รีวิว Once Upon a Time in the West : มหากาพย์คาวบอยที่ต้องดูสักครั้งในชีวิตครับ!


: รีวิว Once Upon a Time in the West : มหากาพย์คาวบอยที่ต้องดูสักครั้งในชีวิตครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว Pantip ทุกท่านครับ วันนี้ผมมีหนังในดวงใจเรื่องหนึ่งที่อยากจะมาเล่าสู่กันฟังครับ เป็นหนังที่ดูแล้วมันรู้สึก "โคตรคาวบอย" ในทุกอณูจริงๆ นั่นก็คือ "Once Upon a Time in the West" ของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Sergio Leone นั่นเองครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ หรืออาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง แต่ถ้าใครยังไม่เคยดู ผมบอกเลยว่าพลาดมากครับ เป็นหนังที่เหมือนกับตำนานที่ถูกเล่าขาน ยิ่งดูยิ่งลึกซึ้ง ยิ่งกว่าการดูหนังคาวบอยทั่วไปจริงๆ ครับ

หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่หนังคาวบอยธรรมดานะครับ มันเหมือนเป็นบทกวี เป็นโอเปร่าที่เล่าผ่านภาพ เสียง และการแสดงที่ทรงพลังมากๆ ครับ เริ่มต้นเรื่องมาก็ทำเอาเราว้าวแล้วครับ กับฉากเปิดสุดคลาสสิก ที่เงียบสงัด มีแต่เสียงลม เสียงแมลง และเสียงของ "Harmonica" หรือไอ้หนุ่มฮาร์โมนิก้านั่นแหละครับ ที่ค่อยๆ เดินเข้ามา ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ของทะเลทราย ฉากนี้มันสะกดคนดูได้อยู่หมัดเลยครับ แค่ฉากเปิดฉากเดียวก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่หนังคาวบอยที่จะมายิงกันตูมตามอย่างเดียว แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะครับ

เรื่องราวของ "Once Upon a Time in the West" เนี่ย มันซับซ้อนและเกี่ยวพันกันไปหมดครับ มันเริ่มต้นจากเหตุการณ์การสังหารโหดครอบครัวของ Brett McBain ชายผู้มีความฝันที่จะสร้างทางรถไฟมาเชื่อมกับเมือง Friedkin ที่เขากำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่ Jill McBain (รับบทโดย Claudia Cardinale) หญิงสาวผู้สวยสง่า ที่เพิ่งจะเดินทางมาพบสามี ก็ต้องพบกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เธอต้องมาเผชิญหน้ากับโลกของคาวบอยที่เต็มไปด้วยความรุนแรง การหักหลัง และผลประโยชน์

แล้วก็มาถึงตัวละครที่ผมชอบมากๆ ครับ นั่นก็คือ "Harmonica" (รับบทโดย Charles Bronson) ชายปริศนาที่มาพร้อมกับฮาร์โมนิกาในปาก ที่คอยเป่าเพลงวนไปวนมาตลอดเวลา การปรากฏตัวของเขาเต็มไปด้วยความลึกลับ และดูเหมือนจะมีจุดประสงค์บางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ การแสดงของ Charles Bronson ถึงแม้จะพูดน้อย แต่แววตา ท่าทาง และการเป่าฮาร์โมนิกาของเขามันสื่อสารออกมาได้หมดครับ มันทั้งน่ากลัว น่าสงสาร และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

อีกตัวละครที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "Cheyenne" (รับบทโดย Jason Robards) อดีตโจรผู้ร้ายที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนลงมือสังหารครอบครัว McBain แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี มีศักดิ์ศรี และดูเหมือนจะมีความผูกพันบางอย่างกับ McBain การแสดงของ Jason Robards ก็สุดยอดครับ เขาทำให้เราเห็นถึงความขัดแย้งในตัวละคร การเป็นคนดีในคราบคนเลว การต่อสู้กับอดีตของตัวเอง

และที่ขาดไม่ได้อีกเช่นกัน คือตัวร้ายที่เราจะไม่มีวันลืม นั่นก็คือ "Frank" (รับบทโดย Henry Fonda) ครับ ใครจะไปคิดว่า Henry Fonda นักแสดงขวัญใจมหาชน จะมารับบทเป็นตัวร้ายที่โหดเหี้ยม อำมหิต และไร้ความปรานีขนาดนี้! การแสดงของเขาในบท Frank มันสุดยอดจริงๆ ครับ แววตาที่เย็นชา รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าอย่างช้าๆ มันชวนขนลุกครับ เขาเป็นตัวร้ายที่ทำให้เรารู้สึกเกลียดได้จริงๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแสดงของเขาคือหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยครับ

หนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่การยิงกันไล่ล่าแบบหนังคาวบอยทั่วไปนะครับ แต่ Leone เขาค่อยๆ เล่าเรื่องราว ปูพื้นตัวละคร สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด และความรู้สึกของ "การรอคอย" ครับ เราจะเห็นการเผชิญหน้า การจ้องมอง การปะทะคารม ที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง การใช้เสียงเพลงประกอบของ Ennio Morricone นี่ก็สุดยอดจริงๆ ครับ เพลงของเขาทำให้หนังมีชีวิตชีวา มีอารมณ์ร่วม มันยิ่งเสริมให้เรื่องราวดูยิ่งใหญ่ อลังการ และสะเทือนอารมณ์มากๆ ครับ

ฉากการดวลปืนในเรื่องนี้ก็ไม่เหมือนใครครับ มันไม่ใช่แค่การยิงแล้วจบ แต่เป็นการยิงที่เต็มไปด้วยการวางแผน จิตวิทยา และการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม แต่ละฉากจะเต็มไปด้วยความเงียบ ความตึงเครียด จนถึงจุดที่ต้องระเบิดอารมณ์ออกมา การออกแบบฉาก การจัดแสง และมุมกล้องของ Leone มันทำให้ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่ และน่าจดจำจริงๆ ครับ

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือการที่มันไม่ได้มีแค่ตัวละครดี หรือตัวละครร้ายที่ชัดเจนครับ ทุกตัวละครมีความซับซ้อน มีปูมหลัง มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง Jill McBain ที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นแค่ผู้หญิงอ่อนแอ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด และปกป้องสิ่งที่เธอรัก Cheyenne ที่เป็นอดีตโจร ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุภาพบุรุษ และความยุติธรรมในแบบของเขา Harmonica เองก็มีอดีตที่เจ็บปวด ที่เป็นแรงผลักดันให้เขาต้องมาตามล่า Frank

หนังเรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกตะวันตกครับ การเข้ามาของอารยธรรมใหม่ๆ อย่างทางรถไฟ ที่เข้ามาแทนที่วิถีชีวิตแบบเก่าๆ การต่อสู้ระหว่างความฝัน ความโลภ การแก้แค้น และการให้อภัย มันถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลังมากๆ ครับ

การแสดงของนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้คือที่สุดจริงๆ ครับ Claudia Cardinale สวยสง่าและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน Charles Bronson เท่ระเบิดในมาดเงียบขรึม Jason Robards ถ่ายทอดความเป็นสุภาพบุรุษจอมโจรได้อย่างน่าประทับใจ และ Henry Fonda คือที่สุดของความโหดเหี้ยมในบท Frank ครับ

ถ้าถามว่ามีข้อเสียไหม? สำหรับผมนะ มันอาจจะยาวไปหน่อยสำหรับบางคน แต่ผมว่ามันยาวแบบมีเหตุผลนะ มันให้เราได้ซึมซับเรื่องราว บรรยากาศ และอารมณ์ของหนังได้อย่างเต็มที่ การดำเนินเรื่องอาจจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนหนังแอ็คชั่นสมัยใหม่ แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของมันครับ มันเหมือนการดื่มด่ำกับไวน์ชั้นดี ที่ต้องใช้เวลาในการลิ้มรส

สรุปเลยนะครับ "Once Upon a Time in the West" เป็นมากกว่าหนังคาวบอย มันคือมหากาพย์ คือบทกวี คือตำนานที่ถูกเล่าขานผ่านภาพยนตร์ เป็นหนังที่ต้องดูสักครั้งในชีวิตครับ ถ้าใครชอบหนังที่มีเรื่องราวเข้มข้น การแสดงระดับเทพ เพลงประกอบที่ไพเราะ และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของโลกคาวบอย ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เคยดูเรื่องนี้แล้ว มาแชร์ความรู้สึก หรือฉากที่ประทับใจกันได้นะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยดู ลองหามาดูกันนะครับ แล้วจะรู้ว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังคาวบอยตลอดกาลครับ ขอบคุณครับที่อ่านมาจนจบครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่