ทำความรู้จักกันกับ สาธารณรัฐกอทูเล ที่มีโครงการว่าจะแยกตัวออกจากประเทศเมียนมาร์ ว่ามีผู้คนแบบใดอาศัยกันอยู่ในพื้นที่นี้
สาธารณรัฐกอทูเล (Republic of the Union of Kawthoolei)
จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่พื้นที่ที่มีคนกลุ่มเดียว ภาษาเดียว หรือวัฒนธรรมแบบเดียวกันเลย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความหลากหลายมาก ๆ ไม่ต่างจากภาพรวมของสหภาพเมียนมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าอ้างอิงจากแผนที่และข้อมูลชาติพันธุ์ จะเห็นว่าพื้นที่กอทูเลประกอบด้วยคนหลัก ๆ อยู่ประมาณสามกลุ่มใหญ่ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีเรื่องราว ภาษา และอัตลักษณ์ของตัวเองชัดเจน
กลุ่มแรก และถือว่าเป็นกลุ่มสำคัญที่สุดก็คือ
ชาวกะเหรี่ยง กลุ่มนี้พูดภาษาในตระกูลจีน–ทิเบต สาขาที่เรียกว่า Karenic ซึ่งพูดกันตรง ๆ คือเป็นสาขาภาษาของตัวเอง ไม่ได้เหมือนพม่าและก็ไม่ใช่จีนเสียทีเดียว ที่น่าสนใจคือ ภาษากะเหรี่ยงไม่ได้มีภาษาเดียว แต่แตกแขนงออกไปอีกหลายภาษา บางกลุ่มฟังกันไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
อย่าง กะเหรี่ยงสะกอ หรือปกาเกอะญอ ที่หลายคนคุ้นชื่อ ยังแบ่งออกเป็นสำเนียงย่อยอีกเยอะมาก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ภูเขา หุบเขา หรือหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ ถัดมาก็เป็น กะเหรี่ยงโป หรือโปว์ ซึ่งถ้าไม่สังเกตดี ๆ จะคล้ายกับปกาเกอะญอ แต่มีจุดต่างชัด ๆ อย่างการออกเสียงสระ เช่น คำว่า “ฉันรักเธอ” ที่ปกาเกอะญอพูดว่า “ยาแอะนา” แต่โปว์จะออกเสียงเป็น “แยแอะแน” แค่เปลี่ยนสระนิดเดียว แต่คนละสำเนียงแล้ว
ส่วน กะเหรี่ยงกะยา หรือกะเหรี่ยงบาเว ที่หลายคนรู้จักในชื่อกะเหรี่ยงคอยาว นี่ก็ยิ่งไปกันคนละทาง ภาษาแตกย่อยออกไปอีกหลายแบบ และโดยเฉพาะในรัฐกะยา หรือกะเรนนี คนกลุ่มนี้มักจะฟังภาษาปกาเกอะญอไม่ค่อยเข้าใจแล้ว นอกจากนี้ยังมีกะเหรี่ยงเฆโก กะเหรี่ยงมอบวา ซึ่งมอบวาเองก็ยังแยกเป็นภาษาบิลีจีและเดอมูฮา รวมถึงกะเหรี่ยงปาไลชิ กะเหรี่ยงเวเวา ที่ชื่ออาจไม่ค่อยคุ้นหูคนทั่วไป
อีกกลุ่มที่น่าสนใจมากคือ กะเหรี่ยงตองสู หรือที่เรียกกันว่าตองทู หรือกะเหรี่ยงดำ ในเมียนมาจะรู้จักกันในชื่อ ชาวปะโอ กลุ่มนี้แบ่งออกเป็นทั้งชาวที่ราบ ซึ่งอยู่ปะปนกับชาวมอญตามเมืองใหญ่ ๆ อย่างย่างกุ้ง พะโค สะเทิม หรือมะละแหม่ง และกลุ่มที่อยู่บนพื้นที่สูงในรัฐฉาน แถมยังมีกลุ่มย่อยอีกไม่น้อยกว่า 20 กลุ่มย่อย ที่มีทั้งภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายก็มักจะถูกเรียกรวม ๆ ว่า “ปะโอ”
กลุ่มที่สองคือ
ชาวพม่า ถึงจะอยู่ในตระกูลภาษาจีน–ทิเบตเหมือนกับกะเหรี่ยง แต่จริง ๆ แล้วอยู่กันคนละสาขา เหมือนภาษาจีนกับทิเบตที่เป็นญาติกันแต่พูดกันไม่รู้เรื่อง ภาษาพม่าฟังไม่เข้าใจกับภาษากะเหรี่ยง การนับเลข การออกเสียง รวมถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตก็แตกต่างกันค่อนข้างชัด
ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือ
ชาวมอญ ซึ่งยิ่งแตกต่างออกไปอีก เพราะใช้ภาษาคนละตระกูลเลย คืออยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขา Monic เป็นภาษาที่มีรากเก่าแก่ยาวนานในภูมิภาคนี้ และมีอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาต่อพื้นที่รอบ ๆ ไม่น้อย
พอมองภาพรวมแบบนี้ จะเห็นเลยว่ากอทูเลไม่ใช่แค่พื้นที่ทางการเมืองหรือชื่อในแผนที่ แต่มันคือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายภาษา หลายชาติพันธุ์ และหลายเรื่องเล่าที่ซ้อนทับกันอยู่ตลอดเวลา และนั่นแหละ คือเสน่ห์ที่ทำให้พื้นที่นี้ซับซ้อน เข้าใจยาก แต่ก็น่าทำความรู้จักมาก ๆ เหมือนนั่งคุยกับเพื่อนหลายคนในวงเดียวกัน ที่แต่ละคนมีสำเนียง มีเรื่องราว และมีตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน
เครดิต:
dukedicknarak postjung
ทำความรู้จักกับ สาธารณรัฐกอทูเล ที่มีโครงการว่าจะแยกตัวออกจากประเทศเมียนมาร์
สาธารณรัฐกอทูเล (Republic of the Union of Kawthoolei)
จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่พื้นที่ที่มีคนกลุ่มเดียว ภาษาเดียว หรือวัฒนธรรมแบบเดียวกันเลย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความหลากหลายมาก ๆ ไม่ต่างจากภาพรวมของสหภาพเมียนมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าอ้างอิงจากแผนที่และข้อมูลชาติพันธุ์ จะเห็นว่าพื้นที่กอทูเลประกอบด้วยคนหลัก ๆ อยู่ประมาณสามกลุ่มใหญ่ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีเรื่องราว ภาษา และอัตลักษณ์ของตัวเองชัดเจน
กลุ่มแรก และถือว่าเป็นกลุ่มสำคัญที่สุดก็คือ ชาวกะเหรี่ยง กลุ่มนี้พูดภาษาในตระกูลจีน–ทิเบต สาขาที่เรียกว่า Karenic ซึ่งพูดกันตรง ๆ คือเป็นสาขาภาษาของตัวเอง ไม่ได้เหมือนพม่าและก็ไม่ใช่จีนเสียทีเดียว ที่น่าสนใจคือ ภาษากะเหรี่ยงไม่ได้มีภาษาเดียว แต่แตกแขนงออกไปอีกหลายภาษา บางกลุ่มฟังกันไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
อย่าง กะเหรี่ยงสะกอ หรือปกาเกอะญอ ที่หลายคนคุ้นชื่อ ยังแบ่งออกเป็นสำเนียงย่อยอีกเยอะมาก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ภูเขา หุบเขา หรือหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ ถัดมาก็เป็น กะเหรี่ยงโป หรือโปว์ ซึ่งถ้าไม่สังเกตดี ๆ จะคล้ายกับปกาเกอะญอ แต่มีจุดต่างชัด ๆ อย่างการออกเสียงสระ เช่น คำว่า “ฉันรักเธอ” ที่ปกาเกอะญอพูดว่า “ยาแอะนา” แต่โปว์จะออกเสียงเป็น “แยแอะแน” แค่เปลี่ยนสระนิดเดียว แต่คนละสำเนียงแล้ว
ส่วน กะเหรี่ยงกะยา หรือกะเหรี่ยงบาเว ที่หลายคนรู้จักในชื่อกะเหรี่ยงคอยาว นี่ก็ยิ่งไปกันคนละทาง ภาษาแตกย่อยออกไปอีกหลายแบบ และโดยเฉพาะในรัฐกะยา หรือกะเรนนี คนกลุ่มนี้มักจะฟังภาษาปกาเกอะญอไม่ค่อยเข้าใจแล้ว นอกจากนี้ยังมีกะเหรี่ยงเฆโก กะเหรี่ยงมอบวา ซึ่งมอบวาเองก็ยังแยกเป็นภาษาบิลีจีและเดอมูฮา รวมถึงกะเหรี่ยงปาไลชิ กะเหรี่ยงเวเวา ที่ชื่ออาจไม่ค่อยคุ้นหูคนทั่วไป
อีกกลุ่มที่น่าสนใจมากคือ กะเหรี่ยงตองสู หรือที่เรียกกันว่าตองทู หรือกะเหรี่ยงดำ ในเมียนมาจะรู้จักกันในชื่อ ชาวปะโอ กลุ่มนี้แบ่งออกเป็นทั้งชาวที่ราบ ซึ่งอยู่ปะปนกับชาวมอญตามเมืองใหญ่ ๆ อย่างย่างกุ้ง พะโค สะเทิม หรือมะละแหม่ง และกลุ่มที่อยู่บนพื้นที่สูงในรัฐฉาน แถมยังมีกลุ่มย่อยอีกไม่น้อยกว่า 20 กลุ่มย่อย ที่มีทั้งภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายก็มักจะถูกเรียกรวม ๆ ว่า “ปะโอ”
กลุ่มที่สองคือ ชาวพม่า ถึงจะอยู่ในตระกูลภาษาจีน–ทิเบตเหมือนกับกะเหรี่ยง แต่จริง ๆ แล้วอยู่กันคนละสาขา เหมือนภาษาจีนกับทิเบตที่เป็นญาติกันแต่พูดกันไม่รู้เรื่อง ภาษาพม่าฟังไม่เข้าใจกับภาษากะเหรี่ยง การนับเลข การออกเสียง รวมถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตก็แตกต่างกันค่อนข้างชัด
ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือ ชาวมอญ ซึ่งยิ่งแตกต่างออกไปอีก เพราะใช้ภาษาคนละตระกูลเลย คืออยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขา Monic เป็นภาษาที่มีรากเก่าแก่ยาวนานในภูมิภาคนี้ และมีอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาต่อพื้นที่รอบ ๆ ไม่น้อย
พอมองภาพรวมแบบนี้ จะเห็นเลยว่ากอทูเลไม่ใช่แค่พื้นที่ทางการเมืองหรือชื่อในแผนที่ แต่มันคือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายภาษา หลายชาติพันธุ์ และหลายเรื่องเล่าที่ซ้อนทับกันอยู่ตลอดเวลา และนั่นแหละ คือเสน่ห์ที่ทำให้พื้นที่นี้ซับซ้อน เข้าใจยาก แต่ก็น่าทำความรู้จักมาก ๆ เหมือนนั่งคุยกับเพื่อนหลายคนในวงเดียวกัน ที่แต่ละคนมีสำเนียง มีเรื่องราว และมีตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน
เครดิต: dukedicknarak postjung