ทำไมช้างลดความร้อนในร่างกายได้ยาก

.

.
© Disney
.
.

ช้างดัมโบ้กระโดดออกจาก
อาคารที่กำลังลุกไหม้
แล้วกางหูขนาดใหญ่ออก เริ่มบินได้เลย
แม้ว่าช้างในชีวิตจริงจะบินไม่ได้
แต่พวกมันมีหูที่ใหญ่โตอย่างแน่นอน

ช้างแอฟริกันมีใบหู ใหญ่ที่สุด
ในบรรดาสัตว์ทั้งหมด
ใบหูของช้างสามารถเติบโตได้
ยาวถึง 6.6 ฟุตและกว้าง 4.11 ฟุต
คิดเป็น 20% ของพื้นที่ผิวทั้งร่างกาย

แต่ทำไมหูของช้างถึงใหญ่ขนาดนี้
แน่นอนว่าไม่เกี่ยวข้องกับการบิน
หูของช้างมีบทบาทสำคัญ
ในการ คลายร้อนและสื่อสาร
.
.

.
ช้างป่าอัฟริกันมีใบหู
ขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก
มีความยาวถึงหกฟุต
ขนาดความกว้างสี่ฟุด
© Arterra/ Contributor/ Getty images
.
.


🐘ทำไมการรักษาอุณหภูมิให้เย็น
จึงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกช้าง


ช้างเป็น สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีน้ำหนักมหาศาลถึง 12,000 ปอนด์
5,443.1 กิโลกรัม (มากกว่ารถบรรทุก)
ในขณะที่ขนาดใหญ่โตของช้าง
มักเป็นข้อได้เปรียบในการป้องกันตัว
จากผู้ล่าหรือการเอื้อมถึงต้นไม้สูง ๆ

แต่ก็ทำให้พวกมันรักษาความเย็น
ทำให้ร่างกายให้เย็นได้ยากขึ้น
ร่างกายขนาดมหึมาของพวกมัน
ผลิตความร้อนภายในร่างกาย
จำนวนมากมายมหาศาล
แม้ในขณะที่พวกมันยืนอยู่เฉย ๆ

สิ่งที่ทำให้ปัญหานี้ยิ่งใหญ่ขึ้นคือ
ที่อยู่อาศัยของพวกมัน
พวกช้างมักอาศัยอยู่ใน
สภาพอากาศที่อบอุ่น/แห้งแล้ง
ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะร้อนเกินไป

คนเราเราคลายร้อนในร่างกาย
ด้วยการกระจายความร้อนผ่านส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายที่ยาวและแคบ เช่น แขนขา

แต่ช้างที่มีร่างกายขนาดใหญ่/ขาหนา
มีพื้นที่ผิวหนังค่อนข้างหนา
จึงปล่อยความร้อนที่สะสมได้น้อย

ช้างไม่เหมือนคนเรา
ช้างไม่ค่อย มีเหงื่อ ออก
ช้างมีต่อมเหงื่อเล็กน้อย
ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างนิ้วเท้า
ที่สามารถปล่อยความชื้นได้เล็กน้อย
ช่วยให้ช้างเย็นลงได้เพียงเล็กน้อย
ช้าง ไม่สามารถหอบ เหมือนหมาได้
ดังนั้น ช้างจึงวิวัฒนาการรูปแบบอื่น
ในการคลายร้อนภายในร่างกาย

หมายเหตุ

ช้างเอเชียมีหูที่เล็กกว่าช้างแอฟริกันมาก

หนังช้างแอฟริกา (African elephant)
มีความหนามาก เพื่อช่วยในการป้องกัน
และควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
🐘 หนาที่สุด (Maximum Thickness)
จะอยู่ตาม หลังและส่วนบนของลำตัว
อาจหนาได้ถึง 3-4 เซนติเมตร
🐘 บางที่สุด (Minimum Thickness)
จะอยู่ตาม รอบใบหู หลังขา ท้อง
รอยพับของผิวหนัง อาจหนาเพียง 1-2 ซม.
🐘 ความหนาเฉลี่ย (Average Thickness)
จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 เซนติเมตร
ตัวแปร คือ เพศ อายุ พื่นที่ อาหาร
.
.
.

.
ช้างเอเซียมีขนาดเล็กกว่าช้างอัฟริกา
© DepositPhotos
.
.
.

ช้างใช้ใบหูเพื่อคลายร้อน

“ ใบหูช้างมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ
ในการระบาย/คลายความร้อน
ใบหูช้างมีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่
ภายในมี หลอดเลือดเล็ก ๆ นับพัน "
Angela Stöger-Horwath
ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์
การอนุรักษ์สวนสัตว์
University of Vienna กล่าว
.
.

.
.


การระบายความร้อนของเลือด

เมื่อช้างสูบฉีดเลือดไปยังใบหู
เลือดจะไหลไปตามหลอดเลือด
นับพัน ๆ เส้นเหล่านั้น จนกระทั่ง
เย็นลงจนถึงอุณหภูมิภายนอก
จากนั้นเลือดจะไหลเวียน
กลับเข้าสู่ร่างกายของช้าง
ช่วยให้ช้างมีอุณหภูมิร่างกายปกติ

การพัดหู

การพัดหูยังช่วยระบายความร้อน
เมื่อช้างพัดหูจะเพิ่ม
การไหลเวียนของอากาศ
ข้ามหลอดเลือดเหล่านั้น
ซึ่งช่วยให้เลือดเย็นลงอีก

นักวิจัยได้แสดงให้เห็น
โดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ว่า
ช้างส่วนใหญ่ลดความร้อน
ผ่านใบหูของช้าง

" หูช้างทำหน้าที่เป็นหม้อน้ำแบบปรับได้
ช้างใช้มันมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ กิจกรรม
หรือช่วงเวลาของแต่ละวัน “
Angela Stöger-Horwath กล่าวสรุป

กลยุทธ์การระบายความร้อนนี้
มีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการของช้างด้วย
ช้างแอฟริกันมีใบหูที่ใหญ่ที่สุด
ในบรรดาสายพันธุ์ใด ๆ
เพราะพวกมันต้องเผชิญกับ
ภูมิประเทศที่ร้อนและเปิดโล่ง
ในขณะที่ช้างเอเชียมีใบหูค่อนข้างเล็ก
เพราะพวกมันอยู่ใน ป่าที่มีร่มเงา

แต่ภาวะโลกกำลังร้อนขึ้น
ช้างและใบหูอันน่าทึ่ง
อาจเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ

“ ใบหูของช้างเป็นกลไก
การปรับตัวที่สำคัญมาก
แต่ช้างกำลังเผชิญกับ
ความร้อนในรูปแบบใหม่
และแตกต่างออกไปเพราะโลกกำลังร้อนขึ้น
อะไรบ้างที่จะเกินความสามารถ
ในการรับมือของพวกมัน ? ”
George Wittermyer
ศาสตราจารย์ด้านปลา สัตว์ป่า
และชีววิทยาการอนุรักษ์
Colorado State University กล่าว
.
.

.
.

🗣️ ช้างสื่อสารโดยใช้ใบหู

ช้าง ใช้ใบหูในการสื่อสาร ระหว่างกัน
“ พวกมันจัดวางใบหูในตำแหน่ง
ที่หลากหลายเพื่อส่งสัญญาณถึง
สถานะทางอารมณ์ตอนนั้น
หรือเจตนาทางพฤติกรรม ”
Michael A. Pardo
นักวิทยาศาสตร์อาวุโส
จากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
Elephant Voices กล่าว
.
.

.
.
.

การข่มขู่

เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม
ช้างมักจะ กางหูออก 90 องศา
เพื่อทำให้ตัวเองดูใหญ่ขึ้น
นี่คือ คำเตือนให้ศัตรูถอยไป


สถานการณ์ทางสังคม

การเคลื่อนไหวของใบหูช้าง
สามารถส่งสัญญาณถึง
ความสุข ความปั่นป่วน การครอบงำ
และ การประสานงานพฤติกรรมกลุ่ม

“ เมื่อช้างถูกกระตุ้นทางอารมณ์สูง
เช่น เมื่อทักทายสมาชิกในครอบครัว
หลังจากแยกจากกัน
ช้างมักจะ พัดใบหูอย่างรวดเร็ว
นี่คือวิธีที่ช้างพูดว่า  
“เฮ้ ฉันคิดถึงคุณ ! ไปไหนมา ? ”
Michael A. Pardo กล่าว
.
.

.
แม่ช้างโบกใบหูเพื่อปกป้องลูกช้างจากศัตรู
© Contributor / Getty Images / Mondadori Portfolio
.
.
.

👂ผู้ฟังที่น่าทึ่ง

ใบหูช้างยังช่วยให้ได้ยินเสียง
โดยเฉพาะในช่วง ความถี่ต่ำ
แม้ว่าช้างจะสร้างเสียงต่าง ๆ
ที่คนเราได้ยินได้อย่างมากมาย
แต่การสื่อสารส่วนใหญ่ของช้าง
จะอยู่ในความถี่ที่ต่ำมาก
ต่ำจนคนเราไม่สามารถได้ยินได้

การเดินทางของเสียง

เสียงความถี่ต่ำเหล่านี้ของช้าง
มีความยาวคลื่นที่ต้นไม้และพืชพรรณ
มีแนวโน้มที่จะรบกวนน้อยกว่า
ทำให้เสียงเหล่านี้สามารถ
เดินทางได้ไกลขึ้น
ผ่านป่าทึบ ทุ่งหญ้าสะวันนาที่กว้างใหญ่
ทำให้ช้างเป็นผู้ฟังที่น่าประทับใจ
ช้างบางตัวสามารถได้ยินเสียงจาก
ระยะทางไกลมากกว่า 10 กิโลเมตร)


การระบุตำแหน่ง

ใบหูของช้างยังช่วยให้
ระบุตำแหน่ง ที่มาของเสียง
ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

“ ใบหูขนาดใหญ่ของช้าง
ช่วยส่งผ่านคลื่นเสียง
เข้าสู่แก้วหูของช้าง

ช้างกำลังใช้ใบหู
จะสามารถเห็นได้ว่า
เมื่อช้างกำลังฟัง
ช้างจะยืนขึ้นและกางใบหูออก

อาการนี้สามารถช่วยให้ช้าง
ระบุภัยคุกคามและเตรียมรับมือ
โอกาสในการเอาชีวิตรอด

แม้ว่าช้างจะไม่มีพลังวิเศษ
ในการบินเหมือนช้างดัมโบ้
แต่ใบหูขนาดมหึมาของช้าง
ก็เป็นเหมือนสุดยอดพลังชนิดหนึ่ง

ใบหูช่วยให้ช้าง
สื่อสารข้ามระยะทางไกล  คลายร้อน
จากความร้อนของทุ่งหญ้าสะวันนา
ป้องกันตัวเอง และแม้กระทั่ง
แสดงว่าช้างคิดถึงกันมากแค่ไหน "
George Wittemyer กล่าวสรุป
.


เรียบเรียง/ที่มา

Popscience
.
.
.
เรื่องเดิม
.
สุสานช้างมีจริงหรือไม่
.

.
.

ภาพถ่ายชุดสุดท้ายของราชินีช้างในตำนาน
.

.
รานีช้าง
.
.

.
ฮานาโกะช้างไทยในญี่ปุ่น
.
.

Elephant of The Bastille ช้างแห่งคุกบาสตีย์
.

.
.

.
ปืนใหญ่สยาม 2 กระบอก(ขวามือ)
เครื่องราชบรรณาการ Louis 14
สมัยพระนารายณ์มหาราช
ภาพเขียนหนังสือพิมพ์ยุคนั้น
.
.

.
ยืมจากพิพิธภัณฑ์อังกฤษ
หายสาบสูญไป 1 กระบอก
.
.

.
ปืนใหญ่สยาม 2 กระบอก
ร่วมถล่มคุกบาสตีย์ฝรั่งเศส
14 กรกฏาคม 1789
วันชาติ/วันปฏิวัติฝรั่งเศส
.
.
รั้วรังผึ้งป้องกันช้างป่าทำลายพืชไร่
.

.
.

ช้างป่า 11 ตัวติดหล่มโคลนได้รับการช่วยเหลือจากคน
.

.
.



เรื่องเล่าไร้สาระ

พระมหาเจิม พระครูธรรมสรคุณ
พระสหธรรมิก(เพื่อนซี้) ที่สนิทสนม
และทำงานศาสนกิจร่วมกับ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฏฺฐายี)
ในยุคที่ทั้งสองดำรงสมณศักดิ์ไม่สูงนัก

ท่านชอบใช้คำ สรรพลี้หวน เช่น
จะดูช้างตัวเมียตัวผู้อย่างไร
ท่านบอกว่า ให้ดู หางมันชี้
และอื่น ๆ อีกมากมายจนเป็นตำนาน

เพลามาหาพระสังฆราชจวน
ถ้าพระลูกวัดขัดขวางไม่ให้เข้าเฝ้า

ท่านจะพูดว่า  เจิมมาหาจวน
อย่ามาจุ้น เดี๋ยวโดนจวก


ถ้าพระสังฆราชได้ยินเสียงท่าน
จะบอกให้ท่านรีบเข้ามาได้เลย

ตำนานวาทกรรมท่านในวงการสงฆ์
ทำให้ท่านไม่รุ่งในสมณศักดิ์
เพราะทำตนเหมือน โลฬุทายีเถระ
ประถมเหตุอาบัติปาจิตตรีย์
ในพุทธศาสนาหลายเรื่อง

ท่านมักถูกกล่าวถึงในเรื่องของ
การพูดจาที่ไม่เหมาะสม
ไม่ถูกกาลเทศะ ในเวลาอันควร
มีการกระทำที่ดูเหมือนว่า
ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่ถูกระเบียบ
แบบคนโลเล หรือ คนเหลวไหล
เพราะพฤติกรรมบางอย่างของท่าน
ที่ถูกบันทึกไว้มีความสอดคล้อง
กับความหมายของคำเหล่านี้

แต่ภาษาบาลีมีคำว่า
โลล (lola) ซึ่งแปลว่า กลิ้งกลอก
โลภ ไม่หนักแน่น วอกแวก
มีรากศัพท์ที่มาชัดเจนกว่า โลฬุทายี

ที่มา เสฐียรพงษ์ วรรณปก
สามเณรเปรียญธรรม 9 ประโยค
รูปแรกในรัชกาลที่ 9  ในปี 2503
นับเป็นรูปที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์
จะได้รับสิทธิพิเศษเป็นนาคหลวง
เขัาพิธีอุปสมบทในวัดพระแก้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่