ไขข้อสงสัย........ทำไมสินค้าโดนลบและค่าคอมมิชชันของyoutube นายหน้าและสินค้า

กระทู้สนทนา

ทำความเข้าใจรายได้ของคุณ
แบรนด์และผู้ค้าปลีกแต่ละรายที่เข้าร่วมจะเป็นผู้กำหนด
อัตราค่าคอมมิชชัน และ
ระยะเวลาการติดตามยอด (Attribution Window)
สำหรับสินค้าแต่ละชิ้นเอง
โดยคุณจะเห็นเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชันแสดงอยู่ข้างข้อเสนอสินค้าแต่ละรายการ
หลักการทำงาน: เมื่อผู้ชมคลิกที่สินค้าที่คุณแท็กไว้
และทำการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ของผู้ค้าปลีก คุณจะได้รับค่าคอมมิชชัน
การตรวจสอบ:
คุณสามารถเช็ครายได้รวมได้ที่หน้า YouTube Analytics
หมายเหตุสำคัญ: ค่าคอมมิชชันที่ได้รับจะจ่ายผ่าน AdSense สำหรับ YouTube
ภายใน 60 ถึง 120 วัน หลังจากมีการซื้อ เพื่อเผื่อระยะเวลาในกรณีที่ลูกค้าคืนสินค้า
หากมีการคืนสินค้า ค่าคอมมิชชันในส่วนนั้นจะถูกดึงคืน (Reversed)




บางครั้งสินค้าที่เรามองว่า "ปกติมาก" กลับโดนระบบ AI ของ YouTube
หรือ Google มองว่าผิดหมวดหมู่ (Category Mismatch)
สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก "ความซับซ้อนเบื้องหลัง" ของระบบจัดการสินค้า ดังนี้ครับ:
1. ข้อมูลจากต้นทาง (Merchant Center) ผิดพลาด
YouTube ดึงข้อมูลสินค้ามาจาก Google Merchant Center ของร้านค้า/แบรนด์นั้นๆ
ต้นเหตุ: ร้านค้าอาจจะระบุ Google Product Category (GPC) มาไม่ตรงตั้งแต่แรก
เช่น เป็นสบู่สมุนไพรแต่ดันไปลงในหมวด "ยาการแพทย์"
หรือเป็นเสื้อผ้ากีฬาแต่ไปลงในหมวด "เครื่องมือ"
ผลที่ตามมา: พอ YouTube ตรวจสอบแล้วเห็นว่าหมวดที่ร้านลงไว้กับตัวสินค้าจริงๆ ไม่ตรงกัน ระบบจะดีดออกทันที

เพื่อป้องกันการแสดงผลที่สับสนครับ


2. คำอธิบายสินค้ามี "คำต้องห้าม" (Trigger Words)
ระบบ AI จะอ่านข้อความ (Title & Description) ของสินค้านั้นๆ ตลอดเวลา
ตัวอย่าง: หากคุณขาย "เครื่องดื่มโปรตีน"
แต่ในคำบรรยายมีคำที่ดูเหมือนอวดอ้างสรรพคุณทางยาเกินจริง
หรือมีคำที่ไปซ้ำซ้อนกับหมวด อาหารเสริม/ยารักษาโรค (ซึ่ง YouTube เข้มงวดมาก) ระบบจะตัดสินใจลบออก
เพราะถือว่า "จัดหมวดหมู่เสี่ยง" เกินไปครับ
3. นโยบายเฉพาะของ YouTube Shopping
บางครั้งสินค้าชิ้นนั้นขายใน Shopee/Lazada ได้ปกติ
แต่ใน YouTube Affiliate Program มีนโยบายที่ "เข้มกว่า"
สินค้าอ่อนไหว: สินค้าบางประเภท เช่น อาหารเสริมลดน้ำหนัก, อุปกรณ์สายมู,
หรือสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานสากล มักจะถูกระบบ AI กวาดทิ้ง
เพราะถือว่าอยู่ในหมวดที่ "ไม่ปลอดภัยต่อผู้ลงโฆษณา" แม้ตัวสินค้าจะดูเหมือนของใช้ทั่วไปก็ตาม
4. การอัปเดตระบบของตัวแทนจำหน่าย (Aggregator)
หากสินค้าชิ้นนั้นมาจากแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ (เช่น Shopee, Lazada)
บางครั้งมีการเปลี่ยนรหัสสินค้า (SKU) หรือเปลี่ยนชื่อหมวดหมู่ที่หลังบ้าน
ทำให้ลิงก์ในตะกร้าของคุณ "หลุด" จากฐานข้อมูลเดิม
และระบบจะแจ้งเตือนเป็นข้อความกลางๆ ว่าผิดหมวด


วิธีตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้น
เช็คคำบรรยาย: ลองดูว่าสินค้าชิ้นนั้นมีคำโปรยที่ฟังดูเหมือน "ยา" หรือ "ของขลัง"
หรือไม่ ถ้ามี... ระบบ AI มักจะไม่ให้อยู่ในหมวดสินค้าทั่วไป
ลองหาลิงก์จากร้านอื่น: หากเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน (เช่น สบู่ หรือ เสื้อผ้า)
ลองเลือกสินค้าจาก Official Mall หรือร้านอื่นที่ระบุหมวดหมู่ชัดเจนกว่าดูครับ
ตรวจสอบสถานะใน YouTube Studio: เข้าไปที่เมนู Shopping แล้วดูที่สถานะของสินค้าที่ถูกปฏิเสธ (Rejected)
บางครั้งจะมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าผิดนโยบายข้อไหนครับ

ข้อควรระวัง: อย่าฝืนกดเพิ่มสินค้าชิ้นเดิมซ้ำๆ หลายครั้งหากโดนลบไปแล้ว
เพราะอาจส่งผลต่อคะแนนความประพฤติ (Health Score) ของช่องได้ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่