ตอนนี้เรากำลังเป็นนักเขียนออนไลน์อยู่ค่ะ มีผู้ที่ชื่นชอบผลงานอยู่นิดหน่อย เป็นแนวแฟนตาซี ในช่วงแรกที่ที่เราเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกอย่างจริงจัง เราพยายามทุ่มเทให้กับมันมาก เขียนสดอาทิตย์ต่ออาทิตย์จนจบเรื่องเลย แต่เมื่อได้เริ่มเขียนเรื่องที่สองเป็นแนวแฟนตาซีเหมือนกันแต่คนละแบบและเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้น ช่วงแรกเราก็ยังพยายามกับมันนะ พยายามเขียนสดรายสัปดาห์บวกกับการทำข้อมูลไว้ใช้ในการเขียน แต่เขียนไปสัก 20 บท เราเริ่มรู้สึกเอื่อย ๆ เริ่มจะเขียนให้มันเสร็จ ๆไป ไม่ได้พยามจะให้มันออกมาดีอีกแล้ว เราพยายามจะฝืนและกลับมาตั้งใจทำมันให้ดี แต่สุดท้ายก็ไม่รอดและต้องประกาศหยุดเขียนไม่กำหนดและกลับมาตั้งหลักใหม่ ถ้าถามว่าอยากจะเขียนมันไหม ตอบได้เลยว่า อยากมากแต่พอเราเปิดคอมและเข้าหน้าที่เขียนค้างเอาไว้แล้ว เรากลับไม่ยอมเขียนมันซะงั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้นะว่าจะดำเนินเรื่องต่อยังไงแต่เราแค่เลือกไปทำอย่างอื่นแทนมากกว่า ไม่ว่าจะดูยูทูป เล่นเกม ฯลฯ เราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเราไม่ยอมทำสิ่งที่เราอยากทำมันมากที่สุด
แล้วก็ยังมีเรื่องการเรียนของเราอีก เมื่อประมาณ 2-3ปี ที่แล้วเราได้ตัดสินใจลาออกจากมหาลัยเพราะปัญหาส่วนตัว แล้วเราก็ตั้งใจจะกลับไปเรียนอีกครั้งในปีต่อมา แต่จนถึงตอนนี้... เรายังคงอยู่บ้านอยู่เลย ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นพิเศษ เป็นแค่นักเขียนออนไลน์กับช่วยงานบ้านเล็ก ๆน้อย ๆ ที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะหาที่เรียนใหม่อยู่ตลอดนะ แต่ไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นใหม่ยังไงหรือตัวเองควรพาชีวิตไปทางไหน จนไม่ได้เริ่มอะไรเลย
ซึ่งตอนนี้ เราเริ่มรู้สึกแล้วถึงผลกระทบที่เราอยู่แต่บ้านมากเกินไปแล้วค่ะ นั่นคือ เราเริ่มที่ไปไหนที่ไกลกว่าร้านชำใกล้บ้านด้วยตัวเองไม่ได้แล้ว คือว่า มันเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่รถเข็นขายกับข้าวที่เราซื้อประจำเข็นเลยบ้านเราไป แล้วเราออกไปซื้อไม่ทัน แต่เรารู้นะว่าเขาจะไปตั้งหลักขายอยู่ตรงไหน มันไกลประมาณหนึ่งแต่เป็นระยะที่เดินได้สบาย ๆ และยังอยู่ในซอย เราเลยตั้งใจจะเดินออกไป มันเป็นเรื่องง่าย ๆไม่ว่าใครก็ทำได้ เราก็คิดแบบนั้น แต่เมื่อเราเดิน ๆ เริ่มห่างจากบ้านมากขึ้นมากขึ้น ใจมันก็สั่น มองไปรอบ ๆ ทุกอย่างมันเป็นสิ่งเราคุ้นเคยดีนะ แต่เรากลับรู้สึกกังวลอย่างไม่มีสาเหตุ พอเรามองไปข้างอรกก็เห็นหมามาเดินอยู่บนถนนอยู่ 2-3 ตัว มันใช่ภาพที่แปลกอะไรเลย แต่นั่นกลับทำให้เรากลัวว่าจะโดนรุมกัด ทั้งที่พวกมันยังไม่เห็นเราเลยด้วยซ้ำหรือต่อให้โดนไล่จริงเราก็คิดว่าจะหาอะไรมาไล่พวกมันไปได้นะ แต่ตอนนั้นด้วยความเครียดความกังวลเราเลยหันหลังและกลับบ้านเลย และไม่นานความรู้สึกแย่ ๆทั้งหลายก็ค่อย ๆดีขึ้นจนเป็นปกติ
เราเลยอยากถามกับทุกคนว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันคืออาการ Burn Out ใช่หรือเปล่า หรือเรากำลังเป็นอะไรอยู่กันแน่คะ แล้วเราต้องทำยังไงดี
ปล. เรามีการบ่นว่าอยากตายหรืออยากฆตต.อยู่หลายครั้งแบบอยู่ ๆก็พูดขึ้นมา เป็นแค่ตอนที่อยู่คนเดียว แต่เราก็ยังรู้ดีว่าไม่ได้อยากทำจริง ๆ มันเป็นทุกครั้งเลย ตอนที่เรื่องในอดีตที่เราอับอาย สิ่งเราอยากลืมมันผุดขึ้นมาในหัว ไม่รู้คิดไปเองไหมว่าพวกมันกำลังตามหลอกหลอนเรา และบางทีพอคิดถึงเรื่องแย่ ๆที่เรามโนว่ามีนจะเกิดขึ้นก็ทำให้เราร้องไห้ออกมา ร้องหนักจนเราไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองเป็นขนาดนี้
นี่เรากำลัง Burn Out หรือเปล่า แล้วต้องทำยังไงคะ
แล้วก็ยังมีเรื่องการเรียนของเราอีก เมื่อประมาณ 2-3ปี ที่แล้วเราได้ตัดสินใจลาออกจากมหาลัยเพราะปัญหาส่วนตัว แล้วเราก็ตั้งใจจะกลับไปเรียนอีกครั้งในปีต่อมา แต่จนถึงตอนนี้... เรายังคงอยู่บ้านอยู่เลย ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นพิเศษ เป็นแค่นักเขียนออนไลน์กับช่วยงานบ้านเล็ก ๆน้อย ๆ ที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะหาที่เรียนใหม่อยู่ตลอดนะ แต่ไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นใหม่ยังไงหรือตัวเองควรพาชีวิตไปทางไหน จนไม่ได้เริ่มอะไรเลย
ซึ่งตอนนี้ เราเริ่มรู้สึกแล้วถึงผลกระทบที่เราอยู่แต่บ้านมากเกินไปแล้วค่ะ นั่นคือ เราเริ่มที่ไปไหนที่ไกลกว่าร้านชำใกล้บ้านด้วยตัวเองไม่ได้แล้ว คือว่า มันเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่รถเข็นขายกับข้าวที่เราซื้อประจำเข็นเลยบ้านเราไป แล้วเราออกไปซื้อไม่ทัน แต่เรารู้นะว่าเขาจะไปตั้งหลักขายอยู่ตรงไหน มันไกลประมาณหนึ่งแต่เป็นระยะที่เดินได้สบาย ๆ และยังอยู่ในซอย เราเลยตั้งใจจะเดินออกไป มันเป็นเรื่องง่าย ๆไม่ว่าใครก็ทำได้ เราก็คิดแบบนั้น แต่เมื่อเราเดิน ๆ เริ่มห่างจากบ้านมากขึ้นมากขึ้น ใจมันก็สั่น มองไปรอบ ๆ ทุกอย่างมันเป็นสิ่งเราคุ้นเคยดีนะ แต่เรากลับรู้สึกกังวลอย่างไม่มีสาเหตุ พอเรามองไปข้างอรกก็เห็นหมามาเดินอยู่บนถนนอยู่ 2-3 ตัว มันใช่ภาพที่แปลกอะไรเลย แต่นั่นกลับทำให้เรากลัวว่าจะโดนรุมกัด ทั้งที่พวกมันยังไม่เห็นเราเลยด้วยซ้ำหรือต่อให้โดนไล่จริงเราก็คิดว่าจะหาอะไรมาไล่พวกมันไปได้นะ แต่ตอนนั้นด้วยความเครียดความกังวลเราเลยหันหลังและกลับบ้านเลย และไม่นานความรู้สึกแย่ ๆทั้งหลายก็ค่อย ๆดีขึ้นจนเป็นปกติ
เราเลยอยากถามกับทุกคนว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันคืออาการ Burn Out ใช่หรือเปล่า หรือเรากำลังเป็นอะไรอยู่กันแน่คะ แล้วเราต้องทำยังไงดี
ปล. เรามีการบ่นว่าอยากตายหรืออยากฆตต.อยู่หลายครั้งแบบอยู่ ๆก็พูดขึ้นมา เป็นแค่ตอนที่อยู่คนเดียว แต่เราก็ยังรู้ดีว่าไม่ได้อยากทำจริง ๆ มันเป็นทุกครั้งเลย ตอนที่เรื่องในอดีตที่เราอับอาย สิ่งเราอยากลืมมันผุดขึ้นมาในหัว ไม่รู้คิดไปเองไหมว่าพวกมันกำลังตามหลอกหลอนเรา และบางทีพอคิดถึงเรื่องแย่ ๆที่เรามโนว่ามีนจะเกิดขึ้นก็ทำให้เราร้องไห้ออกมา ร้องหนักจนเราไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองเป็นขนาดนี้