วิจัยใหม่ชี้ ‘น้ำมันหมู’ กินพอดี ช่วยลดไขมัน-ต้านอักเสบ
.
ผลการวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์ด้าน “เนื้อหมูและสุขภาพมนุษย์” ของมหาวิทยาลัย Hunan Agricultural (湖南农业大学) สร้างความประหลาดใจให้กับวงการโภชนาการ เมื่อพบว่า การบริโภคมันหมูในปริมาณเหมาะสม อาจช่วยลดการสะสมไขมันและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
.
งานวิจัยดังกล่าวเพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ npj Food Science โดยทีมวิจัยแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรใช้น้ำมันประกอบอาหารวันละประมาณ 25-30 กรัม และสามารถเป็นมันหมูราวครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด
.
นักวิจัยเปรียบเทียบผลของการกิน น้ำมันหมู น้ำมันเมล็ดชา และน้ำมันถั่วลิสง โดยทดลองในหนูภายใต้รูปแบบการกินไขมันต่ำ เลียนแบบอาหารสุขภาพของมนุษย์ (พลังงานจากไขมัน 25%)
ผลที่ได้คือ หนูที่กินมันหมู มีไขมันสะสมน้อยกว่าเกือบ 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินน้ำมันชา ระดับสารก่อการอักเสบ เช่น IL-6 (โปรตีนที่เกี่ยวข้องเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยามากเกินไป) ลดลง ขณะที่สารต้านการอักเสบอย่าง IL-10 และเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดลดการอักเสบกลับเพิ่มขึ้น
.
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า เมื่อควบคุมปริมาณรวมให้เหมาะสม น้ำมันหมูอาจให้ผลดีกว่าน้ำมันพืชบางชนิดในแง่ของการควบคุมน้ำหนักและการอักเสบเรื้อรัง
.
ทีมวิจัยยังพบกลไกระดับโมเลกุลที่อยู่เบื้องหลัง โดยการกินมันหมูช่วยเพิ่มระดับกรดทอโรโซดีออกซีโชลิก (TUDCA) ในเลือด ซึ่งเป็นสารตัวกลางที่เชื่อมโยงอาหารกับกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย
.
สารชนิดนี้มีบทบาททั้งในการกระตุ้นการสลายไขมันเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน และช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ลดการอักเสบในเนื้อเยื่อไขมัน ส่งผลให้การสะสมไขมันและการอักเสบเรื้อรังลดลง
.
นักวิจัยแนะนำให้ใช้ น้ำมันหมูผสมกับน้ำมันพืชอย่างเหมาะสม เลือกใช้น้ำมันหมูอย่างพอดี เพราะมีสัดส่วนกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวที่ค่อนข้างสมดุล
.
ข้อดีอีกประการคือ น้ำมันหมูให้รสชาติดี ทำให้ใช้น้ำมันลดลงได้ถึงราว 40% ในการผัดอาหารชนิดเดียวกัน นอกจากนี้ควรจำกัดการใช้น้ำมันพืชที่มีกรดโอเลอิกสูง และรับพลังงานจากไขมันของน้ำมันพืชประเภทนี้ที่ไม่เกิน 10%
.
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ปริมาณและความสมดุล ไม่ใช่การบริโภคน้ำมันหมูแบบไม่จำกัด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#น้ำมันหมู #วิจัย
🐷🍽️ วิจัยใหม่ชี้ ‘น้ำมันหมู’ กินพอดี ช่วยลดไขมัน-ต้านอักเสบ
.
ผลการวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์ด้าน “เนื้อหมูและสุขภาพมนุษย์” ของมหาวิทยาลัย Hunan Agricultural (湖南农业大学) สร้างความประหลาดใจให้กับวงการโภชนาการ เมื่อพบว่า การบริโภคมันหมูในปริมาณเหมาะสม อาจช่วยลดการสะสมไขมันและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
.
งานวิจัยดังกล่าวเพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ npj Food Science โดยทีมวิจัยแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรใช้น้ำมันประกอบอาหารวันละประมาณ 25-30 กรัม และสามารถเป็นมันหมูราวครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด
.
นักวิจัยเปรียบเทียบผลของการกิน น้ำมันหมู น้ำมันเมล็ดชา และน้ำมันถั่วลิสง โดยทดลองในหนูภายใต้รูปแบบการกินไขมันต่ำ เลียนแบบอาหารสุขภาพของมนุษย์ (พลังงานจากไขมัน 25%)
ผลที่ได้คือ หนูที่กินมันหมู มีไขมันสะสมน้อยกว่าเกือบ 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินน้ำมันชา ระดับสารก่อการอักเสบ เช่น IL-6 (โปรตีนที่เกี่ยวข้องเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยามากเกินไป) ลดลง ขณะที่สารต้านการอักเสบอย่าง IL-10 และเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดลดการอักเสบกลับเพิ่มขึ้น
.
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า เมื่อควบคุมปริมาณรวมให้เหมาะสม น้ำมันหมูอาจให้ผลดีกว่าน้ำมันพืชบางชนิดในแง่ของการควบคุมน้ำหนักและการอักเสบเรื้อรัง
.
ทีมวิจัยยังพบกลไกระดับโมเลกุลที่อยู่เบื้องหลัง โดยการกินมันหมูช่วยเพิ่มระดับกรดทอโรโซดีออกซีโชลิก (TUDCA) ในเลือด ซึ่งเป็นสารตัวกลางที่เชื่อมโยงอาหารกับกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย
.
สารชนิดนี้มีบทบาททั้งในการกระตุ้นการสลายไขมันเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน และช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ลดการอักเสบในเนื้อเยื่อไขมัน ส่งผลให้การสะสมไขมันและการอักเสบเรื้อรังลดลง
.
นักวิจัยแนะนำให้ใช้ น้ำมันหมูผสมกับน้ำมันพืชอย่างเหมาะสม เลือกใช้น้ำมันหมูอย่างพอดี เพราะมีสัดส่วนกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวที่ค่อนข้างสมดุล
.
ข้อดีอีกประการคือ น้ำมันหมูให้รสชาติดี ทำให้ใช้น้ำมันลดลงได้ถึงราว 40% ในการผัดอาหารชนิดเดียวกัน นอกจากนี้ควรจำกัดการใช้น้ำมันพืชที่มีกรดโอเลอิกสูง และรับพลังงานจากไขมันของน้ำมันพืชประเภทนี้ที่ไม่เกิน 10%
.
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ปริมาณและความสมดุล ไม่ใช่การบริโภคน้ำมันหมูแบบไม่จำกัด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#น้ำมันหมู #วิจัย