เพื่อนสมัยเด็ก กับบทเรียนที่จำไม่ลืม
ผมอยากมาเล่าเรื่องหนึ่งในชีวิต เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเด็ก แต่เป็นบทเรียนที่ผมจำได้จนถึงวันนี้ เรื่องของ “เพื่อนสนิท” ที่ทำให้ผมเข้าใจคำว่าเงินกับมิตรภาพตั้งแต่ยังไม่โต
ตอนเด็ก ๆ ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง อยู่ข้างบ้านกัน ไปไหนไปกัน โดยเฉพาะร้านเกม แทบจะเจอกันทุกวัน บางวันเพื่อนเงินไม่พอ แต่ผมอยากให้มันเล่นกับผมต่อ ผมก็ออกให้เลย เลี้ยงบ้าง ให้ยืมบ้าง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่าเป็นเพื่อนกัน ยอดเงินมันก็นับ ๆ ทบ ๆ กันไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่เคยจด ไม่เคยทวงจริงจัง จนมีอยู่ครั้งหนึ่งมันทำกุญแจรถที่บ้านหาย ต้องไปปั๊มดอกใหม่ ซึ่งราคาแพงมากสำหรับเด็กในตอนนั้น พอเอายอดนั้นมารวมกับเงินที่เคยยืมไว้ก่อนหน้า ยอดรวมมันขึ้นไปถึงหลักพันบาท สำหรับผู้ใหญ่อาจไม่เยอะ แต่สำหรับเด็กคนนึงในตอนนั้น มันคือเงินก้อนใหญ่มาก พอผมเริ่มอยากได้เงินคืน สิ่งที่ได้ยินกลับมาคือคำพูดว่า “ไหนหลักฐานว่ากูยืม” ตอนนั้นผมยืนนิ่งเลย ความรู้สึกมันจุกมาก ทั้งที่ผมให้มันมาตลอด และเราก็อยู่ข้างบ้านกันแท้ ๆ สุดท้ายครอบครัวผมรู้เรื่อง ก็เลยไปทวงให้ กลายเป็นปัญหากันพอสมควร ทางพ่อแม่เขาทยอยคืนวันละ 20 บาท และก็คืนไม่ครบด้วย แต่ผมก็ไม่อยากยุ่งต่อ คิดว่าเอาแค่นี้พอแล้ว หลังจากนั้นผมก็ไม่คบ ไม่ยุ่งกับเขาอีกเลยเวลาผ่านไปหลายปี ประมาณ 1–2 เดือนที่แล้ว ผมบังเอิญเห็นในเฟซบุ๊กว่าเขาโดนโพสต์ประจาน เพราะไปโกงของคนอื่นมา ผมยอมรับว่ารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ไม่ได้สะใจ แต่รู้สึกว่าอย่างน้อยวันนั้นผมก็ออกมาจากชีวิตเขาได้ทัน
เรื่องนี้สอนผมว่า บางคนไม่ได้เปลี่ยนไปตามเวลา เขาแค่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาในวันที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นแล้ว
เรื่องนี้คือที่ผมโดนมานะแต่ขี้เกียจพิมพ์เลยให้AIพิมพ์ให้
โดนโกงเงินจากคนที่ไว้ใจ
ผมอยากมาเล่าเรื่องหนึ่งในชีวิต เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเด็ก แต่เป็นบทเรียนที่ผมจำได้จนถึงวันนี้ เรื่องของ “เพื่อนสนิท” ที่ทำให้ผมเข้าใจคำว่าเงินกับมิตรภาพตั้งแต่ยังไม่โต
ตอนเด็ก ๆ ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง อยู่ข้างบ้านกัน ไปไหนไปกัน โดยเฉพาะร้านเกม แทบจะเจอกันทุกวัน บางวันเพื่อนเงินไม่พอ แต่ผมอยากให้มันเล่นกับผมต่อ ผมก็ออกให้เลย เลี้ยงบ้าง ให้ยืมบ้าง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่าเป็นเพื่อนกัน ยอดเงินมันก็นับ ๆ ทบ ๆ กันไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่เคยจด ไม่เคยทวงจริงจัง จนมีอยู่ครั้งหนึ่งมันทำกุญแจรถที่บ้านหาย ต้องไปปั๊มดอกใหม่ ซึ่งราคาแพงมากสำหรับเด็กในตอนนั้น พอเอายอดนั้นมารวมกับเงินที่เคยยืมไว้ก่อนหน้า ยอดรวมมันขึ้นไปถึงหลักพันบาท สำหรับผู้ใหญ่อาจไม่เยอะ แต่สำหรับเด็กคนนึงในตอนนั้น มันคือเงินก้อนใหญ่มาก พอผมเริ่มอยากได้เงินคืน สิ่งที่ได้ยินกลับมาคือคำพูดว่า “ไหนหลักฐานว่ากูยืม” ตอนนั้นผมยืนนิ่งเลย ความรู้สึกมันจุกมาก ทั้งที่ผมให้มันมาตลอด และเราก็อยู่ข้างบ้านกันแท้ ๆ สุดท้ายครอบครัวผมรู้เรื่อง ก็เลยไปทวงให้ กลายเป็นปัญหากันพอสมควร ทางพ่อแม่เขาทยอยคืนวันละ 20 บาท และก็คืนไม่ครบด้วย แต่ผมก็ไม่อยากยุ่งต่อ คิดว่าเอาแค่นี้พอแล้ว หลังจากนั้นผมก็ไม่คบ ไม่ยุ่งกับเขาอีกเลยเวลาผ่านไปหลายปี ประมาณ 1–2 เดือนที่แล้ว ผมบังเอิญเห็นในเฟซบุ๊กว่าเขาโดนโพสต์ประจาน เพราะไปโกงของคนอื่นมา ผมยอมรับว่ารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ไม่ได้สะใจ แต่รู้สึกว่าอย่างน้อยวันนั้นผมก็ออกมาจากชีวิตเขาได้ทัน
เรื่องนี้สอนผมว่า บางคนไม่ได้เปลี่ยนไปตามเวลา เขาแค่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาในวันที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นแล้ว
เรื่องนี้คือที่ผมโดนมานะแต่ขี้เกียจพิมพ์เลยให้AIพิมพ์ให้