหาของการสาธารณสุขของคนชายขอบ ปัญหาการจัดการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมของชาวเกาะปันหยี รวมทั้งเรื่องของอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างกัน แม้หนังจะเข้าไปแตะอย่างละนิดละหน่อย ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ก็ทำให้เราตะหนักรู้ถึงปัญหาที่มีอยู่แบบไร้คนเหลียวแล
สุดท้ายแม้การแสดงของตัวละครนำอย่างพระเอกของเรื่องจะเป็นอะไรที่ผมไม่โอเค แต่พอมาเข้าคู่กับนางเอก กลับเป็นอะไรที่ไปด้วยกันได้ดี ดูไปดูมา เออก็จิ้นดีอยู่นะ 55 ผมไม่รู้ว่าคนจะสนใจดูหนังเรื่องนี้มั้ย (ผมดูวันแรกรอบบ่าย ที่โรงกลางกรุงพอสมควร มีคนดูทั้งโรงไม่เกิน 10 คนครับ) แต่ความคิดส่วนตัว คือ หนังไม่ได้แย่ครับ รู้สึกดีกว่าที่ผมคิดไว้ และที่สำคัญหนังเรื่องนี้นี่แหละครับ.. ทำผมน้ำตาคลอไปหลายช่วงแบบไม่น่าเชื่อเลย.. ไม่เชื่อต้องลองไปพิสูจน์เองครับ ใครอยากดูหนังฟีลกู้ดแบบมีสาระแฝงหน่อย จิ้นนิด ๆ กุ๊กกิ๊ก ๆ แต่อบอุ่น เชิญครับ.. หนังดูได้ครับ ส่วนใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ
ปันหยี I sea you.. หนังฟีลกู้ด ที่มีหัวใจ ดูดีกว่าที่คิดไว้..
หนังไทยเรื่องแรกของปี 2026 ที่กล่าวถึง ปาร์ค นักศึกษาแพทย์ Intern หนุ่มเจ้าสำราญ รักความสบาย ไม่ตรงเวลา เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง (คนแบบนี้ความจริงไม่น่าจะเรียนหมอรอดมาได้นะ อย่าว่าแต่หมอเลย เอาแค่เรียนทั่ว ๆ ไปให้จบยังดูยาก) และมีความใฝ่ฝันจะเป็นหมอสกิน เนื่องจากประสบการณ์ในอดีต ที่พ่อของเขาต้องเสียชีวิตจากโรคที่หายาก และแม่ที่จากไปก่อนเขาจะเรียนจบ ปาร์ค จึงฝังใจว่าไม่อยากจะเป็นหมอในแผนกที่ต้องพบเจอกับความเป็นความตายของคน แต่เขากลับจับสลากได้ไปประจำอยู่ที่ ร.พ. ในจังหวัดพังงา ที่ ๆ เขาเปรยไว้ว่าไม่อยากไปอยู่เลยแม้แต่วันเดียว
หากแต่วันดีคืนร้าย เพื่อนสนิทของเขา คือ เน็ท เกิดอกหักจาก มิ้ง แฟนสาวแสนสวย ทำให้ เน็ท ต้องการที่พักใจ พอดีกับที่ ปาร์ค จะต้องไปประจำที่พังงาพอดี ทั้งคู่เลยจัดทริปเที่ยวเกาะปันหยี ก่อนที่ ปาร์ค จะเริ่มงาน ที่นั่นทั้งคู่ได้ใช้บริการทัวร์ท้องถิ่น ที่นำโดย มะ คุณแม่ผู้แสนดีที่ทำหน้าที่ไกด์อาวุโสตัวตึงประจำเกาะ กับ จำปูน ลูกสาวแสนสวย ที่อดีตเคยมาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ แต่กลับพบว่าความวุ่นวายและความเจริญไม่ใช่คำตอบ จึงเดินทางกลับไปพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่บ้านเกิด
ณ เกาะปันหยีแห่งนี้ นอกจากการได้เรียนรู้วัฒนธรรมมุสลิมที่แตกต่างออกไปแล้ว คนบนเกาะที่มีความจริงใจ รักถิ่นฐานบ้านเกิด และพร้อมดำรงไว้ซึ่งสิ่งที่ดีงามนั้น จะสามารถเปลี่ยนใจหมอที่แสนจะเหลวใหลอย่าง ปาร์ค ให้กลับเป็นคนใหม่ ที่มีจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือคน ดั่งหมอในอุดมคติได้หรือไม่ และต้นรักของเขากับ จำปูน จะเติบโตขึ้นบนแผ่นดินที่มีแต่ผืนน้ำแห่งนี้ได้หรือไม่..
หลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ก็รู้สึกว่าหนังมันธรรมดามากเลยครับ เป็นหนังที่มีความละครเย็นสูงมาก บทก็เป็นอะไรที่เดาทางได้หมด แถมมีความไม่สมเหตุสมผลมาประกอบอีกหลายตอน (อีกนิดนึงจะละครคุณธรรมแล้วนะ.. มีบทแบบไม่ยอมให้บอกว่าตัวเองเป็นหมอ แล้วต่อมาเพื่อนมาเฉลยว่า คนนี้เขาเป็นหมอด้วยครับ 55) นักแสดงทุกคนยกเว้นนางเอก ชื่อน้องกิ่ง อารียา ผลฟูตระกูล (ผมไม่รู้จักน้องนะ แต่สวย คมเข้ม มีเสน่ห์ เล่นดี ถ้าจะไปสายนางงามก็น่าจะรุ่ง) ก็แสดงแข็งกันดีจัง ยิ่งพระเอกยิ่งแบบดูแล้วนึกว่าหุ่น ทุกอารมณ์หน้าเดียวกันหมด พูดแบบท่องอาขยาน ตัวหนังจะมีดีก็ตรงการถ่ายภาพที่ขับความสวยงามของเกาะปันหยีออกมาได้แบบ จขกท. อยากจองตั๋วบินไปเที่ยวเลย และเพลงประกอบที่เพราะมาก จขกท. นั่งฟังจนจบ End Credit เลยครับ อ้อ! เรื่องของ Production โดยรวมของหนังก็ไม่แย่นะครับ เรียกว่า Production โอเคเลยครับ
แต่ที่บอกว่าหนังดูดีกว่าที่คิด.. จริงครับ.. คือ โครงเรื่องและสารที่หนังต้องการนำเสนอออกมาเป็นอะไรที่ดีมาก ในความกุ๊กกิ๊ก ความฟีลกู้ด หนังถ่ายทอดอารมณ์ของชาวบ้านบนเกาะปันหยีที่มีต่อบ้านเกิดของตนออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจมาก นักแสดงที่เป็นชาวเกาะทุกคนก็เล่นแข็งตามสภาพของคนที่ไม่ใช่มืออาชีพแหละครับ แต่ความใสซื่อไม่มีจริตของทุกคน มันดึงดูดให้คนดูเพลิดเพลินและเอ็นดูพวกเขาได้อย่างอยู่หมัด
และแม้จะเป็นหนังฟีลกู้ด แต่สารที่หนังนำเสนอไม่เบาเลยครับ เช่น เรื่องจริยธรรมความเป็นแพทย์ ปัญหาของการสาธารณสุขของคนชายขอบ ปัญหาการจัดการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมของชาวเกาะปันหยี รวมทั้งเรื่องของอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างกัน แม้หนังจะเข้าไปแตะอย่างละนิดละหน่อย ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ก็ทำให้เราตะหนักรู้ถึงปัญหาที่มีอยู่แบบไร้คนเหลียวแล
สุดท้ายแม้การแสดงของตัวละครนำอย่างพระเอกของเรื่องจะเป็นอะไรที่ผมไม่โอเค แต่พอมาเข้าคู่กับนางเอก กลับเป็นอะไรที่ไปด้วยกันได้ดี ดูไปดูมา เออก็จิ้นดีอยู่นะ 55 ผมไม่รู้ว่าคนจะสนใจดูหนังเรื่องนี้มั้ย (ผมดูวันแรกรอบบ่าย ที่โรงกลางกรุงพอสมควร มีคนดูทั้งโรงไม่เกิน 10 คนครับ) แต่ความคิดส่วนตัว คือ หนังไม่ได้แย่ครับ รู้สึกดีกว่าที่ผมคิดไว้ และที่สำคัญหนังเรื่องนี้นี่แหละครับ.. ทำผมน้ำตาคลอไปหลายช่วงแบบไม่น่าเชื่อเลย.. ไม่เชื่อต้องลองไปพิสูจน์เองครับ ใครอยากดูหนังฟีลกู้ดแบบมีสาระแฝงหน่อย จิ้นนิด ๆ กุ๊กกิ๊ก ๆ แต่อบอุ่น เชิญครับ.. หนังดูได้ครับ ส่วนใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ