สวัสดีค่ะ คือตอนนี้เครียดมาก เครียดมาหลายปีแล้วแต่รู้สึกหนักขึ้นตอนนี้ค่ะ
อายุ32นะคะแต่คุณแม่เป็นคนใช้อารมณ์ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งแย่ อะไรนิดนึ่งสะกิดใจคุณแม่ก็จะโวยวายบ่ว่าพูดๆ หยุดพูดอีกหยุพูฝไม่ดอีกจนคุณพ่อกับเราไม่ไวจริงๆ แต่ถ้าพูดอะไรหาว่าเราสองคนเถียงไม่เห็นความดีแม่ ถ้าเงียบหาว่ายอมรับผิดและประชชอไม่ยอมฟังฝ่ายคนอื่นหรือฝังความรู้สึกคนอื่นพูดว่าแล้แล้วความรู้สึกเค้าละ เวลาพยายามจะคุยดีๆก็จะร้องแล้วแสร้งเพราะบอกว่าถ้าไม่พูดก่อนเดี๋ยวลืม แต่เราจะพูดแสร้งแม่ไม่ได้ เรากับพ่อเค้าจขอปรับแล้วปรับตัวเข้ากับคุณแม่ตามที่แม่บอก แต่คุณแม่ไม่ยอมปรับกับเราเพราะว่าคุณแม่บอกว่าคุณแม่เป็นอย่างนี้
แล้วคุณแม่เป็นคนชอบสรุปคนว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ มีช่วงนึ่งคุณแม่บอกว่าแฟนใหคำตอบเวียงมีอารมฉุนเฉียวในเทคเมสเสจ เรากับคุณพ่ออ่านเค้าก็ตอบดีๆอยู่ คุณแม่กำลังถามว่าเคว่าอดอย่างไรกับสถาบันครอบครัว (ตอนนั้นคบใหม่ๆ แม่กำลังตรเค้า) แฟนเป็นคนเกาหลีค่ะ แต่แม่พิมไทย เค้าก็พยายามแปลแล้วยาอวดเอาใจแม่ก็ใช้AIแปลจากอังกฤษเป็นเกาเป็นไทย ตรวจหลายรอบ แต่แม่เราเป็นคนคิดเยอะอ่านลึก ก็หาว่าเค้าไม่พอใจจนใส่เค้าจนเค้ากลัว พ้อบอกเค้าว่าต่อไปนี้ไม่ให้เค้าตอบแม่เราทั้งนั้น ตอนนี้ก็โอเคกันแต่เค้าระแวง
ไม่นก็ก็อีกเรืองว่าเรามีงานวิจัยหลายเรืองที่อาจารปริญญาเอกยากใหเราโชว์ที่งานconferenceบางประเทศ บางเรื่องแฟนไม่เกี่ยวนะคะเพราะบางเรื่องเค้าทำวิจกับเราและอาจารย์ แต่ไม่ยากให้เดินทางคนเดียวหรือกัยใครเพราะเดีโดนทำร้าย เสียตัว ถ้าไปแม่กับพ่อต้องไปด้วย ซึ่งไม่สดวกเพราะไปแล้วเราก็อยู่กับเค้าไม่ได้ ทั้งสองก็แก่มากโดยแม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพเยอะค่ะ นักวิจัยหญิงคนอื่นก็มีให้เห็นว่าเค้าไปคนเดียวแล้วไปเจอคณะของเค้าที่ประเทศนั้น เราเค้าจะว่าคุณแม่เป็นหวงมากๆ แต่จนถึงคุณแม่จะขู่บ้างหรือพูดใหเรากลัว หลายโอกาสที่เราต้องงเสียเพืให้แม่สบายใจ คุณพ่อแซวว่าถ้าพ่อแม่ไปแล้วลูกจะทำยังไง คุณแม่บอกว่าป่านนั้นเราคงแต่งงานแล้ว (ซึ่งแม่คงคิดว่าสามีจะไปกับเราซึ่งเป็นไปไม่ได้ทุกครั้ง) เราก็ถามว่าถ้าไม่ได้แต่งตอนนั้นละ แมบอกว่าต่ายไปแล้วก็ไม่ควรไปใหนเลย อันนี้เราเจ็บมากๆ
เราไม่รู้จะทำยัค่ะ คุณพ่อก็คุยกับเรายากเพราะคุณแม่อยู่ใกล้โทรศัพท์พ่อตลอดเวลา คุณพ่อให้กำลังใจ บอกว่าพ่อเสียใจด้วยที่โตมาเราไม่ค่อยได้เป็นตัวของตัวเองหรือได้ยืนด้วยตัวเอง แม้แต่อยู่คนเดียวแล้วมีงานการ เราก็ยังติดคำสแม่เพระเดี๋ยว “อกตัญญู“ เดี๋ยว ”ตัดขาด“ ”ไม่รักแม่เห็นความดีที่อุท้องมา“ ”ไม่ทำตัวดหมเด็กไทยหรือทำตามวัฒนธรรมคนไทย“ เราจะไปบำบัดทางจิตแต่ก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เราจะทำอะไรได้โดยที่จะไม่มีเรกับคุณแม้ให้แม่ไม่โกรธร้องให้
คุณแม่ไม่ให้ความเป็นส่วนตัว ใช้อารมณ์คำพูดเจ็บๆ
อายุ32นะคะแต่คุณแม่เป็นคนใช้อารมณ์ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งแย่ อะไรนิดนึ่งสะกิดใจคุณแม่ก็จะโวยวายบ่ว่าพูดๆ หยุดพูดอีกหยุพูฝไม่ดอีกจนคุณพ่อกับเราไม่ไวจริงๆ แต่ถ้าพูดอะไรหาว่าเราสองคนเถียงไม่เห็นความดีแม่ ถ้าเงียบหาว่ายอมรับผิดและประชชอไม่ยอมฟังฝ่ายคนอื่นหรือฝังความรู้สึกคนอื่นพูดว่าแล้แล้วความรู้สึกเค้าละ เวลาพยายามจะคุยดีๆก็จะร้องแล้วแสร้งเพราะบอกว่าถ้าไม่พูดก่อนเดี๋ยวลืม แต่เราจะพูดแสร้งแม่ไม่ได้ เรากับพ่อเค้าจขอปรับแล้วปรับตัวเข้ากับคุณแม่ตามที่แม่บอก แต่คุณแม่ไม่ยอมปรับกับเราเพราะว่าคุณแม่บอกว่าคุณแม่เป็นอย่างนี้
แล้วคุณแม่เป็นคนชอบสรุปคนว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ มีช่วงนึ่งคุณแม่บอกว่าแฟนใหคำตอบเวียงมีอารมฉุนเฉียวในเทคเมสเสจ เรากับคุณพ่ออ่านเค้าก็ตอบดีๆอยู่ คุณแม่กำลังถามว่าเคว่าอดอย่างไรกับสถาบันครอบครัว (ตอนนั้นคบใหม่ๆ แม่กำลังตรเค้า) แฟนเป็นคนเกาหลีค่ะ แต่แม่พิมไทย เค้าก็พยายามแปลแล้วยาอวดเอาใจแม่ก็ใช้AIแปลจากอังกฤษเป็นเกาเป็นไทย ตรวจหลายรอบ แต่แม่เราเป็นคนคิดเยอะอ่านลึก ก็หาว่าเค้าไม่พอใจจนใส่เค้าจนเค้ากลัว พ้อบอกเค้าว่าต่อไปนี้ไม่ให้เค้าตอบแม่เราทั้งนั้น ตอนนี้ก็โอเคกันแต่เค้าระแวง
ไม่นก็ก็อีกเรืองว่าเรามีงานวิจัยหลายเรืองที่อาจารปริญญาเอกยากใหเราโชว์ที่งานconferenceบางประเทศ บางเรื่องแฟนไม่เกี่ยวนะคะเพราะบางเรื่องเค้าทำวิจกับเราและอาจารย์ แต่ไม่ยากให้เดินทางคนเดียวหรือกัยใครเพราะเดีโดนทำร้าย เสียตัว ถ้าไปแม่กับพ่อต้องไปด้วย ซึ่งไม่สดวกเพราะไปแล้วเราก็อยู่กับเค้าไม่ได้ ทั้งสองก็แก่มากโดยแม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพเยอะค่ะ นักวิจัยหญิงคนอื่นก็มีให้เห็นว่าเค้าไปคนเดียวแล้วไปเจอคณะของเค้าที่ประเทศนั้น เราเค้าจะว่าคุณแม่เป็นหวงมากๆ แต่จนถึงคุณแม่จะขู่บ้างหรือพูดใหเรากลัว หลายโอกาสที่เราต้องงเสียเพืให้แม่สบายใจ คุณพ่อแซวว่าถ้าพ่อแม่ไปแล้วลูกจะทำยังไง คุณแม่บอกว่าป่านนั้นเราคงแต่งงานแล้ว (ซึ่งแม่คงคิดว่าสามีจะไปกับเราซึ่งเป็นไปไม่ได้ทุกครั้ง) เราก็ถามว่าถ้าไม่ได้แต่งตอนนั้นละ แมบอกว่าต่ายไปแล้วก็ไม่ควรไปใหนเลย อันนี้เราเจ็บมากๆ
เราไม่รู้จะทำยัค่ะ คุณพ่อก็คุยกับเรายากเพราะคุณแม่อยู่ใกล้โทรศัพท์พ่อตลอดเวลา คุณพ่อให้กำลังใจ บอกว่าพ่อเสียใจด้วยที่โตมาเราไม่ค่อยได้เป็นตัวของตัวเองหรือได้ยืนด้วยตัวเอง แม้แต่อยู่คนเดียวแล้วมีงานการ เราก็ยังติดคำสแม่เพระเดี๋ยว “อกตัญญู“ เดี๋ยว ”ตัดขาด“ ”ไม่รักแม่เห็นความดีที่อุท้องมา“ ”ไม่ทำตัวดหมเด็กไทยหรือทำตามวัฒนธรรมคนไทย“ เราจะไปบำบัดทางจิตแต่ก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เราจะทำอะไรได้โดยที่จะไม่มีเรกับคุณแม้ให้แม่ไม่โกรธร้องให้