JJNY : 5in1 โรมชี้การพบฐานใหม่│ร่ายยิบ Reform-driven Growth│ธนาธรอ้อนชาวอุบลฯ│เท้งบุกระยอง│‘ลิซ่า’หาเสียงสงขลา เมินโพล

'โรม' ชี้ การพบฐานใหม่สแกมเมอร์ ห่างชายแดนไทยแค่ 4 กม. เจ้าหน้าที่ยิ่งต้องเข้มงวด
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10087950
.

.
‘โรม’ ชี้ การพบฐานใหม่สแกมเมอร์ ห่างชายแดนไทยแค่ 4 กม. จี้เจ้าหน้าที่ยิ่งต้องเข้มงวด มองสแกมเมอร์ไม่หมดไป เพราะเราไม่ยึดอายัดทรัพย์อย่างเด็ดขาด
.
นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยข้อมูลการพบฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ ตั้งศูนย์ใหญ่ในกัมพูชา ห่างจากชายแดนไทยเพียงราว 4 กิโลเมตรเท่านั้น โดยระบุดังนี้
.
เพราะเราไม่สามารถทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติได้ สแกมเมอร์จึงไม่หมดไป เพราะเราไม่ยึดอายัดทรัพย์อย่างเด็ดขาด อาชญากรจึงเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว
.
พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ
.
ช่วงนี้เราจะเห็นข่าวการตั้งฐานใหม่ของแหล่งสแกมเมอร์ ซึ่งอยู่ห่างจากปอยเปตประมาณ 50 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทยเพียงราว 4 กิโลเมตรเท่านั้น
.
เรื่องนี้น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะการที่เครือข่ายเหล่านี้ยังคงเดินหน้าตั้งฐานสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่า พวกเขายังมองเห็น “ประโยชน์” ของการตั้งฐานใกล้ชายแดน เพื่อความสะดวกในการค้ามนุษย์ และการพาคนหลากหลายสัญชาติข้ามไปบังคับเป็นสแกมเมอร์ในกัมพูชา
.
จากสถานการณ์นี้ ผมเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนจำเป็นต้องกวดขันอย่างเข้มงวด และต้องทำให้สังคมมั่นใจว่า จะไม่มีการลักลอบพาใครก็ตามข้ามแดนไปเป็นสแกมเมอร์ได้อีก
.
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรโฟกัสการจัดการ “ไทยเทา” อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ นายสมบูรณ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีเครือข่ายกว้างขวาง ทั้งกับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองฝั่งกัมพูชา อีกทั้งฐานคาสิโนของนายสมบูรณ์ยังถูกใช้เป็นแหล่งสแกมเมอร์อีกด้วย
.
สุดท้าย สิ่งที่ประเทศไทยต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง คือการตกเป็นฐานฟอกเงินของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ต่อไป เราต้องยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมาแหล่งสแกมเมอร์ในกัมพูชามีจำนวนมาก และประเทศไทยยังล่าช้าอย่างยิ่งในการปราบปรามปัญหานี้
.
พวกเราคนไทยคงต้องช่วยกันผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประเทศของเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอาชญากรรมข้ามชาติอีกต่อไป
.
https://www.facebook.com/rangsimanrome/posts/1427216222094766
.

.
แคนดิเดตนายกฯปชน. ร่ายยิบ Reform-driven Growth คือทางเดียว ไม่ให้เวียดนามแซงไทย.
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5536063
.
แคนดิเดตนายกฯปชน. ร่ายยิบ Reform-driven Growth คือทางเดียว ไม่ให้เวียดนามแซงไทย ยันกล้าปรับโครงสร้างประเทศครั้งใหญ่ ลดจำนวนกระทรวง จังหวัด ควบรวมหน่วยงาน แนะผู้กำหนดนโยบายกล้ายอมรับความจริง มองไทยก็ทำได้ เพียงติดหล่มวิธีการใช้เงิน วิธีการใช้รัฐ และแรงจูงใจคนในสังคม  
.
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ มาแก้ปากท้องด้วย Reform-driven Growth กันสักตั้ง ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
.
1. ทำไมประเทศไทยแก้ปัญหาปากท้องไม่ได้เสียที
.
จากนโยบายกว่า 200 ข้อที่พรรคประชาชนเปิดช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา https://election69.peoplesparty.or.th/policy/ ถ้าต้องสรุปเป็นคำสั้นๆ คำเดียว ผมจะเรียกทั้งหมดนี้ว่า Reform-driven Growth
.
ใช่ครับ ถ้าแปลเป็นไทยมันจะธรรมดามาก จะโตด้วยการ “ปฏิรูป” เหรอ โถ ไม่เห็นตื่นเต้นเลย ไม่ว้าวเลย ใครจะสนใจ แล้วจะแก้ปากท้องได้ยังไง
.
ในด้านหนึ่ง คำอุทานแบบนี้เกิดอัตโนมัติเพราะคำว่า “ปฏิรูป” ถูกการเมืองไทยปู้ยี่ปู้ยำมาตลอด 20 ปีหลังรัฐบาลจากทุกสีพากันตั้งคณะกรรมการปฏิรูปชุดแล้วชุดเล่า ผลิตรายงานหลายหมื่นหน้าที่ไม่ส่งผลลัพธ์รูปธรรมต่อชีวิตประชาชน แถมยังมีเนื้อหาซ้ำซ้อนกันไปมา จนปฏิรูปกลายเป็น “คำตาย” ที่ไม่มีพลังในการสื่อสารนโยบายไปแล้ว
.
แต่อีกด้านหนึ่ง ประโยคอุทานที่ว่า “ไม่เห็นตื่นเต้นเลย ไม่ว้าวเลย” ก็ชวนให้ตั้งคำถามต่อได้ว่า แล้วสังคมไทยคิดว่าการแก้ปัญหาปากท้องคืออะไรกัน หรือเพราะเราเคยชินกับความหวือหวาจากนโยบายหาเสียงมากกว่าจะมองหาแก่นสาร หรือเพราะเราจินตนาการไม่ออกว่า นอกจากแจกเงินกับประกาศทำโครงการใหญ่ๆ เบิ้มๆ แล้ว โลกภายนอกเค้าแก้ปัญหาปากท้องกันได้ยังไง
.
2. เวียดนามกำลังจะแซงไทยด้วยการ “ปฏิรูปรัฐ”
.
แทบทุกวันตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราได้ยินแต่ข่าวการเติบโตของเวียดนาม เวียดนามจะแซงไทย
.
แต่ทราบไหมครับ หากต้องสรุปยุทธศาสตร์ที่ทำให้เวียดนามโตระดับ 5-8% ต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ กลับอยู่ในคำธรรมดาๆ น่าเบื่อๆ ว่า Reform-driven Growth นี่แหละ
.
ตอนต้นทศวรรษ 2530 เวียดนามผงกหัวออกจากการเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดในโลก ก็ด้วยการ “ปฏิรูปแรงจูงใจ” เปลี่ยนระบบนารวมมาให้ครัวเรือนและปัจเจกมีส่วนเป็นเจ้าของนา มีการแข่งขันด้านราคา เมื่อรวมกับการผนวกเข้าซัพพลายเชนโลกผ่าน WTO และ FTA ผลิตภาพทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมจึงก้าวกระโดด แต่ผลข้างเคียงที่ตามมากับการเติบโตช่วงแรกก็คือ ระบบราชการที่ขยายตัวจนเทอะทะ
.
Doi Moi 2.0 ระลอกล่าสุดจึงมีหัวใจอยู่ที่การ “ปฏิรูปรัฐ” หรือ state reform
.
ใช่ครับ เรื่องธรรมดาๆ น่าเบื่อๆ อีกแล้ว
.
เวียดนามปรับโครงสร้างกระทรวงจาก 22 ให้เหลือ 17 ควบรวมหน่วยงานที่ทำหน้าที่ซ้ำซ้อน ลดจำนวนจังหวัด ปรับระบบเขต
.
แน่นอนว่าเศรษฐกิจเวียดนามยังมีจุดอ่อนหลายด้าน โดยเฉพาะการพึ่งพาตลาดส่งออกและบริษัทข้ามชาติสูงมาก ในขณะที่กิจการท้องถิ่นมักเป็นรัฐวิสาหกิจที่ยังห่างมาตรฐานสากล
.
แต่ผู้กำหนดนโยบายของเวียดนามกล้ายอมรับความจริง กล้าตัดสินใจเรื่องยากๆ อย่างการปฏิรูประบบราชการ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น “ประเทศรายได้สูง” ในปี 2045 หรืออีก 20 ปี
.
ซึ่งไม่ค่อยมีใครเชื่อ เพราะมีแต่คนคิดว่า มันจะเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น
.
3. แล้วทำไมเศรษฐกิจไทยถึงไม่โต
.
หันกลับมามองที่ประเทศไทยเรา เราไม่มีเงินลงทุนหรือ…ก็ไม่ใช่
.
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา วัดสัดส่วนต่อจีดีพีแล้ว กลุ่มธุรกิจไทยขันแข็งขนเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ มากกว่าทุนใหญ่ในมาเลเซีย ทุนใหญ่ในอินโดนีเซีย ทุนใหญ่ในเวียดนามเสียอีก
.
ถ้าทำเป็นอินโฟกราฟฟิก ก็อาจเป็นรูปเดียวที่ไทยแซงทุกชาติในอาเซียนได้
.
เราไม่มีที่ดินพอให้เกษตรกรทำกินหรือ…ก็ไม่ใช่
.
เพราะยังมีที่ดินทับซ้อน รอพิสูจน์สิทธิเพื่อเป็นโฉนดอีกอย่างน้อย 70 ล้านไร่ รอเป็นป่าอนุรักษ์อีก 30 ล้านไร
.
เราไม่มีงบสร้างอุตสาหกรรมใหม่หรือ…ก็ไม่ใช่
.
รัฐไทยเคยอุดหนุนรถ EV ถึงคันละ 150,000 บาท และใช้เงินไปกับอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 20,000 ล้านบาทแล้ว
.
ในเมื่อมีเงิน มีทรัพยากร มีความพยายามแล้ว
.
สิ่งที่ฉุดรั้งเราไว้จึงอยู่ที่วิธีการใช้เงิน วิธีการใช้รัฐ และแรงจูงใจของคนในสังคม
.
สังคมที่เด็กทุกคนรู้ว่า เวลามีปัญหาแล้วเส้นสาย-คอนเน็คชั่นช่วยจัดการได้ทุกอย่าง ไม่มีใครอยากตั้งใจเรียนหรอกครับ
.
สังคมที่ภาคธุรกิจรู้ว่า เจอ-จ่าย-จบ และมีแต่จะลงโทษหาเรื่องกับคนสุจริต ไม่มีใครอยากจ่ายภาษีหรอกครับ
.
และย่อมไม่มีใครลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมด้วย เพราะสุดท้าย “ได้สัมปทาน” เมื่อไหร่ ก็อิ่มสบายไปอีก 25 ปี
.
แล้วมีเหตุผลอะไรที่เวียดนามจะแซงไทยไปไม่ได้?
.
เพราะไทยจะแจกเงินกันอีกหรือ เพราะไทยมีนโยบายล้ำๆ ว้าวๆ หรือ ผมยืนยันว่ามีเหตุผลเดียวที่จะทำให้เวียดนามแซงไทยไม่ได้
.
นั่นคือ เราหนักแน่น จริงจัง กล้าทำเรื่องน่าเบื่อๆ แต่จำเป็นอย่าง Reform-driven Growth
.
ปฏิรูปใหญ่ เปลี่ยนรัฐ เปลี่ยนแรงจูงใจสังคม ตั้งหลักกันใหม่ ปรับทิศทางให้ถูก แล้วเดินหน้าไปด้วยกัน
.
แน่นอนครับ การ Reform ที่ว่านี้ ต้องทำหลายด้านไปพร้อมกัน
.
ฟื้นขีดความสามารถในการแข่งขันก็ต้องทำ หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SME ด้วยดิจิทัลก็ต้องทำ
.
ปรับระบบสวัสดิการและสาธารณสุขก็ต้องทำ คืนความยุติธรรมให้สังคม และเตรียมรับโลกรวน-ภัยพิบัติก็ต้องทำ
.
หากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนอยากฟังรายละเอียดเพิ่มเติม
.
ว่าพรรคประชาชนจะ Reform แต่ละเรื่องอย่างไร
.
ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงาน “วิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน”
.
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคมนี้ ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
.
แล้วพบกันครับ
.
https://www.facebook.com/Veerayooth.Kanchoochat/posts/pfbid02d27spPSFpDWocJ5kCERxXVMskFWXqCtCZie7NGtSs1cEn3mc8Ytw1dGqNAUNEWsZl
.

.
ธนาธร อ้อนชาวอุบลฯ ขอโอกาสคนใหม่บริหารประเทศ หากไว้ใจคนเดิมๆ ประเทศไม่พัฒนาไปมากกว่านี้
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5536224
.
ธนาธร อ้อนชาวอุบลฯ ขอโอกาสคนใหม่บริหารประเทศ หากไว้ใจคนเดิมๆ ประเทศไม่พัฒนาไปมากกว่านี้
.
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปยังอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงในช่วงบ่ายให้กับนายปรเมศ ศรีหล้า ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 3 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอเหล่าเสือโก้ก และอำเภอตาลสุม หมายเลข 3 พรรคประชาชน
.
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายธนาธร พร้อมด้วยผู้สมัคร ได้ร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ โดยประชาชนได้สะท้อนปัญหาหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำประปามีรสเค็ม ศูนย์อนามัยเก่าชำรุดทรุดโทรม และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่
.
ทั้งนี้ นายธนาธรได้นำเสนอนโยบายของพรรคประชาชน เช่น การทำให้น้ำประปาสะอาดดื่มได้ทั่วประเทศภายใน 8 ปี การกระจายอำนาจให้ผู้บริหารสูงสุดระดับจังหวัดมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ปรับรูปแบบการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรด้วยการปรับโครงสร้างหนี้
.
ระหว่างการพูดคุย ธนาธรได้ขอให้ชาวอุบลราชธานีไว้วางใจพรรคประชาชน ให้โอกาสได้เข้าไปเป็นรัฐบาลเพื่อพัฒนาประเทศสักครั้ง ขอให้เชื่อมั่นในคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง เพราะหากยังคงไว้ใจคนเดิมๆ ให้บริหารประเทศต่อไป บางคนเป็นรัฐมนตรีมายาวนานหลายยุคหลายสมัย ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปได้มากกว่านี้
.

.
เท้ง บุกระยอง หวังกวาดส.ส.ยกจังหวัดอีกครั้ง ลั่นแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเกษตรกร-แรงงานภาคอุตฯ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5536186
.
ณัฐพงษ์ เยือนระยอง ถิ่นคุ้นเคยที่กวาด ส.ส. ครบทุกเขต ขอประชาชนมั่นใจ พร้อมแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเหลือชาวเกษตรกร และคนทำงานอุตสาหกรรมเต็มที่
.
เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ระยอง โดยเริ่มต้นเยือนที่ชุมชนประแสซึ่งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของจังหวัด เป็นศูนย์กลางการค้าทางน้ำของฝั่งตะวันออกที่สำคัญของไทย จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าพ่อต้นไทร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนระยอง ไปศาลกรมหลวงชุมพร ทุ่งโปรงทอง และแม่น้ำประแส
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่