เราอยู่กับสามีมาปีนี้ปีที่ 11 มีลูก2คน พื้นฐานบ้านเราฐานะค่อนข้างดี บ้านเค้ากลางๆ ไม่ถึงกับแย่และไม่ถึงกับดี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เป็นบ้านฝ่ายเราที่ซัพพอร์ตมาตลอด เรากับสามีทั้งคู่ยังเด็ก มีลูกกันตั้งแต่วัยเรียน แต่เราก็ทำงานหาเงินเองตลอด ด้วยการไปทำงานกับป้า มีขายของที่เป็นของตัวเองด้วย เราเป็นเสาหลักมาตลอด สามีเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เอาการเอางาน ทำบ้างหยุดบ้าง แต่ไม่คิดเพื่อน ไม่ติดเหล้าหรือยาเสพติด แต่มีเล่นสนุ๊กกับเพื่อนบ้าง และเสียทุกครั้ง ครั้งละ 2000-4000 เราไม่เคยว่าให้เจ็บช้ำใจ มีแค่เตือนสติ
ก็อยู่กันมาจนมีลูกคนที่สอง ลูกคนที่สองของเราเป็นเด็กพิเศษ ยอมรับว่าช่วงแรกแตกสลายมาก เหนื่อยมาก ต้องเฝ้าลูกเองคนเดียว เหมือนทุกอย่างรับอยู่คนเดียว ลูกนอนโรงพยาบาลแต่ละครั้ง เราต้องเป็นคนเผชิญหน้ากับทุกเรื่องของลูก นอนแต่ละครั้งก็ใช้เงินเยอะจนเป็นหนี้สิน
บางครั้งลูกเราแย่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ สามีทิ้งเราไปหาเพื่อนที่โต๊ะ เราไม่เคยบอกใคร จะบอกพ่อแม่ตลอดว่าให้มันกลับไปนอนบ้านเพราะเช้ามันต้องทำงาน
จนกระทั่ง2ปีที่ผ่านมา ปัญหาหลายอย่างเริ่มหนักขึ้น ธุรกิจล้มเหลว หนี้สินพันตัว หนี้หลักแสน ที่บ้านเราไม่เคยรับรู้ เพราะเค้าไม่อยากให้เราเป็นหนี้ พอวันนึงความแตก มีแต่พ่อแม่เราที่ช่วยใช้หนี้ให้ สามีจะปัดทุกครั้งว่าไม่เคยรับรู้ว่าเราเป็นหนี้ โทษเราทุกครั้งให้เราออกหน้าแทนกับที่บ้าน เราโดนคนเดียว พ่อแม่ใช้หนี้ให้เกือบทั้งหมด แต่ยังมีหนี้บางส่วน ที่สามีรับรู้และสร้างมาด้วยกัน
ปลายปี 68 สามีเราได้งานทำเงินเดือน 30,000-46,000 เงินแบ่งออก 2 ครั้งต่อเดือน กลับกลายเป็นฝ่ายเราที่ตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีร้านของตัวเองอีกแล้ว เป็นคนว่างงาน ต้องอาศัยสามี
แรกๆ สามีให้เงินเดือนเราทั้งหมด เราก็ไปใช้หนี้บางส่วน บางส่วนมันก็ไปเล่นสนุ๊กเสียทีครั้งละ 2000-5000 ตอนหลังเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เพราะแต่ละวีค เงินไม่เคยพอใช้ เราต้องเป็นหนี้เพิ่ม เพราะเค้าคิดว่าให้เงินเรามาแล้ว จะเอาจากเราเท่าไร จะกินอะไร จะใช้อะไรเราต้องมีให้ ช่วงหลังเราเลยขอเป็นเงินเดือน ทุกวันที่ 30 11000บาท ทุกวันที่ 15 5000บาท เขาตกลงให้เรา แต่ เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งหมด เช่น ค่านมลูกแพมเพิสลูกคนเล็ก ค่าโรงเรียนลูกคนโต ค่ากินอยู่เรา สบู่ยาสีฟันยาสระผม น้ำยาซักผ้า ทุกอย่างอยู่ที่เรา และหนี้บางส่วนที่มันก็รับรู้และเอามาด้วยกัน เราก็เป็นคนรับผิดชอบ
16000 บาท มันไม่พอใช้แต่ละเดือน เราก็มีหยิบยืมคนรอบข้างบ้าง ยืมตัวสามีเองบ้าง พอเงินเดือนออกก็จะถูกหัก และเราก็ต้องยืมใหม่ ในรูปแบบนี้ ซึ่งตรงนี้เราโอเค ยอมรับเพราะอาศัยเงินเดือนจากเค้า
***เข้าประเด็นนะคะ
พอสามีมีเงินเดือน สามีชอบพูดข่มเรา เอาความผิดพลาดของเรามาซ้ำเติมเรา ว่าเราสร้างแต่ปัญหาเรื่องหนี้สินที่ผ่านมา ทั้งที่หนี้สินตรงนี้ พ่อกับแม่เราเป็นคนใช้ให้ทุกบาท มีเรื่องอะไรกับใครทะเลาะกับใคร สามีจะโทษเราก่อนเสมอ ว่าเราให้คนอื่นฟัง สร้างภาพว่าตัวเองเป็นเหยื่อ ไม่เคยรับรู้ ทุกความผิดมาลงที่เรา ว่าเราให้คนอื่นฟังสาระพัด ซึ่งตรงนี้ แรกๆ เราพอปล่อยผ่านได้ แต่นับวันยิ่งหนักขึ้นทุกวัน มันไม่กล้าว่าเราต่อหน้า มีแต่เราจับได้ทีหลังว่า ว่าเรา เพราะเราเข้าเฟสมันได้ พอมันรู้ว่าเราจับได้ทันก็เปลี่ยนรหัส และล่าสุดมันว่าพี่สาวเราให้เราฟัง และบอกว่าคุยกับพี่เราเรื่องเรา เราขอดูแชทหน่อย บอกพี่เราโทรหา ไม่ได้พิมคุย แต่เผอิญมันหลับ ลูกเอาโทรศัพท์มันมาเล่น เราเลยเปิดไปดู มันเป็นแบบที่เราคิดอีกแล้ว มันว่าเรากับพี่ของเรา โยนความผิดให้เราอีกเหมือนทุกครั้ง แต่ต่อหน้าเราก็แสร้งทำดีเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากใจและความรู้สึกของเรา เราเสียใจมากอยากเลิกกับมันให้รู้แล้วรู้รอดกันไป เราเลยอยากขอคนแนะนำและกำลังใจจากทุกคน ว่าเราจะทำยังไงดี เราไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตเราดี บางครั้งเราอยากหนีไปไกลๆ อยากหายไปจากโลกใบนี้ แต่เรายังรักและห่วงลูก
ผิดที่เค้า หรือผิดที่เรา
ก็อยู่กันมาจนมีลูกคนที่สอง ลูกคนที่สองของเราเป็นเด็กพิเศษ ยอมรับว่าช่วงแรกแตกสลายมาก เหนื่อยมาก ต้องเฝ้าลูกเองคนเดียว เหมือนทุกอย่างรับอยู่คนเดียว ลูกนอนโรงพยาบาลแต่ละครั้ง เราต้องเป็นคนเผชิญหน้ากับทุกเรื่องของลูก นอนแต่ละครั้งก็ใช้เงินเยอะจนเป็นหนี้สิน
บางครั้งลูกเราแย่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ สามีทิ้งเราไปหาเพื่อนที่โต๊ะ เราไม่เคยบอกใคร จะบอกพ่อแม่ตลอดว่าให้มันกลับไปนอนบ้านเพราะเช้ามันต้องทำงาน
จนกระทั่ง2ปีที่ผ่านมา ปัญหาหลายอย่างเริ่มหนักขึ้น ธุรกิจล้มเหลว หนี้สินพันตัว หนี้หลักแสน ที่บ้านเราไม่เคยรับรู้ เพราะเค้าไม่อยากให้เราเป็นหนี้ พอวันนึงความแตก มีแต่พ่อแม่เราที่ช่วยใช้หนี้ให้ สามีจะปัดทุกครั้งว่าไม่เคยรับรู้ว่าเราเป็นหนี้ โทษเราทุกครั้งให้เราออกหน้าแทนกับที่บ้าน เราโดนคนเดียว พ่อแม่ใช้หนี้ให้เกือบทั้งหมด แต่ยังมีหนี้บางส่วน ที่สามีรับรู้และสร้างมาด้วยกัน
ปลายปี 68 สามีเราได้งานทำเงินเดือน 30,000-46,000 เงินแบ่งออก 2 ครั้งต่อเดือน กลับกลายเป็นฝ่ายเราที่ตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีร้านของตัวเองอีกแล้ว เป็นคนว่างงาน ต้องอาศัยสามี
แรกๆ สามีให้เงินเดือนเราทั้งหมด เราก็ไปใช้หนี้บางส่วน บางส่วนมันก็ไปเล่นสนุ๊กเสียทีครั้งละ 2000-5000 ตอนหลังเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เพราะแต่ละวีค เงินไม่เคยพอใช้ เราต้องเป็นหนี้เพิ่ม เพราะเค้าคิดว่าให้เงินเรามาแล้ว จะเอาจากเราเท่าไร จะกินอะไร จะใช้อะไรเราต้องมีให้ ช่วงหลังเราเลยขอเป็นเงินเดือน ทุกวันที่ 30 11000บาท ทุกวันที่ 15 5000บาท เขาตกลงให้เรา แต่ เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งหมด เช่น ค่านมลูกแพมเพิสลูกคนเล็ก ค่าโรงเรียนลูกคนโต ค่ากินอยู่เรา สบู่ยาสีฟันยาสระผม น้ำยาซักผ้า ทุกอย่างอยู่ที่เรา และหนี้บางส่วนที่มันก็รับรู้และเอามาด้วยกัน เราก็เป็นคนรับผิดชอบ
16000 บาท มันไม่พอใช้แต่ละเดือน เราก็มีหยิบยืมคนรอบข้างบ้าง ยืมตัวสามีเองบ้าง พอเงินเดือนออกก็จะถูกหัก และเราก็ต้องยืมใหม่ ในรูปแบบนี้ ซึ่งตรงนี้เราโอเค ยอมรับเพราะอาศัยเงินเดือนจากเค้า
***เข้าประเด็นนะคะ
พอสามีมีเงินเดือน สามีชอบพูดข่มเรา เอาความผิดพลาดของเรามาซ้ำเติมเรา ว่าเราสร้างแต่ปัญหาเรื่องหนี้สินที่ผ่านมา ทั้งที่หนี้สินตรงนี้ พ่อกับแม่เราเป็นคนใช้ให้ทุกบาท มีเรื่องอะไรกับใครทะเลาะกับใคร สามีจะโทษเราก่อนเสมอ ว่าเราให้คนอื่นฟัง สร้างภาพว่าตัวเองเป็นเหยื่อ ไม่เคยรับรู้ ทุกความผิดมาลงที่เรา ว่าเราให้คนอื่นฟังสาระพัด ซึ่งตรงนี้ แรกๆ เราพอปล่อยผ่านได้ แต่นับวันยิ่งหนักขึ้นทุกวัน มันไม่กล้าว่าเราต่อหน้า มีแต่เราจับได้ทีหลังว่า ว่าเรา เพราะเราเข้าเฟสมันได้ พอมันรู้ว่าเราจับได้ทันก็เปลี่ยนรหัส และล่าสุดมันว่าพี่สาวเราให้เราฟัง และบอกว่าคุยกับพี่เราเรื่องเรา เราขอดูแชทหน่อย บอกพี่เราโทรหา ไม่ได้พิมคุย แต่เผอิญมันหลับ ลูกเอาโทรศัพท์มันมาเล่น เราเลยเปิดไปดู มันเป็นแบบที่เราคิดอีกแล้ว มันว่าเรากับพี่ของเรา โยนความผิดให้เราอีกเหมือนทุกครั้ง แต่ต่อหน้าเราก็แสร้งทำดีเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากใจและความรู้สึกของเรา เราเสียใจมากอยากเลิกกับมันให้รู้แล้วรู้รอดกันไป เราเลยอยากขอคนแนะนำและกำลังใจจากทุกคน ว่าเราจะทำยังไงดี เราไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตเราดี บางครั้งเราอยากหนีไปไกลๆ อยากหายไปจากโลกใบนี้ แต่เรายังรักและห่วงลูก