หลอนไม่หลอนไม่รู้ แต่ "Bullet Train Explosion" จี๊ดถึงใจจริงครับ!


หากพูดถึงหนังที่ตัวเอกต้องรักษาความเร็วเพื่อไม่ให้ระเบิดทำงาน หลายคนคงนึกถึง Speed (1994) แต่รู้หรือไม่ว่าเกือบ 20 ปีก่อนหน้านั้น ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Bullet Train Explosion (Shinkansen Daibak破) ได้สร้างมาตรฐานนี้ไว้ได้อย่างระทึกใจและสมจริงจนกลายเป็นคลาสสิกเหนือกาลเวลา
เนื้อเรื่องย่อ
กลุ่มผู้ก่อการร้ายนำโดย "โอคิตะ" (รับบทโดย เคน ทาคาคุระ) ได้ทำการติดตั้งระเบิดไว้ใต้รถไฟชินคันเซ็นสายฮิคาริ 109 โดยระเบิดจะทำงานทันทีหากความเร็วของรถไฟลดลงต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้อเรียกร้องคือเงินค่าไถ่จำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับชีวิตผู้โดยสารกว่า 1,500 คนที่อยู่บนขบวน
จุดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นตำนาน
การชิงไหวชิงพริบที่สมจริง: หนังไม่ได้ขายแค่ฉากแอ็กชัน แต่เน้นไปที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟและตำรวจ รวมถึงความพยายามในการถอดชนวนระเบิดขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง
มิติของตัวละคร: หนังให้เวลากับการเล่าเบื้องหลังของ "ตัวร้าย" ทำให้เราเห็นแรงจูงใจและความสิ้นหวังทางสังคม ซึ่งต่างจากผู้ร้ายในหนังฮอลลีวูดทั่วไปที่มักจะร้ายแบบแบนราบ
ความกดดันที่บีบคั้น: บรรยากาศในตู้โดยสารที่ความกลัวเริ่มกัดกินผู้คน ปะทะกับการทำงานแข่งกับเวลาในห้องควบคุม สร้างความรู้สึกลุ้นระทึกได้ตลอด 2 ชั่วโมงกว่า
บทสรุป
Bullet Train Explosion คือหนังระทึกขวัญที่วางรากฐานให้กับภาพยนตร์แนว "High Concept" ในยุคต่อมา แม้เอฟเฟกต์บางช่วงอาจจะดูเก่าไปบ้างตามกาลเวลา (1975) แต่บทภาพยนตร์และการแสดงที่เข้มข้นทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงดูสนุกและน่าติดตามจนถึงปัจจุบัน

คะแนน: 8.5/10 – คอหนังแนวระทึกขวัญและแฟนหนังญี่ปุ่นยุค 70 ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่