ขอปรึกษาหน่อยนะคะ ถึงแม้ตอนที่โพสต์จะขอหย่าสามีแล้ว
ขอน้อมรับทั้งคำแนะและคำติ ต่อให้แทงใจดำก็ตาม
เราแต่งงานกัน ตอนนี้ 1 ปี 7 เดือน เป็นเวลาที่สั้นจริงๆ
เรามีปัญหากันหลังแต่งงานได้ 2 เดือน ก่อนแต่งทราบดีว่า สามีมีหนี้ประมาณ ล้านนิดๆ
โดยหลังแต่งงาน สามีให้เงินแสนนึงค่ะ บอกเป็นสินสอด
เราเอา เงินนั้น ไปซื้อมอเตอร์ไซด์ของเรา และแหวนแต่งงาน 1 วง ที่เหลือเก็บไว้ค่ะ อีกวงสามีจ่ายค่ะ
พอสภาวะการเงินฟืด เรา 2 คนตัดสินใจ เอา แหวนแต่งงาน ทั้ง 2 วง มอเตอร์ไซด์ ไปจำนำ ได้
โดยสามี เอาไปหมุ รวมถึงใช้หนี้นอกระบบของเขาต่อไป
เรารับรู้เราเครียดยอมรับ มีบ้างที่บ่น แต่สามีบอกว่า อย่าบ่น เราเลยเลิกบ่น จากนั้นเราแยกกระเป๋าค่ะ
เขาได้เท่าไหร่ ไม่รู้ เคยถาม แต่ถามบ่อย ก็กดดันสามีอีก
ต่อมา ก็ยังต้องการเงินอยู่ เราจึงเอาแหวน ส่วนตัวของเรา ที่เป็นสมบัติเดียวที่มี รวมถึงเงินกู้ ช็อปปี้ บีเค
ให้สามี ไปหมุน
โดยที่รับรู้คือ หนี้ยืมมาจากญาติ 2 ท่าน และเพื่อน 1
โดยญาติ1 เดือนล่ะ 4,000 ยอด 900,000 โดยประมาณ
ญาติ 2 และเพื่อน แล้วแต่จะทวง ยอดต้น คนละ 30,000
อื่นๆ แล้วจะจะทวงเข้ามา
พอทุกสิ้นเดือน เรา 2 คนก็จะเอาเงินเดือนและเงินที่หาได้ มาโปะ เงินกู้ในระบบ SP BK ติดล้อ
ถ้ายังหมุนไม่ทัน ก็ยังคงยืมเอามาใหม่
มีจ่าย SP ผ่อนของด้วย บ้างทีเลือกผ่อน เพราะเงินสดหมุนไม่ทัน
แรกๆ เรา 2 คนช่วยกันหมุนค่ะ มาจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ห้องเช่าด้วย
จนถึงจุดเปลี่ยน ที่ต่อมาสามีหมุนเงินไปทัน เป็นเราที่หมุนจ่าย โดยเอาเงินเดือนมาโปะ แล้วยืมใหม่ หมุนวนๆ
บอกสามี สามีจะบอกว่าอดทนไปหน่อยนะ เดือนนี้ หรือเดือนหน้า หรือปีหน้า ก็จะดีแล้ว
ตอนนั้นบอกเลยท้อค่ะ เกือบปีแล้วที่เป็นแบบนี้ เราทำงานกลางวัน สามีขับรถทำงานกลางคืน เวลาให้กันยิ่งน้อย ต่างคนต่างเหนื่อย
ต่อมา จำเป็นต้องออกรถให้สามีทำงาน ออกรถชื่อเรา ราคา 400,000 ผ่อน 7,900/เดือน
ภาระที่มากขึ้น จ่ายค่างวดไม่ทัน เลยกู้วงเงินในประกันสุขภาพของเรามา 18,000
หลังๆ เราก็หาเงินให้มากขึ้น มากพอที่เราจะทำไหว เล็กๆ น้อยๆ แต่ทำไม่นานก็พื้นที่ก็ไม่ให้ขาย
กรกฎา 68 สามียืมเงินแม่เรา 50,000 เราขู่เลยว่า พี่รับปากว่า 3 เดือน หาได้ ไม่ได้เราหย่า
ภายหลัง สิงหาคม ก็ไม่ต้องจ่ายค่าห้องแล้ว แต่เรา จ่ายเป็นค่ากระเบื้อง สี ตู้เย็น ไมโครเวฟ ผ่อนเอา เพราะห้องคอนโด น้าแต่เราต้องจ่ายค่าปรับปรุงบางอย่าง แล้วก็ต้องซื้อของเข้ามาใหม่ ก็ผ่อนจ่าย SP ผ่อนของ
สุดท้ายค่างวดก็ค้างมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ 4 งวด ทุกอย่างก็ไม่ลดเลย
แถมช่วง ตุลา ถ้าจำไม่ผิด สามีได้ไปยืมเงิน อีก 30,000 เพื่อจ่ายค่างวด เนื่องจากเข้างวด 6 ถ้าไม่จ่ายจะยึด
พฤศจิกา แหวนสมบัติของเรา สามีลืมวันจ่ายดอก เกือบโดนยึด เป็นเราที่ไปเจอตั๋ว แล้วพบว่ามันจะขาด เลยไปจ่ายดอก
แล้วมานั้นคิดว่า ถ้าสามีเรา มีภาระแค่นั้น ที่จ่ายแน่ๆ คือ ประมาณ 12,000 หาเพิ่ม สัก หน่อย ก็น่าจะไหว ทำไม ค่างวดถึงค้าง ทั้งๆที่ ดอกเบี้ย ที่เป็นชื่อเรากู้ ก็ไม่ได้มารับผิดชอบ ค่าน้ำไฟ เราก็จ่าย
ทุกอย่างที่เผชิญนี้เริ่มทำเราเปลี่ยนไป เริ่มบอกรักน้อยลง เหนื่อย ท้อ และช่วงเดือน ธันวาคม บอกสามีว่าจะไม่ทน ถ้าไม่ได้เงินสิ้นเดือน
เพราะเงินเดือนเราไม่เคยเหลือ ขนาดเริ่มขี่มอไซด์ส่งของ ตั้งแต่ ช่วงมีนา 68 เพื่อให้ได้เงินเยอะขึ้น หลังจากจ่ายหนี้ บ้างเดือนยังต้องยืมมาใหม่อีก งูกินหางมาเรื่อยๆ
สุดท้าย ถึงวันขอหย่า เขากลับบอกว่า จริงๆ เขามีหนี้ 2.8 แต่ใช้ไปแล้วเหลือ 1.5 บางเดือนได้ 8-9 หมื่น ไม่อยากบอก กลัวเราเครียด ให้เครียดคนเดียวพอแล้ว เครียดสองคนไม่ช่วยอะไร
ขอดูสลิปไม่มี บอกจ่ายเงินสด
ทำให้เรารู้สึกผิดว่า ที่ผ่านมามองเขาว่าหาเงินไม่เก่ง ค้างค่างวด ไม่ช่วยเรา ขี้เกียจ
จริงๆ คือหาเงินเก่ง ขยัน ทำให้เหนื่อย ไม่มีเวลามาใส่ใจงานบ้านนืดๆหน่อยๆ หรือมาช่วยเราจ่าย
เขาบอกว่าต้องไปโปะตรงอื่น เพราะดอกมันแพง เลยไม่ได้มาช่วยเลย
เรามานั้งคิด หาเงินได้เยอะขนาดนั้น ทำไม ไม่แบ่งมาให้เรา สักพันสองพันบ้าง ค่าน้ำไฟค่าดอกเบี้ยก็ยังดี
แล้ววันนั้นที่ขู่ขนาดว่า ไม่คืนเงินแม่ ภายใน 3 เดือน จะหย่า สรุปไม่มีผลหรือสำคัญไรเลย
ตอนเราขอหย่า เขารั้งเราไหว รักนะคะ แต่พอมาคิดว่า ทะเลาะกันหนักขนาดนี้ แล้วคืนดีจะเข้าหน้าติดไหม
คิดแล้ว กลัวค่ะ
เพราะตอนที่รับรู้หนี้ในตอนแรก เรามองเขา ขี้เกียจ ไม่รับผิดชอบ แล้วความรักเราก็ลดลงๆ โดยเฉพาะต้นเดือนที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินที่กู้ให้สามี ในทุกๆเดือน
สรุปแล้ว ควรมูฟออน หรือร่วมกันสู้ต่อ ดีคะ
คิดว่าสามีมีหนี้เท่านี้ แต่พอขอหย่ากัน บอกว่ามีมากกว่านั้น ไม่บอกเพราะไม่อยากให้เครียด
ขอน้อมรับทั้งคำแนะและคำติ ต่อให้แทงใจดำก็ตาม
เราแต่งงานกัน ตอนนี้ 1 ปี 7 เดือน เป็นเวลาที่สั้นจริงๆ
เรามีปัญหากันหลังแต่งงานได้ 2 เดือน ก่อนแต่งทราบดีว่า สามีมีหนี้ประมาณ ล้านนิดๆ
โดยหลังแต่งงาน สามีให้เงินแสนนึงค่ะ บอกเป็นสินสอด
เราเอา เงินนั้น ไปซื้อมอเตอร์ไซด์ของเรา และแหวนแต่งงาน 1 วง ที่เหลือเก็บไว้ค่ะ อีกวงสามีจ่ายค่ะ
พอสภาวะการเงินฟืด เรา 2 คนตัดสินใจ เอา แหวนแต่งงาน ทั้ง 2 วง มอเตอร์ไซด์ ไปจำนำ ได้
โดยสามี เอาไปหมุ รวมถึงใช้หนี้นอกระบบของเขาต่อไป
เรารับรู้เราเครียดยอมรับ มีบ้างที่บ่น แต่สามีบอกว่า อย่าบ่น เราเลยเลิกบ่น จากนั้นเราแยกกระเป๋าค่ะ
เขาได้เท่าไหร่ ไม่รู้ เคยถาม แต่ถามบ่อย ก็กดดันสามีอีก
ต่อมา ก็ยังต้องการเงินอยู่ เราจึงเอาแหวน ส่วนตัวของเรา ที่เป็นสมบัติเดียวที่มี รวมถึงเงินกู้ ช็อปปี้ บีเค
ให้สามี ไปหมุน
โดยที่รับรู้คือ หนี้ยืมมาจากญาติ 2 ท่าน และเพื่อน 1
โดยญาติ1 เดือนล่ะ 4,000 ยอด 900,000 โดยประมาณ
ญาติ 2 และเพื่อน แล้วแต่จะทวง ยอดต้น คนละ 30,000
อื่นๆ แล้วจะจะทวงเข้ามา
พอทุกสิ้นเดือน เรา 2 คนก็จะเอาเงินเดือนและเงินที่หาได้ มาโปะ เงินกู้ในระบบ SP BK ติดล้อ
ถ้ายังหมุนไม่ทัน ก็ยังคงยืมเอามาใหม่
มีจ่าย SP ผ่อนของด้วย บ้างทีเลือกผ่อน เพราะเงินสดหมุนไม่ทัน
แรกๆ เรา 2 คนช่วยกันหมุนค่ะ มาจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ห้องเช่าด้วย
จนถึงจุดเปลี่ยน ที่ต่อมาสามีหมุนเงินไปทัน เป็นเราที่หมุนจ่าย โดยเอาเงินเดือนมาโปะ แล้วยืมใหม่ หมุนวนๆ
บอกสามี สามีจะบอกว่าอดทนไปหน่อยนะ เดือนนี้ หรือเดือนหน้า หรือปีหน้า ก็จะดีแล้ว
ตอนนั้นบอกเลยท้อค่ะ เกือบปีแล้วที่เป็นแบบนี้ เราทำงานกลางวัน สามีขับรถทำงานกลางคืน เวลาให้กันยิ่งน้อย ต่างคนต่างเหนื่อย
ต่อมา จำเป็นต้องออกรถให้สามีทำงาน ออกรถชื่อเรา ราคา 400,000 ผ่อน 7,900/เดือน
ภาระที่มากขึ้น จ่ายค่างวดไม่ทัน เลยกู้วงเงินในประกันสุขภาพของเรามา 18,000
หลังๆ เราก็หาเงินให้มากขึ้น มากพอที่เราจะทำไหว เล็กๆ น้อยๆ แต่ทำไม่นานก็พื้นที่ก็ไม่ให้ขาย
กรกฎา 68 สามียืมเงินแม่เรา 50,000 เราขู่เลยว่า พี่รับปากว่า 3 เดือน หาได้ ไม่ได้เราหย่า
ภายหลัง สิงหาคม ก็ไม่ต้องจ่ายค่าห้องแล้ว แต่เรา จ่ายเป็นค่ากระเบื้อง สี ตู้เย็น ไมโครเวฟ ผ่อนเอา เพราะห้องคอนโด น้าแต่เราต้องจ่ายค่าปรับปรุงบางอย่าง แล้วก็ต้องซื้อของเข้ามาใหม่ ก็ผ่อนจ่าย SP ผ่อนของ
สุดท้ายค่างวดก็ค้างมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ 4 งวด ทุกอย่างก็ไม่ลดเลย
แถมช่วง ตุลา ถ้าจำไม่ผิด สามีได้ไปยืมเงิน อีก 30,000 เพื่อจ่ายค่างวด เนื่องจากเข้างวด 6 ถ้าไม่จ่ายจะยึด
พฤศจิกา แหวนสมบัติของเรา สามีลืมวันจ่ายดอก เกือบโดนยึด เป็นเราที่ไปเจอตั๋ว แล้วพบว่ามันจะขาด เลยไปจ่ายดอก
แล้วมานั้นคิดว่า ถ้าสามีเรา มีภาระแค่นั้น ที่จ่ายแน่ๆ คือ ประมาณ 12,000 หาเพิ่ม สัก หน่อย ก็น่าจะไหว ทำไม ค่างวดถึงค้าง ทั้งๆที่ ดอกเบี้ย ที่เป็นชื่อเรากู้ ก็ไม่ได้มารับผิดชอบ ค่าน้ำไฟ เราก็จ่าย
ทุกอย่างที่เผชิญนี้เริ่มทำเราเปลี่ยนไป เริ่มบอกรักน้อยลง เหนื่อย ท้อ และช่วงเดือน ธันวาคม บอกสามีว่าจะไม่ทน ถ้าไม่ได้เงินสิ้นเดือน
เพราะเงินเดือนเราไม่เคยเหลือ ขนาดเริ่มขี่มอไซด์ส่งของ ตั้งแต่ ช่วงมีนา 68 เพื่อให้ได้เงินเยอะขึ้น หลังจากจ่ายหนี้ บ้างเดือนยังต้องยืมมาใหม่อีก งูกินหางมาเรื่อยๆ
สุดท้าย ถึงวันขอหย่า เขากลับบอกว่า จริงๆ เขามีหนี้ 2.8 แต่ใช้ไปแล้วเหลือ 1.5 บางเดือนได้ 8-9 หมื่น ไม่อยากบอก กลัวเราเครียด ให้เครียดคนเดียวพอแล้ว เครียดสองคนไม่ช่วยอะไร
ขอดูสลิปไม่มี บอกจ่ายเงินสด
ทำให้เรารู้สึกผิดว่า ที่ผ่านมามองเขาว่าหาเงินไม่เก่ง ค้างค่างวด ไม่ช่วยเรา ขี้เกียจ
จริงๆ คือหาเงินเก่ง ขยัน ทำให้เหนื่อย ไม่มีเวลามาใส่ใจงานบ้านนืดๆหน่อยๆ หรือมาช่วยเราจ่าย
เขาบอกว่าต้องไปโปะตรงอื่น เพราะดอกมันแพง เลยไม่ได้มาช่วยเลย
เรามานั้งคิด หาเงินได้เยอะขนาดนั้น ทำไม ไม่แบ่งมาให้เรา สักพันสองพันบ้าง ค่าน้ำไฟค่าดอกเบี้ยก็ยังดี
แล้ววันนั้นที่ขู่ขนาดว่า ไม่คืนเงินแม่ ภายใน 3 เดือน จะหย่า สรุปไม่มีผลหรือสำคัญไรเลย
ตอนเราขอหย่า เขารั้งเราไหว รักนะคะ แต่พอมาคิดว่า ทะเลาะกันหนักขนาดนี้ แล้วคืนดีจะเข้าหน้าติดไหม
คิดแล้ว กลัวค่ะ
เพราะตอนที่รับรู้หนี้ในตอนแรก เรามองเขา ขี้เกียจ ไม่รับผิดชอบ แล้วความรักเราก็ลดลงๆ โดยเฉพาะต้นเดือนที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินที่กู้ให้สามี ในทุกๆเดือน
สรุปแล้ว ควรมูฟออน หรือร่วมกันสู้ต่อ ดีคะ