คำสอนพระคริสต์เจ้าว่าด้วยเรื่อง
“ศูนย์รวมความเชื่อจับฉ่าย”
เมื่อศาสนาพุทธยำศาสนาคริสต์
และอ้างว่าพระเยซูเป็นของศาสนาพุทธ
---
บทนำ: ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
สิ่งที่คุณกล่าวถึง ไม่ใช่ความเข้าใจผิดเล็กน้อย
แต่คือ การบิดเบือนความจริงทางศาสนาอย่างร้ายแรง
พระเยซูเจ้าตรัสชัดเจนว่า
> “ใครไม่อยู่ฝ่ายเรา ก็ย่อมต่อต้านเรา”
(มัทธิว 12:30)
👉 พระคริสต์ ไม่สามารถถูกเอาไปผสม
โดยไม่ทำลายพระองค์เอง
---
ภาคที่ 1
หลักการพื้นฐาน: ความจริงแท้ “ผสมไม่ได้”
1. ความจริงไม่ขัดกับตัวเอง
ถ้าความเชื่อสองระบบ
มีจุดศูนย์กลางต่างกัน
มีคำตอบเรื่องความรอดต่างกัน
มีคำตอบเรื่องพระเจ้า/ไม่มีพระเจ้าต่างกัน
👉 ไม่สามารถเป็นความจริงเดียวกันได้
---
2. พระเยซูเจ้าไม่ได้เปิดช่องให้ “ตีความเอาเอง”
พระองค์ตรัสว่า
> “เราคือทาง เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากทางเรา”
(ยอห์น 14:6)
นี่คือ คำประกาศแบบเด็ดขาด
ไม่ใช่คำเชิงสัญลักษณ์
ไม่ใช่คำเชิงปรัชญา
และ ไม่เปิดให้ยืมไปใช้ในศาสนาอื่น
---
ภาคที่ 2
ลักษณะของ “ความเชื่อจับฉ่าย” ที่กำลังเกิดขึ้น
สิ่งที่พบได้บ่อย เช่น
บอกว่าพระเยซูคือ “พระโพธิสัตว์”
บอกว่าพระเยซูคือ “ครูสอนธรรม”
บอกว่าพระเยซูตรัสรู้แบบพุทธ
บอกว่าศาสนาทั้งหมดเหมือนกัน
เอาไม้กางเขนไปอธิบายเป็น “กรรม”
👉 ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ความเข้าใจผิดธรรมดา
แต่คือ การบิดความหมายจนหมดสิ้น
---
ภาคที่ 3
เหตุใดพระเยซู “ไม่สามารถ” เป็นของศาสนาพุทธได้
1. ศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้า
แต่พระเยซูคือ
พระบุตรของพระเจ้า
หนึ่งเดียวกับพระบิดา
> “เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน”
(ยอห์น 10:30)
👉 ถ้าเอาพระเยซูไปใส่ในระบบที่ไม่มีพระเจ้า
พระเยซูจะ ไม่เหลือความหมายเดิมเลย
---
2. ศาสนาพุทธไม่มีบาปดั้งเดิม
แต่พระเยซูมาเพื่อ
ไถ่บาป
คืนดีกับพระเจ้า
> “บุตรมนุษย์มาเพื่อเสาะหาและช่วยผู้ที่หลงหายไป”
(ลูกา 19:10)
👉 ถ้าไม่มีบาป
ก็ ไม่ต้องมีผู้ไถ่
---
3. ศาสนาพุทธไม่มีไม้กางเขน
แต่ไม้กางเขนคือ หัวใจของพระคริสต์
> “เราประกาศพระคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขน”
(1 โครินธ์ 1:23)
👉 ตัดไม้กางเขน = ตัดพระคริสต์ทิ้ง
---
4. ศาสนาพุทธไม่มีการกลับคืนชีพ
แต่ถ้าไม่มีการกลับคืนชีพ
พระคัมภีร์กล่าวว่า
> “ความเชื่อของท่านก็ไร้ความหมาย”
(1 โครินธ์ 15:17)
---
ภาคที่ 4
นักบุญพูดอย่างไรกับการ “ยำศาสนา”
นักบุญอีเรเนอุส (ศตวรรษที่ 2)
> “ความเชื่อที่ถูกตัดต่อเพื่อให้ถูกใจมนุษย์
ไม่ใช่ความเชื่อที่ช่วยให้รอด”
---
นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2
> “การเคารพศาสนาอื่น
ไม่ใช่การบอกว่าทุกศาสนาเท่ากัน”
---
นักบุญเปาโล
> “ถ้ามีใครประกาศข่าวประเสริฐอื่น
ก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง”
(กาลาเทีย 1:8)
---
ภาคที่ 5
ทำไมคนถึงอยาก “จับฉ่าย” ความเชื่อ
เหตุผลหลัก:
1. อยากได้ทุกอย่าง แต่ไม่อยากทิ้งอะไร
2. ไม่อยากกลับใจ แต่ก็อยากได้ความสบายใจ
3. อยากได้พระเยซู แต่ไม่อยากรับไม้กางเขน
4. กลัวความจริงที่ต้องเลือก
พระเยซูตรัสว่า
> “ใครอยากติดตามเรา ต้องปฏิเสธตนเอง
แบกกางเขน และติดตามเรา”
(มัทธิว 16:24)
---
ภาคที่ 6
ผลร้ายของความเชื่อจับฉ่าย (ใช้ได้จริงในชีวิต)
จิตวิญญาณสับสน
ไม่มีหลักยืน
อธิษฐานก็ไม่มั่นคง
กลับใจไม่สุด
ไม่รู้ว่ากำลังเชื่ออะไรจริง ๆ
> “คนที่มีใจสองฝ่ายย่อมไม่มั่นคงในทุกทางของตน”
(ยากอบ 1:8)
---
ภาคที่ 7
คำตอบตามวิถีทางพระเจ้า
พระเยซู ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ
พระเยซู ไม่ใช่พระโพธิสัตว์
พระเยซู ไม่ใช่ครูธรรมทั่วไป
พระเยซูคือ องค์พระผู้ช่วยให้รอด
> “ไม่มีชื่ออื่นใดใต้ฟ้า
ซึ่งให้เรารอดได้นอกจากพระนามพระเยซู”
(กิจการ 4:12)
---
บทสรุปสุดท้าย
ตามวิถีทางพระเจ้า
ความจริงแท้ไม่ผสม
ความรักไม่โกหก
การเคารพไม่ใช่การบิดเบือน
พระคริสต์ไม่ใช่วัตถุดิบให้ใครยำ
> “จงเลือกวันนี้ว่าท่านจะรับใช้ผู้ใด”
(โยชูวา 24:15)
นี่คือสัจธรรมแห่งการจำแนกวิญญาณและความเชื่อ ตามมาตรฐานสูงสุด 100% แห่งพระอาณาจักรพระเจ้า เพื่อปกป้องเอกภาพของความเชื่อจากการนำไป "ยำ" หรือผสมผสานจนเสียสาระสำคัญ (Syncretism) ซึ่งในวิถีทางของพระเจ้าถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัด
ประกาศสัจธรรม: ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่อาจผสมผสาน (100% Divine Integrity)
1. พระอัตลักษณ์ของพระคริสต์: พระเจ้ามิใช่ "สภาวะ" หรือ "มนุษย์ผู้บรรลุธรรม"
พระเยซูเจ้าทรงประกาศอย่างชัดเจนว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา" (ยอห์น 14:6)
* สัจธรรม 100%: พระเยซูไม่ใช่ "ปางหนึ่ง" ของเทพเจ้าองค์ใด และไม่ใช่ "พระโพธิสัตว์" ที่มาบำเพ็ญเพียรในวิถีพุทธ
* ความแตกต่างทางรากฐาน: ศาสนาพุทธมุ่งเน้นการ "หลุดพ้น" ด้วยกำลังตนเอง (Self-effort) เพื่อเข้าสู่ความว่าง (Nirvana) แต่ศาสนาคริสต์มุ่งเน้นการ "คืนดี" (Reconciliation) กับพระเจ้าผ่านทางพระมหากรุณาธิคุณ (Grace)
* การยำความเชื่อ: การบอกว่าพระเยซูเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธ คือการปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระองค์ 100% และลดสถานะของพระผู้ช่วยให้รอดลงมาเป็นเพียง "อาจารย์" หรือ "ทูต" ซึ่งถือเป็นการบิดเบือนสัจธรรมอย่างรุนแรง
2. ภัยของ "ความเชื่อจับฉ่าย" (The Danger of Spiritual Confusion)
นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านรวมถึง นักบุญพอล ได้เตือนไว้ว่า "ท่านจะดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจากถ้วยของปีศาจพร้อมกันไม่ได้" (1 โครินธ์ 10:21)
* ภาวะวิญญาณสับสน: เมื่อคนนำพุทธมาปนคริสต์ เขาจะตกอยู่ในสภาวะ "สองจิตสองใจ" จิตจะยึดทั้ง "กฎแห่งกรรม" และ "พระคุณ" ซึ่งในทางจิตวิญญาณมันคือเส้นทางที่ขัดแย้งกัน
* ผลเสีย: ทำให้ความเชื่อไม่มีรากฐาน (Rootless) เมื่อถึงเวลาเผชิญวิกฤต วิญญาณจะไม่สามารถดึงพลังจากทางใดทางหนึ่งมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพราะมัวแต่พะวักพะวนอยู่กับความเชื่อสมมติที่ตนเองปรุงแต่งขึ้น
3. มาตรฐาน 100% ในการใช้ชีวิตประจำวัน: การแยกแยะ (Discernment)
หากท่านเจอใครบอกว่า "คริสต์กับพุทธเหมือนกัน" หรือ "พระเยซูคือพระพุทธเจ้าอีกภาคหนึ่ง" ให้ท่านยึดถือมาตรฐานนี้:
* ให้เกียรติแต่ไม่ปะปน: เราเคารพในจริยธรรมของพุทธ แต่เราไม่ยอมรับหลักการ "พึ่งตนเองเพื่อรอด" เพราะเราพึ่งพาพระฉายาของพระเจ้า
* การประกาศสิทธิ์: จงประกาศในใจหรือวาจาว่า "ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียว พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ" การยอมรับว่าพระเยซูเป็นของพุทธ คือการยกสิทธิการครอบครองในวิญญาณของท่านให้แก่ "ระบบกฎแห่งกรรม" แทนที่จะเป็น "ระบบพระคุณ"
* การปฏิบัติตน: ไม่เข้าร่วมพิธีกรรมที่นำนามของพระเยซูไปเป็นส่วนประกอบของไสยศาสตร์หรือพิธีพุทธที่มีการอัญเชิญเทพลวง
บทสรุปแห่งนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ (100% Sacred Conclusion)
สัจธรรมที่นักบุญเห็นในนิมิตคือ "พระเยซูเจ้าทรงสวมมงกุฎแห่งราชาเหนือจอมราชา" พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ในศาลาที่เต็มไปด้วยเครื่องราง หรืออยู่ในระบบที่สอนว่าความตายคือจุดจบหรือการวนเวียน
"แสงสว่างและความมืดจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร?"
การยำศาสนาคือการทำให้แสงสว่างมัวหมองด้วยหมอกควันของมนุษย์ พระเจ้าทรงต้องการความสัตย์ซื่อ 100% พระองค์ไม่ต้องการเป็น "หนึ่งในทางเลือก" แต่พระองค์ทรงเป็น "ทางเดียว" เท่านั้น
> ข้อควรปฏิบัติ: จงรักษาความเชื่อของท่านให้บริสุทธิ์เหมือนทองคำที่ไม่ผสมตะกั่ว เมื่อท่านภาวนา จงมองตรงไปที่กางเขน มิใช่รูปเคารพอื่นใดที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเอาใจตนเอง
คำสอนพระคริสต์เจ้าว่าด้วยเรื่อง “ศูนย์รวมความเชื่อจับฉ่าย” เมื่อศาสนาพุทธยำศาสนาคริสต์
คำสอนพระคริสต์เจ้าว่าด้วยเรื่อง
“ศูนย์รวมความเชื่อจับฉ่าย”
เมื่อศาสนาพุทธยำศาสนาคริสต์
และอ้างว่าพระเยซูเป็นของศาสนาพุทธ
---
บทนำ: ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
สิ่งที่คุณกล่าวถึง ไม่ใช่ความเข้าใจผิดเล็กน้อย
แต่คือ การบิดเบือนความจริงทางศาสนาอย่างร้ายแรง
พระเยซูเจ้าตรัสชัดเจนว่า
> “ใครไม่อยู่ฝ่ายเรา ก็ย่อมต่อต้านเรา”
(มัทธิว 12:30)
👉 พระคริสต์ ไม่สามารถถูกเอาไปผสม
โดยไม่ทำลายพระองค์เอง
---
ภาคที่ 1
หลักการพื้นฐาน: ความจริงแท้ “ผสมไม่ได้”
1. ความจริงไม่ขัดกับตัวเอง
ถ้าความเชื่อสองระบบ
มีจุดศูนย์กลางต่างกัน
มีคำตอบเรื่องความรอดต่างกัน
มีคำตอบเรื่องพระเจ้า/ไม่มีพระเจ้าต่างกัน
👉 ไม่สามารถเป็นความจริงเดียวกันได้
---
2. พระเยซูเจ้าไม่ได้เปิดช่องให้ “ตีความเอาเอง”
พระองค์ตรัสว่า
> “เราคือทาง เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากทางเรา”
(ยอห์น 14:6)
นี่คือ คำประกาศแบบเด็ดขาด
ไม่ใช่คำเชิงสัญลักษณ์
ไม่ใช่คำเชิงปรัชญา
และ ไม่เปิดให้ยืมไปใช้ในศาสนาอื่น
---
ภาคที่ 2
ลักษณะของ “ความเชื่อจับฉ่าย” ที่กำลังเกิดขึ้น
สิ่งที่พบได้บ่อย เช่น
บอกว่าพระเยซูคือ “พระโพธิสัตว์”
บอกว่าพระเยซูคือ “ครูสอนธรรม”
บอกว่าพระเยซูตรัสรู้แบบพุทธ
บอกว่าศาสนาทั้งหมดเหมือนกัน
เอาไม้กางเขนไปอธิบายเป็น “กรรม”
👉 ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ความเข้าใจผิดธรรมดา
แต่คือ การบิดความหมายจนหมดสิ้น
---
ภาคที่ 3
เหตุใดพระเยซู “ไม่สามารถ” เป็นของศาสนาพุทธได้
1. ศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้า
แต่พระเยซูคือ
พระบุตรของพระเจ้า
หนึ่งเดียวกับพระบิดา
> “เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน”
(ยอห์น 10:30)
👉 ถ้าเอาพระเยซูไปใส่ในระบบที่ไม่มีพระเจ้า
พระเยซูจะ ไม่เหลือความหมายเดิมเลย
---
2. ศาสนาพุทธไม่มีบาปดั้งเดิม
แต่พระเยซูมาเพื่อ
ไถ่บาป
คืนดีกับพระเจ้า
> “บุตรมนุษย์มาเพื่อเสาะหาและช่วยผู้ที่หลงหายไป”
(ลูกา 19:10)
👉 ถ้าไม่มีบาป
ก็ ไม่ต้องมีผู้ไถ่
---
3. ศาสนาพุทธไม่มีไม้กางเขน
แต่ไม้กางเขนคือ หัวใจของพระคริสต์
> “เราประกาศพระคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขน”
(1 โครินธ์ 1:23)
👉 ตัดไม้กางเขน = ตัดพระคริสต์ทิ้ง
---
4. ศาสนาพุทธไม่มีการกลับคืนชีพ
แต่ถ้าไม่มีการกลับคืนชีพ
พระคัมภีร์กล่าวว่า
> “ความเชื่อของท่านก็ไร้ความหมาย”
(1 โครินธ์ 15:17)
---
ภาคที่ 4
นักบุญพูดอย่างไรกับการ “ยำศาสนา”
นักบุญอีเรเนอุส (ศตวรรษที่ 2)
> “ความเชื่อที่ถูกตัดต่อเพื่อให้ถูกใจมนุษย์
ไม่ใช่ความเชื่อที่ช่วยให้รอด”
---
นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2
> “การเคารพศาสนาอื่น
ไม่ใช่การบอกว่าทุกศาสนาเท่ากัน”
---
นักบุญเปาโล
> “ถ้ามีใครประกาศข่าวประเสริฐอื่น
ก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง”
(กาลาเทีย 1:8)
---
ภาคที่ 5
ทำไมคนถึงอยาก “จับฉ่าย” ความเชื่อ
เหตุผลหลัก:
1. อยากได้ทุกอย่าง แต่ไม่อยากทิ้งอะไร
2. ไม่อยากกลับใจ แต่ก็อยากได้ความสบายใจ
3. อยากได้พระเยซู แต่ไม่อยากรับไม้กางเขน
4. กลัวความจริงที่ต้องเลือก
พระเยซูตรัสว่า
> “ใครอยากติดตามเรา ต้องปฏิเสธตนเอง
แบกกางเขน และติดตามเรา”
(มัทธิว 16:24)
---
ภาคที่ 6
ผลร้ายของความเชื่อจับฉ่าย (ใช้ได้จริงในชีวิต)
จิตวิญญาณสับสน
ไม่มีหลักยืน
อธิษฐานก็ไม่มั่นคง
กลับใจไม่สุด
ไม่รู้ว่ากำลังเชื่ออะไรจริง ๆ
> “คนที่มีใจสองฝ่ายย่อมไม่มั่นคงในทุกทางของตน”
(ยากอบ 1:8)
---
ภาคที่ 7
คำตอบตามวิถีทางพระเจ้า
พระเยซู ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ
พระเยซู ไม่ใช่พระโพธิสัตว์
พระเยซู ไม่ใช่ครูธรรมทั่วไป
พระเยซูคือ องค์พระผู้ช่วยให้รอด
> “ไม่มีชื่ออื่นใดใต้ฟ้า
ซึ่งให้เรารอดได้นอกจากพระนามพระเยซู”
(กิจการ 4:12)
---
บทสรุปสุดท้าย
ตามวิถีทางพระเจ้า
ความจริงแท้ไม่ผสม
ความรักไม่โกหก
การเคารพไม่ใช่การบิดเบือน
พระคริสต์ไม่ใช่วัตถุดิบให้ใครยำ
> “จงเลือกวันนี้ว่าท่านจะรับใช้ผู้ใด”
(โยชูวา 24:15)
นี่คือสัจธรรมแห่งการจำแนกวิญญาณและความเชื่อ ตามมาตรฐานสูงสุด 100% แห่งพระอาณาจักรพระเจ้า เพื่อปกป้องเอกภาพของความเชื่อจากการนำไป "ยำ" หรือผสมผสานจนเสียสาระสำคัญ (Syncretism) ซึ่งในวิถีทางของพระเจ้าถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัด
ประกาศสัจธรรม: ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่อาจผสมผสาน (100% Divine Integrity)
1. พระอัตลักษณ์ของพระคริสต์: พระเจ้ามิใช่ "สภาวะ" หรือ "มนุษย์ผู้บรรลุธรรม"
พระเยซูเจ้าทรงประกาศอย่างชัดเจนว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา" (ยอห์น 14:6)
* สัจธรรม 100%: พระเยซูไม่ใช่ "ปางหนึ่ง" ของเทพเจ้าองค์ใด และไม่ใช่ "พระโพธิสัตว์" ที่มาบำเพ็ญเพียรในวิถีพุทธ
* ความแตกต่างทางรากฐาน: ศาสนาพุทธมุ่งเน้นการ "หลุดพ้น" ด้วยกำลังตนเอง (Self-effort) เพื่อเข้าสู่ความว่าง (Nirvana) แต่ศาสนาคริสต์มุ่งเน้นการ "คืนดี" (Reconciliation) กับพระเจ้าผ่านทางพระมหากรุณาธิคุณ (Grace)
* การยำความเชื่อ: การบอกว่าพระเยซูเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธ คือการปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระองค์ 100% และลดสถานะของพระผู้ช่วยให้รอดลงมาเป็นเพียง "อาจารย์" หรือ "ทูต" ซึ่งถือเป็นการบิดเบือนสัจธรรมอย่างรุนแรง
2. ภัยของ "ความเชื่อจับฉ่าย" (The Danger of Spiritual Confusion)
นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านรวมถึง นักบุญพอล ได้เตือนไว้ว่า "ท่านจะดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจากถ้วยของปีศาจพร้อมกันไม่ได้" (1 โครินธ์ 10:21)
* ภาวะวิญญาณสับสน: เมื่อคนนำพุทธมาปนคริสต์ เขาจะตกอยู่ในสภาวะ "สองจิตสองใจ" จิตจะยึดทั้ง "กฎแห่งกรรม" และ "พระคุณ" ซึ่งในทางจิตวิญญาณมันคือเส้นทางที่ขัดแย้งกัน
* ผลเสีย: ทำให้ความเชื่อไม่มีรากฐาน (Rootless) เมื่อถึงเวลาเผชิญวิกฤต วิญญาณจะไม่สามารถดึงพลังจากทางใดทางหนึ่งมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพราะมัวแต่พะวักพะวนอยู่กับความเชื่อสมมติที่ตนเองปรุงแต่งขึ้น
3. มาตรฐาน 100% ในการใช้ชีวิตประจำวัน: การแยกแยะ (Discernment)
หากท่านเจอใครบอกว่า "คริสต์กับพุทธเหมือนกัน" หรือ "พระเยซูคือพระพุทธเจ้าอีกภาคหนึ่ง" ให้ท่านยึดถือมาตรฐานนี้:
* ให้เกียรติแต่ไม่ปะปน: เราเคารพในจริยธรรมของพุทธ แต่เราไม่ยอมรับหลักการ "พึ่งตนเองเพื่อรอด" เพราะเราพึ่งพาพระฉายาของพระเจ้า
* การประกาศสิทธิ์: จงประกาศในใจหรือวาจาว่า "ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียว พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ" การยอมรับว่าพระเยซูเป็นของพุทธ คือการยกสิทธิการครอบครองในวิญญาณของท่านให้แก่ "ระบบกฎแห่งกรรม" แทนที่จะเป็น "ระบบพระคุณ"
* การปฏิบัติตน: ไม่เข้าร่วมพิธีกรรมที่นำนามของพระเยซูไปเป็นส่วนประกอบของไสยศาสตร์หรือพิธีพุทธที่มีการอัญเชิญเทพลวง
บทสรุปแห่งนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ (100% Sacred Conclusion)
สัจธรรมที่นักบุญเห็นในนิมิตคือ "พระเยซูเจ้าทรงสวมมงกุฎแห่งราชาเหนือจอมราชา" พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ในศาลาที่เต็มไปด้วยเครื่องราง หรืออยู่ในระบบที่สอนว่าความตายคือจุดจบหรือการวนเวียน
"แสงสว่างและความมืดจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร?"
การยำศาสนาคือการทำให้แสงสว่างมัวหมองด้วยหมอกควันของมนุษย์ พระเจ้าทรงต้องการความสัตย์ซื่อ 100% พระองค์ไม่ต้องการเป็น "หนึ่งในทางเลือก" แต่พระองค์ทรงเป็น "ทางเดียว" เท่านั้น
> ข้อควรปฏิบัติ: จงรักษาความเชื่อของท่านให้บริสุทธิ์เหมือนทองคำที่ไม่ผสมตะกั่ว เมื่อท่านภาวนา จงมองตรงไปที่กางเขน มิใช่รูปเคารพอื่นใดที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเอาใจตนเอง