"ผู้รู้...นั้นเอง เป็นสังขารอันละเอียด
มีผู้ไปยึดถือเอาเป็นเจ้าของ ก็เป็นเหตุเป็นกรรมเป็นวิบาก เป็นภพ เป็นชาติ เป็นอุปาทาน อวิชชา ตัณหาสารพัดจะบัญญัติใส่ชื่อลือนาม
และก็ไม่สำคัญตัวว่า...
เป็นพระนิพพานด้วย จึงเรียกว่าพระนิพพานทรงไว้ซึ่งพระนิพพาน ธรรมอันนี้...
เป็นธรรมอันละเอียดและเป็นธรรมสันทิฏฐิโกสุดท้ายของพระพุทธศาสนา ละเอียดมาก
จะเอาโลก และสังขาร
ไปเทียบย่อม ไม่ได้ ก็มอบไว้แก่เจ้าตัว
แต่ละรายจะรู้ตามเป็นจริง
พระบรมศาสดาจึงยืนยันว่า...
เรารู้พระนิพพานตามเป็นจริงของพระนิพพาน แต่เราไม่ติดอยู่...ในพระนิพพาน
เรารู้สังขาร ตามเป็นจริงของสังขาร
แต่เราไม่ติดอยู่ในสังขาร(ถ้าเราติดอยู่ในสังขาร ก็ดี ติดอยู่ในพระนิพพาน ก็ดี
ก็เท่ากับว่าเราไม่รู้สังขาร ไม่รู้พระนิพพาน
นกบินในอากาศวันยังค่ำ ก็ไม่มีรอยใช่หรือไม่ มีดเฉือนน้ำในที่ใดๆ วันยังค่ำก็ไม่มีรอยใช่หรือไม่)
ด้วยเดชพระพุทธศาสนา พวกเราทั้งหลาย (คำว่า “เรา” ตามสมมติ)
อย่า ได้มาท่องเที่ยวทะเลหลงนี้ อีกเลย
ทะเลหลงย่นมา ในปัจจุบันแล้ว...ข้ามก้าวเดียวสั้นๆ ก็พอเป็นบุคคลาธิษฐาน ถ้าสำคัญว่าตัวข้าม ก็ผิดอีก
ความสำคัญตัวนี่เอง!
มันเป็นมหากิเลสพร้อมทั้งกองพลด้วย
เหตุนั้น...พระบรมศาสดาจึงผลักทิฎฐิ
ของพระโมฆราช ไม่ให้ถามปัญหาก่อนเพื่อนให้ถามทีหลังหมู่ เพราะเหตุว่ามานพ ๑๖ คนไปถามปัญหา พระโมฆราช สำคัญตัวว่าฉลาดกว่าเพื่อน มันเป็นมหาอุปาทานสำคัญตัว
ท่านจึงให้ถามครั้งที่สาม และจึงให้ถามหลังเพื่อนๆ ทั้งหลายด้วย พระบรมศาสดาก็เทศน์อนัตตาเพื่อให้พระโมฆราชไม่สำคัญตัว
ในอัตตา และอนัตตา
สำคัญว่าตน เป็นอัตตา
อัตตาเป็นตน ก็ไม่ถูก สำคัญว่าอนัตตา
เป็นตน ตนเป็นอนัตตา ก็ไม่ถูกอีก
เพราะมันยังมีอุปาทาน อันละเอียดอยู่
เหตุฉะนี้...พระอนาคามีติดอยู่ในมานะ ๙ มานะ ๙ ข้อนั้น ก็คือ...สำคัญตัวอันละเอียด นั่นเอง
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
ตอบปัญหาธรรม และการปฏิบัติธรรม
(เรื่องที่ ๖)
ที่มา :
http://www.openbase.in.th/node/2931
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2678814125537857&id=100002278860646
ธรรมะเรื่องนี้มีใครรู้บ้างสอนเรื่องอะไร
มีผู้ไปยึดถือเอาเป็นเจ้าของ ก็เป็นเหตุเป็นกรรมเป็นวิบาก เป็นภพ เป็นชาติ เป็นอุปาทาน อวิชชา ตัณหาสารพัดจะบัญญัติใส่ชื่อลือนาม
และก็ไม่สำคัญตัวว่า...
เป็นพระนิพพานด้วย จึงเรียกว่าพระนิพพานทรงไว้ซึ่งพระนิพพาน ธรรมอันนี้...
เป็นธรรมอันละเอียดและเป็นธรรมสันทิฏฐิโกสุดท้ายของพระพุทธศาสนา ละเอียดมาก
จะเอาโลก และสังขาร
ไปเทียบย่อม ไม่ได้ ก็มอบไว้แก่เจ้าตัว
แต่ละรายจะรู้ตามเป็นจริง
พระบรมศาสดาจึงยืนยันว่า...
เรารู้พระนิพพานตามเป็นจริงของพระนิพพาน แต่เราไม่ติดอยู่...ในพระนิพพาน
เรารู้สังขาร ตามเป็นจริงของสังขาร
แต่เราไม่ติดอยู่ในสังขาร(ถ้าเราติดอยู่ในสังขาร ก็ดี ติดอยู่ในพระนิพพาน ก็ดี
ก็เท่ากับว่าเราไม่รู้สังขาร ไม่รู้พระนิพพาน
นกบินในอากาศวันยังค่ำ ก็ไม่มีรอยใช่หรือไม่ มีดเฉือนน้ำในที่ใดๆ วันยังค่ำก็ไม่มีรอยใช่หรือไม่)
ด้วยเดชพระพุทธศาสนา พวกเราทั้งหลาย (คำว่า “เรา” ตามสมมติ)
อย่า ได้มาท่องเที่ยวทะเลหลงนี้ อีกเลย
ทะเลหลงย่นมา ในปัจจุบันแล้ว...ข้ามก้าวเดียวสั้นๆ ก็พอเป็นบุคคลาธิษฐาน ถ้าสำคัญว่าตัวข้าม ก็ผิดอีก
ความสำคัญตัวนี่เอง!
มันเป็นมหากิเลสพร้อมทั้งกองพลด้วย
เหตุนั้น...พระบรมศาสดาจึงผลักทิฎฐิ
ของพระโมฆราช ไม่ให้ถามปัญหาก่อนเพื่อนให้ถามทีหลังหมู่ เพราะเหตุว่ามานพ ๑๖ คนไปถามปัญหา พระโมฆราช สำคัญตัวว่าฉลาดกว่าเพื่อน มันเป็นมหาอุปาทานสำคัญตัว
ท่านจึงให้ถามครั้งที่สาม และจึงให้ถามหลังเพื่อนๆ ทั้งหลายด้วย พระบรมศาสดาก็เทศน์อนัตตาเพื่อให้พระโมฆราชไม่สำคัญตัว
ในอัตตา และอนัตตา
สำคัญว่าตน เป็นอัตตา
อัตตาเป็นตน ก็ไม่ถูก สำคัญว่าอนัตตา
เป็นตน ตนเป็นอนัตตา ก็ไม่ถูกอีก
เพราะมันยังมีอุปาทาน อันละเอียดอยู่
เหตุฉะนี้...พระอนาคามีติดอยู่ในมานะ ๙ มานะ ๙ ข้อนั้น ก็คือ...สำคัญตัวอันละเอียด นั่นเอง
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
ตอบปัญหาธรรม และการปฏิบัติธรรม
(เรื่องที่ ๖)
ที่มา : http://www.openbase.in.th/node/2931
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2678814125537857&id=100002278860646