‘ลามะ’ สัตว์บำบัดชวนใจฟู แต่อย่าทำพวกมันไม่สบายใจ เพราะมันอาจถ่มน้ำลายใส่เรา



SUS: ‘ลามะ’ สัตว์บำบัดชวนใจฟู
แต่อย่าทำพวกมันไม่สบายใจ
เพราะมันอาจถ่มน้ำลายใส่เรา
.
นับเนื่องมานานกว่า 6,000 ปีแล้ว ที่มนุษย์นำเอา ‘ลามะ’ มาเลี้ยงไว้ใช้ประโยชน์ เริ่มมาตั้งแต่คนที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขาแอนดีส ใช้บรรทุกขนส่งสัมภาระตามเส้นทางการค้าบนขุนเขาที่ยาวไกล ใช้ขนมาทำสิ่งทอ รวมถึงใช้มูลบำรุงดิน
.
ขณะที่ปัจจุบัน ลามะถูกยกระดับการใช้งานมาเป็น ‘สัตว์บำบัด’ จากลักษณะนิสัยของสัตว์และคุณลักษณะด้านร่างกาย
.
ข้อมูลจาก Llamas of Hot Spring บริษัททัวร์เดินป่ากับลามะและการบำบัดด้วยสัตว์ อธิบายว่า ลามะเป็นสัตว์ที่รักสงบ ไม่ตื่นตกใจง่ายเหมือนสุนัขบางสายพันธุ์ ขนาดตัวไม่ใหญ่เกินไปจนทำให้รู้สึกกลัว ขนของลามะยังให้สัมผัสนุ่มนวลชวนให้รู้สึกปลอดภัย ซึ่งผู้ป่วยที่มีบาดแผลทางใจ โรคกลัวหรือวิตกกังวล ควรรับลามะไว้ดูแลจิตใจสักตัว
.
อย่างไรก็ดี การใช้ลามะเป็นสัตว์บำบัดก็มีเรื่องควรระวังหากไม่ฝึกสัตว์ให้ดีก่อน ด้วยนิสัยการถ่มน้ำลายที่อาจพาคนหนีห่างแทนที่การโอบกอด
.
โดยทั่วไปลามะไม่ได้ถ่มน้ำลายเพราะเกลียดคนเป็นหลัก แต่เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่ใช้สื่อสาร
ซึ่งการถ่มน้ำลายใส่สัตว์ในฝูงเป็นการบอกว่าให้ถอยออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงลำดับชั้น ข่มตัวอื่นว่าข้านี่ล่ะคือจ่าฝูง
.
ในฝูงลามะ การถ่มน้ำลายเป็นวิธีที่พวกมันใช้บ่อยในการสร้างและรักษาลำดับชั้นทางสังคม
ลามะที่ครองอำนาจอาจถ่มน้ำลายใส่ตัวที่ด้อยกว่าเพื่อยืนยันตำแหน่งของตน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาแย่งชิงอาหาร มันจะใช้การถ่มน้ำลายเป็นการบอกว่านี่คือของฉัน
.
กับอีกเหตุผล ลามะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบให้ใครมารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว การถ่มน้ำลายใส่อย่างรวดเร็วเป็นการส่งสัญญาณเพื่อบอกว่าแกกำลังเข้ามาใกล้ฉันมากไป และควรออกให้ห่างกว่านี้
.
กรณีที่เกิดมีลามะถ่มน้ำลายใส่คน นั่นอาจเป็นเพราะมองว่ามนุษย์เข้าใกล้เกินไป มันจึงอาจทำแบบเดียวกันนั้นกับคน
.
ขณะเดียวกันลามะที่ถูกเลี้ยงหรือใกล้ชิดกับคนมาตั้งแต่เล็ก อาจมองมนุษย์เป็นลามะตัวอื่น พอโตขึ้นจึงใช้พฤติกรรมถ่มน้ำลายกับคนแทน แต่โอกาสเกิดถือว่าน้อยมากๆ
.
นอกจากนี้ การส่งเสียงดัง การถูกจับตัวบ่อยๆ การขังในที่แคบ หรือการพาลามะไปยังสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินก็อาจทำให้สัตว์เครียดและยิ้มน้ำลายอย่างไม่สบอารมณ์
.
สำหรับ Llamas of Hot Spring ที่นี่คอนเฟิร์มว่าตลอด 8 ปีที่ให้บริการ ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนติเตียนเรื่องถูกลามะถ่มน้ำลายใส่
.
ฉะนั้น ก่อนเลือกลามะมาเป็นสัตว์บำบัด ก็ควรต้องสืบสาวรายละเอียดผู้ให้บริการให้ดีเสียก่อนว่าฝึกหรือดูแลมาดีไหม
.
หรือในทางกลับกันเราเองก็ต้องเข้าใจภาษากายของลามะให้ดี ถ้าเมื่อไหร่ที่ลักษณะของหูเริ่มลู่ไปด้านหลัง
นั่นเป็นสัญญาณที่เตือนว่าลามะเริ่มกระสับกระส่าย
.
เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำลายที่ลามะถ่มออกมา ไม่ใช่น้ำลายธรรมดา
แต่มีเนื้อของอาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนจากกระเพาะประกอบด้วย ทำให้สีและกลิ่นแรงกว่าปกติ

แหล่งที่มา : Brandthink
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1447337326954599&set=a.811136580574680
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่