สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนพี่ชื่อ เล็ก นะคะ วันนี้อยากมาเล่าเรื่องราวปัญหาที่อยู่กับพี่มานานกว่า 10 ปี นั่นก็คือปัญหาดวงตาที่เริ่มจากการทำตาสองชั้นครั้งแรก แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบทั้งการมองเห็นและความมั่นใจ
ประสบการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่เป็นเรื่อง สุขภาพดวงตาและคุณภาพชีวิต ของพี่จริงๆ
หวังว่าการแชร์เคสของพี่ ซึ่งถือว่าเป็นเคสที่มีความซับซ้อนพอสมควร จะเป็นประโยชน์และกำลังใจสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะ “แก้ดีไหม” หรือ “กลัวว่าจะแก้ไม่หาย” อยู่นะคะ 💛
ภาพที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ คือภาพก่อนที่พี่จะตัดสินใจเข้ารับการแก้ไขดวงตาค่ะ ปัญหาของพี่เริ่มต้นจากการที่พี่ตัดสินใจทำตาสองชั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างไม่คาดคิด โดยพี่เริ่มสังเกตเห็นว่า หนังตาส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับอาการที่ร้ายแรงกว่านั้นคือภาวะ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) โดยเฉพาะที่ดวงตาข้างขวา ซึ่งทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดบริเวณตาดำบางส่วนอย่างชัดเจน ปัญหานี้สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เพราะมันส่งผลโดยตรงให้ วิสัยทัศน์ในการมองเห็นไม่ชัดเจนและพี่ต้องเพ่งตาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ดวงตาทั้งสองข้างยังดูไม่สมมาตรและไม่สดใส ด้วยเหตุนี้เอง นี่แหละคือจุดที่ทำให้พี่ตัดสินใจว่าต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะมันกระทบต่อทั้งสุขภาพและบุคลิกภาพของพี่ การแก้ไขจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือการ กอบกู้วิสัยทัศน์การมองเห็นกลับคืนมาค่ะ
เนื่องจากเคสของพี่เป็นเคสแก้ไขที่มีความซับซ้อน (มีปัญหาเดิม, หนังตาเยอะ, กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง) จำเป็นต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยเฉพาะ นี่จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญสูงสุด พี่ใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลและรีวิวต่างๆ อย่างถี่ถ้วน และค้นหาหลายที่มาก จนกระทั่งพบกับ คุณหมอวิ Dr. Vii Clinic(ซอยรัชดา 32) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเคสยากและเคสแก้ไข จึงตัดสินใจลองเข้าไปปรึกษาที่นี่ค่ะ
ในวันปรึกษา คุณหมอวิได้วิเคราะห์อย่างละเอียดว่าเคสของพี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีภาวะ เบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้การแก้ไขต้องใช้เทคนิคที่ครบถ้วนและแม่นยำ จากนั้นคุณหมอได้อธิบายเกี่ยวกับแผนการรักษาที่ทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเทคนิคที่ทางคุณหมอเลือกมีดังนี้เลยค่ะ
- แก้ตาสองชั้นกรีดยาวและแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง นับว่าเป็นหัวใจหลักของการผ่าตัด เพื่อให้กล้ามเนื้อดวงตาทำงานได้อย่างเต็มที่
- จัดเรียงไขมัน แก้ปัญหาเบ้าตาลึกที่ทำให้ตาดูโทรม
- เปิดหัวตาและยกกระชับหางตาตก เพื่อเก็บรายละเอียดความสวยงามให้ดวงตาดูสมบูรณ์
- เทคนิคพิเศษการดึงสลิง (Frontalis Sling) 1 ข้าง เพื่อช่วยพยุงการเปิดของเปลือกตาด้านขวา ซึ่งเป็นปัญหาหลัก
การวางแผนที่ครอบคลุมและละเอียดแบบนี้ทำให้พี่มั่นใจมากว่าการแก้ไขครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
ประสบการณ์จริงในวันผ่าตัด (27/09/22) หลังทำทันทีและความประทับใจในความละเอียดของแพทย์
พอถึงวันผ่าตัดจริงๆ พี่ยอมรับเลยว่ามีความตื่นเต้นผสมความกลัวเล็กๆ เพราะนี่ไม่ใช่การทำตาครั้งแรก แต่เป็น การแก้ไขเคสที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำมากกว่าปกติถึงหลายเท่า แต่สิ่งที่ช่วยให้พี่ใจเย็นลงสงบลงได้ คือทีมงานของ Dr.Vii Clinic ที่ดูแลทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบและอบอุ่นมากค่ะ ทั้งพยาบาลและผู้ช่วยคอยอธิบายให้ฟังว่าแต่ละขั้นตอนกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ความกังวลค่อยๆ ลดลงทีละนิด
เมื่อเริ่มทำคุณหมอวิฉีดยาชาให้ก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พี่กังวลที่สุด แต่จริงๆ แล้วไม่เจ็บเลยค่ะ มีแค่ความรู้สึกตึงๆ นิดหน่อยเท่านั้น หลังจากนั้นระหว่างผ่าตัดพี่บอกก่อนเลยว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บใดๆ อีกแล้ว จะมีเพียงความรู้สึกเหมือนมีแรงกดเบาๆ หรือการขยับของเครื่องมือเป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งสามารถทนได้สบายมากค่ะ
ขั้นตอนที่หมอทำคือค่อยๆ แก้กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เก็บหนังส่วนเกิน และจัดเรียงไขมันใหม่ตามสภาพเบ้าตา ก่อนจะเปิดหัวตาและยกหางตาเพื่อเก็บรายละเอียดให้ดวงตาดูสมดุลและสดใสขึ้น ซึ่งทุกอย่างถูกทำอย่างประณีตมากจนพี่รู้สึกได้ระหว่างที่ลืมตาให้หมอเช็กค่ะ
สิ่งที่ทำให้พี่ประทับใจที่สุดในวันนั้นคือ ความละเอียดของคุณหมอวิ
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า “แพทย์กำลังปรับตามโครงสร้างจริงๆ ของดวงตาเรา” ไม่ใช่แค่ทำชั้นตาตามแบบสำเร็จรูป แต่คุณหมอจะคอยให้ลืมตาเป็นระยะ เพื่อตรวจระดับของกล้ามเนื้อ การเปิดตา และความสมมาตรของตาทั้งสองข้าง ซึ่งตรงนี้สำคัญมากสำหรับเคส กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยเฉพาะตาขวาที่ต้องทำ Frontalis Sling เพื่อยกและพยุงให้เปิดได้ดีขึ้น
หลังทำเสร็จทันที พอคุณพยาบาลยื่นกระจกให้พี่เห็นรอยเย็บที่เรียงตัวสวย ถึงแม้ยังมีบวมตามธรรมชาติ แต่ก็เห็นชัดเจนเลยว่าแนวชั้นตา การจัดไขมัน และการยกกล้ามเนื้อถูกทำอย่างละเอียดสมกับแผนที่หมอวางไว้ตั้งแต่วันปรึกษา
อัปเดตหลังการแก้ไข 7 วัน เมื่อสัญญาณที่ดีเริ่มปรากฏ
หลังเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 27/09/22 พี่ตั้งใจดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตลอดช่วงสัปดาห์แรก ทั้งการประคบ การพักผ่อน และระมัดระวังการใช้งานดวงตา พอมาถึงวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันที่ต้องมาตัดไหม ก็ถือว่าเป็นจุดสำคัญมาก เพราะจะเริ่มเห็นเค้ารูปของผลลัพธ์จริงชัดขึ้นค่ะ
ภาพที่ทุกคนเห็นในช่วง 7 วันหลังทำ จะยังมีรอยบวมและรอยช้ำสีม่วงอมเหลืองจางๆ อยู่บ้าง ซึ่งสำหรับเคสอย่างที่ต้องแก้หลายจุด แก้กล้ามเนื้อ, กรีดยาว, จัดไขมัน, เปิดหัวตา, ยกหางตา และทำ Frontalis Sling 1 ข้าง ถือว่าเป็นอาการที่ปกติค่ะ
ถึงจะยังมีร่องรอยอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้พี่สามารถมองเห็นชัดขึ้นแบบรู้สึกได้จริงตั้งแต่สัปดาห์แรก พออาการบวมเริ่มลดลงพี่สังเกตทันทีว่า ดวงตาข้างขวาที่เคยปรือจนปิดตาดำบางส่วน สามารถเปิดได้เกือบเต็มที่แล้ว นี่เป็นสัญญาณที่ตอบโจทย์เป้าหมายหลักที่อยากแก้ที่สุด
ส่วนเรื่องรอยบวม รอยช้ำ พี่ไม่ได้กังวลเลย เพราะคุณหมอวิได้อธิบายไว้ตั้งแต่วันผ่าตัดว่า เคสแก้ซับซ้อนแบบนี้ต้องให้เวลาร่างกายฟื้นตัวเป็นลำดับ และถ้าดูแลดีทุกอย่างจะค่อยๆ จางหายไปตามธรรมชาติค่ะ
อัปเดตหลังการแก้ไข 1 เดือนสู่ชั้นตาที่เริ่มเข้าที่และความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
หลังจากผ่านช่วงพักฟื้นและตัดไหมในสัปดาห์แรกไปแล้ว ช่วง 1 เดือนหลังผ่าตัด ถือเป็นระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดช่วงหนึ่งค่ะ ภาพที่ทุกคน เห็นตอนนี้คือช่วงที่อาการบวม รอยช้ำต่างๆ แทบจะหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเรียบเนียนของแผลและรูปทรงที่เริ่มเข้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ
อัปเดตหลังการแก้ไข 3 เดือน ผลลัพธ์เริ่มคงที่ และความมั่นใจกลับคืนมา
หลังจากผ่าตัดแก้ไขเคสที่มีหลายปัญหารวมกัน ตั้งแต่หนังตาเยอะ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไปจนถึงเบ้าตาลึกและความไม่สมมาตร พี่ก็ใช้เวลาในการพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงช่วง 3 เดือนหลังการผ่าตัด ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ผลลัพธ์เริ่ม “นิ่ง” และเห็นภาพชัดที่สุดว่าดวงตากำลังเข้ารูปแบบถาวรแล้วค่ะ
เมื่อครบ 3 เดือน ชั้นตาทั้งสองข้างเริ่มตั้งตัวเรียบเนียนและเสมอกันมากกว่าที่เคยเป็น ปัญหาตาปรือ โดยเฉพาะด้านขวาที่เป็นต้นเหตุหลัก ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดจากการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาและเทคนิค Frontalis Sling ทำให้เวลาลืมตา หน้าไม่ดูง่วงหรืออ่อนล้าเหมือนก่อน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ชั้นตาเข้าที่ที่สุด ลักษณะรอยแผลบางลงจนแทบมองไม่เห็น ดวงตาดูสดใสเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือหลอกตา ซึ่งสะท้อนว่าเทคนิคการแก้ไขโครงสร้างที่คุณหมอวิเลือกใช้ทำงานได้ดีจริงๆ
หลังจากที่ผ่านช่วงพักฟื้นและติดตามผลมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ทุกประการ ภาพที่เพื่อนๆ เห็นนี้คือผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดวงตาเข้าที่อย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ
ตอนนี้พึงพอใจในผลลัพธ์ที่ได้รับเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะสิ่งที่ได้มานั้นคือความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของพี่ทั้งหมดเลย
- ด้านการมองเห็น วิชั่นในการมองดีขึ้นสามารถทำให้ตาด้านขวาเห็นได้ชัดเจนขึ้นตามที่ต้องการ อาการตาปรือที่รบกวนการมองเห็นหมดไป ถือเป็นเป้าหมายหลักที่สำเร็จค่ะ
- ด้านความงาม ตา 2 ข้างมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นและแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น ทำให้ได้รับคำชมจากเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องต่างบอกว่าดูสวยขึ้นและตาดูดีขึ้น
พี่ขอแนะนำ คุณหมอวิ ที่ Dr. Vii Clinic สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหาการแก้ไขดวงตาที่ซับซ้อน หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พี่ให้คะแนนความพึงพอใจและการรักษา 10 เต็ม 10 เลยค่ะ การเริ่มต้นครั้งนี้คุ้มค่ากับการได้รู้สึกดีกับตัวเองอีกครั้ง หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนี้ พี่ยินดีที่จะมาบอกต่อทุกประสบการณ์ที่ได้รับค่ะ
[CR] รีวิวแก้ตาสองชั้นที่รอคอย 10 ปี จบปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและตาปรือข้างเดียวได้สำเร็จ แชร์ประสบการณ์ทำตาสุดท้ายที่สวยจบ
ประสบการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่เป็นเรื่อง สุขภาพดวงตาและคุณภาพชีวิต ของพี่จริงๆ
หวังว่าการแชร์เคสของพี่ ซึ่งถือว่าเป็นเคสที่มีความซับซ้อนพอสมควร จะเป็นประโยชน์และกำลังใจสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะ “แก้ดีไหม” หรือ “กลัวว่าจะแก้ไม่หาย” อยู่นะคะ 💛
ภาพที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ คือภาพก่อนที่พี่จะตัดสินใจเข้ารับการแก้ไขดวงตาค่ะ ปัญหาของพี่เริ่มต้นจากการที่พี่ตัดสินใจทำตาสองชั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างไม่คาดคิด โดยพี่เริ่มสังเกตเห็นว่า หนังตาส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับอาการที่ร้ายแรงกว่านั้นคือภาวะ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) โดยเฉพาะที่ดวงตาข้างขวา ซึ่งทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดบริเวณตาดำบางส่วนอย่างชัดเจน ปัญหานี้สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เพราะมันส่งผลโดยตรงให้ วิสัยทัศน์ในการมองเห็นไม่ชัดเจนและพี่ต้องเพ่งตาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ดวงตาทั้งสองข้างยังดูไม่สมมาตรและไม่สดใส ด้วยเหตุนี้เอง นี่แหละคือจุดที่ทำให้พี่ตัดสินใจว่าต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะมันกระทบต่อทั้งสุขภาพและบุคลิกภาพของพี่ การแก้ไขจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือการ กอบกู้วิสัยทัศน์การมองเห็นกลับคืนมาค่ะ
เนื่องจากเคสของพี่เป็นเคสแก้ไขที่มีความซับซ้อน (มีปัญหาเดิม, หนังตาเยอะ, กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง) จำเป็นต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยเฉพาะ นี่จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญสูงสุด พี่ใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลและรีวิวต่างๆ อย่างถี่ถ้วน และค้นหาหลายที่มาก จนกระทั่งพบกับ คุณหมอวิ Dr. Vii Clinic(ซอยรัชดา 32) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเคสยากและเคสแก้ไข จึงตัดสินใจลองเข้าไปปรึกษาที่นี่ค่ะ
ในวันปรึกษา คุณหมอวิได้วิเคราะห์อย่างละเอียดว่าเคสของพี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีภาวะ เบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้การแก้ไขต้องใช้เทคนิคที่ครบถ้วนและแม่นยำ จากนั้นคุณหมอได้อธิบายเกี่ยวกับแผนการรักษาที่ทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเทคนิคที่ทางคุณหมอเลือกมีดังนี้เลยค่ะ
- แก้ตาสองชั้นกรีดยาวและแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง นับว่าเป็นหัวใจหลักของการผ่าตัด เพื่อให้กล้ามเนื้อดวงตาทำงานได้อย่างเต็มที่
- จัดเรียงไขมัน แก้ปัญหาเบ้าตาลึกที่ทำให้ตาดูโทรม
- เปิดหัวตาและยกกระชับหางตาตก เพื่อเก็บรายละเอียดความสวยงามให้ดวงตาดูสมบูรณ์
- เทคนิคพิเศษการดึงสลิง (Frontalis Sling) 1 ข้าง เพื่อช่วยพยุงการเปิดของเปลือกตาด้านขวา ซึ่งเป็นปัญหาหลัก
การวางแผนที่ครอบคลุมและละเอียดแบบนี้ทำให้พี่มั่นใจมากว่าการแก้ไขครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
ประสบการณ์จริงในวันผ่าตัด (27/09/22) หลังทำทันทีและความประทับใจในความละเอียดของแพทย์
พอถึงวันผ่าตัดจริงๆ พี่ยอมรับเลยว่ามีความตื่นเต้นผสมความกลัวเล็กๆ เพราะนี่ไม่ใช่การทำตาครั้งแรก แต่เป็น การแก้ไขเคสที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำมากกว่าปกติถึงหลายเท่า แต่สิ่งที่ช่วยให้พี่ใจเย็นลงสงบลงได้ คือทีมงานของ Dr.Vii Clinic ที่ดูแลทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบและอบอุ่นมากค่ะ ทั้งพยาบาลและผู้ช่วยคอยอธิบายให้ฟังว่าแต่ละขั้นตอนกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ความกังวลค่อยๆ ลดลงทีละนิด
เมื่อเริ่มทำคุณหมอวิฉีดยาชาให้ก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พี่กังวลที่สุด แต่จริงๆ แล้วไม่เจ็บเลยค่ะ มีแค่ความรู้สึกตึงๆ นิดหน่อยเท่านั้น หลังจากนั้นระหว่างผ่าตัดพี่บอกก่อนเลยว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บใดๆ อีกแล้ว จะมีเพียงความรู้สึกเหมือนมีแรงกดเบาๆ หรือการขยับของเครื่องมือเป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งสามารถทนได้สบายมากค่ะ
ขั้นตอนที่หมอทำคือค่อยๆ แก้กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เก็บหนังส่วนเกิน และจัดเรียงไขมันใหม่ตามสภาพเบ้าตา ก่อนจะเปิดหัวตาและยกหางตาเพื่อเก็บรายละเอียดให้ดวงตาดูสมดุลและสดใสขึ้น ซึ่งทุกอย่างถูกทำอย่างประณีตมากจนพี่รู้สึกได้ระหว่างที่ลืมตาให้หมอเช็กค่ะ
สิ่งที่ทำให้พี่ประทับใจที่สุดในวันนั้นคือ ความละเอียดของคุณหมอวิ
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า “แพทย์กำลังปรับตามโครงสร้างจริงๆ ของดวงตาเรา” ไม่ใช่แค่ทำชั้นตาตามแบบสำเร็จรูป แต่คุณหมอจะคอยให้ลืมตาเป็นระยะ เพื่อตรวจระดับของกล้ามเนื้อ การเปิดตา และความสมมาตรของตาทั้งสองข้าง ซึ่งตรงนี้สำคัญมากสำหรับเคส กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยเฉพาะตาขวาที่ต้องทำ Frontalis Sling เพื่อยกและพยุงให้เปิดได้ดีขึ้น
หลังทำเสร็จทันที พอคุณพยาบาลยื่นกระจกให้พี่เห็นรอยเย็บที่เรียงตัวสวย ถึงแม้ยังมีบวมตามธรรมชาติ แต่ก็เห็นชัดเจนเลยว่าแนวชั้นตา การจัดไขมัน และการยกกล้ามเนื้อถูกทำอย่างละเอียดสมกับแผนที่หมอวางไว้ตั้งแต่วันปรึกษา
อัปเดตหลังการแก้ไข 7 วัน เมื่อสัญญาณที่ดีเริ่มปรากฏ
หลังเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 27/09/22 พี่ตั้งใจดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตลอดช่วงสัปดาห์แรก ทั้งการประคบ การพักผ่อน และระมัดระวังการใช้งานดวงตา พอมาถึงวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันที่ต้องมาตัดไหม ก็ถือว่าเป็นจุดสำคัญมาก เพราะจะเริ่มเห็นเค้ารูปของผลลัพธ์จริงชัดขึ้นค่ะ
ภาพที่ทุกคนเห็นในช่วง 7 วันหลังทำ จะยังมีรอยบวมและรอยช้ำสีม่วงอมเหลืองจางๆ อยู่บ้าง ซึ่งสำหรับเคสอย่างที่ต้องแก้หลายจุด แก้กล้ามเนื้อ, กรีดยาว, จัดไขมัน, เปิดหัวตา, ยกหางตา และทำ Frontalis Sling 1 ข้าง ถือว่าเป็นอาการที่ปกติค่ะ
ถึงจะยังมีร่องรอยอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้พี่สามารถมองเห็นชัดขึ้นแบบรู้สึกได้จริงตั้งแต่สัปดาห์แรก พออาการบวมเริ่มลดลงพี่สังเกตทันทีว่า ดวงตาข้างขวาที่เคยปรือจนปิดตาดำบางส่วน สามารถเปิดได้เกือบเต็มที่แล้ว นี่เป็นสัญญาณที่ตอบโจทย์เป้าหมายหลักที่อยากแก้ที่สุด
ส่วนเรื่องรอยบวม รอยช้ำ พี่ไม่ได้กังวลเลย เพราะคุณหมอวิได้อธิบายไว้ตั้งแต่วันผ่าตัดว่า เคสแก้ซับซ้อนแบบนี้ต้องให้เวลาร่างกายฟื้นตัวเป็นลำดับ และถ้าดูแลดีทุกอย่างจะค่อยๆ จางหายไปตามธรรมชาติค่ะ
อัปเดตหลังการแก้ไข 1 เดือนสู่ชั้นตาที่เริ่มเข้าที่และความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
หลังจากผ่านช่วงพักฟื้นและตัดไหมในสัปดาห์แรกไปแล้ว ช่วง 1 เดือนหลังผ่าตัด ถือเป็นระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดช่วงหนึ่งค่ะ ภาพที่ทุกคน เห็นตอนนี้คือช่วงที่อาการบวม รอยช้ำต่างๆ แทบจะหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเรียบเนียนของแผลและรูปทรงที่เริ่มเข้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ
อัปเดตหลังการแก้ไข 3 เดือน ผลลัพธ์เริ่มคงที่ และความมั่นใจกลับคืนมา
หลังจากผ่าตัดแก้ไขเคสที่มีหลายปัญหารวมกัน ตั้งแต่หนังตาเยอะ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไปจนถึงเบ้าตาลึกและความไม่สมมาตร พี่ก็ใช้เวลาในการพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงช่วง 3 เดือนหลังการผ่าตัด ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ผลลัพธ์เริ่ม “นิ่ง” และเห็นภาพชัดที่สุดว่าดวงตากำลังเข้ารูปแบบถาวรแล้วค่ะ
เมื่อครบ 3 เดือน ชั้นตาทั้งสองข้างเริ่มตั้งตัวเรียบเนียนและเสมอกันมากกว่าที่เคยเป็น ปัญหาตาปรือ โดยเฉพาะด้านขวาที่เป็นต้นเหตุหลัก ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดจากการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาและเทคนิค Frontalis Sling ทำให้เวลาลืมตา หน้าไม่ดูง่วงหรืออ่อนล้าเหมือนก่อน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ชั้นตาเข้าที่ที่สุด ลักษณะรอยแผลบางลงจนแทบมองไม่เห็น ดวงตาดูสดใสเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือหลอกตา ซึ่งสะท้อนว่าเทคนิคการแก้ไขโครงสร้างที่คุณหมอวิเลือกใช้ทำงานได้ดีจริงๆ
หลังจากที่ผ่านช่วงพักฟื้นและติดตามผลมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ทุกประการ ภาพที่เพื่อนๆ เห็นนี้คือผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดวงตาเข้าที่อย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ
ตอนนี้พึงพอใจในผลลัพธ์ที่ได้รับเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะสิ่งที่ได้มานั้นคือความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของพี่ทั้งหมดเลย
- ด้านการมองเห็น วิชั่นในการมองดีขึ้นสามารถทำให้ตาด้านขวาเห็นได้ชัดเจนขึ้นตามที่ต้องการ อาการตาปรือที่รบกวนการมองเห็นหมดไป ถือเป็นเป้าหมายหลักที่สำเร็จค่ะ
- ด้านความงาม ตา 2 ข้างมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นและแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น ทำให้ได้รับคำชมจากเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องต่างบอกว่าดูสวยขึ้นและตาดูดีขึ้น
พี่ขอแนะนำ คุณหมอวิ ที่ Dr. Vii Clinic สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหาการแก้ไขดวงตาที่ซับซ้อน หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พี่ให้คะแนนความพึงพอใจและการรักษา 10 เต็ม 10 เลยค่ะ การเริ่มต้นครั้งนี้คุ้มค่ากับการได้รู้สึกดีกับตัวเองอีกครั้ง หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนี้ พี่ยินดีที่จะมาบอกต่อทุกประสบการณ์ที่ได้รับค่ะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้