ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ

ก่อนอื่นใด เจ้าของกระทู้ไม่เคยคิดเลยว่าเกิดมาจนอายุปูนนี้จะต้องมาตั้งคำถามแบบนี้ค่ะ หากมีสิ่งใดทำผิดพลาดหรือแท็กห้องอัตโนมัติผิดไปกราบขออภัยเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่ต้องนี้ด้วยนะคะ (แนะนำได้ แต่อย่าแรงมากนะคะ พอดีเป็นคนคิดมากค่ะ)

เหตุเกิดมีอยู่ว่าเจ้าของกระทู้คบกับแฟนอายุ 39 ปีเท่ากันค่ะ คบกันมาได้นาน 18 ปีแล้วยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่เป็นการอยู่กินฉันสามีภรรยากันค่ะ ชีวิตการทำงานของแฟนที่ผ่านมาไม่เคยทำงานบริษัทมาก่อน จะเป็นการทำงานในลักษณะช่วยญาติมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ญาติเปิดร้านมือถือ จะเป็นงานเฝ้าร้านมือถือหรือคนรู้จักเปิดร้านขายแก๊สก็จะเป็นคนช่วยวางเช็คและเก็บเช็คให้ประมาณนี้ค่ะ เขาย้ายมาอยู่กับจขก.ที่ต่างจังหวัดค่ะ แรกๆ ที่คบกันทะเลาะกันบ่อยมากค่ะ เพราะเขาอยากกลับไปหาเพื่อน อยากกลับนั่งเล่นเกมส์กับเพื่อน เขาแอบกลับไปโทรหาแฟนเก่า ไปขอโทษเพียงเพราะแฟนเก่าอยู่ในกลุ่มเพื่อนด้วยค่ะ ยอมรับว่าที่ผ่านมาคิดมากและทะเลาะกันเรื่องแฟนเก่าของเขาอยู่บ่อยครั้งค่ะ เพราะความน้อยใจที่ว่าทำไมต้องแอบกลับไปคุยกัน เขาก็อ้างว่าเพราะในตอนนั้นเขาเลิกกับเราแล้ว (เลิกยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงค่ะ) จขก.แอบน้อยใจมาตลอดว่าตอนที่เขาคบกับคนอื่นเห็นผู้หญิงมีมือถือเก่าแล้วรีบจัดชุดใหญ่ให้ทันที วันเกิดเค้กของขวัญไม่เคยขาด มาคบกับจขก.ไม่เคยได้รับอะไรเลยสักอย่าง (ไม่ใช่หน้าเงินหรืออยากได้ของอะไรนะคะ แต่อยากได้รับความรู้สึกพิเศษบ้างในวันต่างๆ ค่ะ) แม้แต่คำชมก็ไม่มีเลยสักครั้ง แต่ด้วยความที่อยู่กันมานานหลายปีผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ผ่านความยากลำบากด้วยกันมาก็หลายเรื่องทำให้จขก.มองข้ามผ่านเรื่องต่างๆ ในสิ่งไม่เคยได้รับมาก่อนได้ค่ะ

จนมากระทั่งวันหนึ่งเราทั้ง 2 คนย้ายไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งด้วยกัน แต่จขก.ลาออกมาก่อนและมาทำงานอีกที่หนึ่ง (ทั้ง 2 ที่มีการทำงานที่เป็นการทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ) ปีที่แล้วช่วงปลายปี 2568 เรามีเรื่องทะเลาะกันเหตุเกิดจากความน้อยใจที่จขก.ไม่เคยได้รับของขวัญอะไรเลยค่ะ จขก.ทำงานผ่านมือถือเป็นส่วนใหญ่ มือถือที่ใช้อยู่ก็จะพังแหล่ไม่พังแหล่ด้วยความงี่เง่าจขก.ก็ยอมรับว่าผิดที่มีคำพูดออกไปว่าทำไมทีกับคนอื่นให้ได้ทุกอย่าง เพราะจขก.ไม่สวยก็เลยไม่อยากทำอะไรดีๆ ให้เลยเหรอ เพราะมีครั้งหนึ่งจขก.บอกว่าอยากไปซื้อลิปเพราะปากคล้ำ อยากลองแต่งหน้าดูบ้างอยากสวยให้แฟนดู ปกติ จขก.เป็นคนไม่แต่งหน้าค่ะ แต่เขาบอกว่าทำไมต้องแต่งทำไมต้องทาปาก แฟนเก่าคนที่เขาแอบกลับไปคุยยังปากอมชมพูได้โดยไม่เห็นต้องแต่งหน้าอะไรเลย ความเจ็บตรงนี้มันฝังอยู่กลางอกค่ะ พอทะเลาะกันก็ยาวไปหลายเรื่องเลยค่ะ เรื่องบนเตียงที่เขาไม่เคยทำให้ถึงจุดหมายได้เลย กลับกลายเป็นจขก.โดนหาว่ามักมาก ทั้งที่ปกติเดือนละ 2 ครั้ง แต่ที่ทะเลาะกันล่าสุด คือ เขาไม่มีอะไรกับจขก.เลยนาน 6 เดือนค่ะ เขาไม่อยากทำอะไรให้จขก.กระทู้อีกแล้ว เขาหมดรักจขก.แล้วไม่มีความพิศวาสในเรื่องอย่างนั้นแล้วค่ะ  สุดท้ายเขาขอจบที่คำว่าเขาอยากอยู่คนเดียว เขาไม่อยากทำอะไรเพื่อจขก.แล้วค่ะ จขก.ก็เลยบอกว่าเอาแบบนี้ให้เขาอยู่บ้านคนเดียวลองดูก่อน ถ้าเขาสบายใจที่จะอยู่คนเดียวเราจะถอยออกมาเอง จขก.โกหกว่ากลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไม่อยากให้เขาเป็นห่วงค่ะ จริงๆ คือ แอบไปขอนอนบ้านเพื่อนบ้างพักตามที่พักคนเดียวบ้างอยู่ประมาณ 5 วันค่ะ พอกลับไปถึงบ้านเขาก็บอกว่าเขาจะย้ายออกจากบ้านเขาสบายใจที่จะอยู่คนเดียวค่ะ โดยเนื้องานที่เขาทำเป็นงานที่ค่อนข้างเครียดมาก จขก.จึงคิดว่าหรือเขาจะเป็นโรคซึมเศร้าไหมก็รีบนัดจิตแพทย์เข้าพบ แต่คำที่ได้ยินเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดค่ะ (แอบได้ยินนะคะ เพราะเสียงดังทะลุออกมาจากในห้องตรวจค่ะ) เขาบอกว่าเราบ้างานเกินไป แบกงานไว้หมด ทำให้เขารู้สึกอยู่ด้วยไม่ไหว ในความเป็นจริงคือ ก็ยอมรับว่าช่วงนั้นงานค่อนข้างโหลดค่ะ แต่เราก็บอกเขานะคะว่าช่วงนี้งานโหลดหน่อยนะ หาเงินก่อนเพราะหนี้จากบัตรเครดิตที่ใช้ไปจากการเอาไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวก่อนจะมาเป็นพนักงานบริษัทมันค่อนข้างเยอะแล้วไหนตอนที่เราทั้งคู่ตกงานพร้อมกันก็นานอยู่กว่าจะได้งานใหม่ อดทนหน่อยนะไม่กี่เดือนหรอก เพราะเรารู้ว่าเนื้องานจะมีเป็นช่วงๆ ติดกันไม่กี่เดือนที่งานจะโหลด แต่เงินก็จะได้เยอะตามงานที่ทำค่ะ เพราะเรารู้ว่าบ้านโดนฟ้องยึดขายทอดตลาดไปแล้วยังไงก็คงโดนฟ้องล้มละลายตามมา อยากเก็บเงินให้ได้มากๆ จะได้มีเงินไว้สร้างอนาคตร่วมกันค่ะ เขากลับบอกหมอว่าเราไม่มีความชอบอะไรเหมือนกันเลยเขาอยากได้รถกระบะตัวท็อป แต่เราแบกงานหาเงินจะเก็บเงินอย่างเดียว สรุป หมอบอกเขาไม่ได้เป็นซึมเศร้าค่ะ

หลังจากที่รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า เราก็ตื่นแต่เช้าเข้าดูมือถือเขาค่ะ ปกติ ไว้ใจไม่เคยดูเลยค่ะ พบการค้นหาสาวสุราษฎร์ธานี หางานที่สุราษฎร์ธานีเยอะมากๆ ทั้งในกูเกิ้ลและติ๊กต๊อกเลยค่ะ เราก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่ามีน้องเข้ามาในทีมใหม่คุยจีบกันนามสมมติน้องมายมิ้น เขาบอกว่าเคยทักคุยกันแค่ครั้งเดียวไม่มีอะไรค่ะ เราก็เชื่อสนิทใจค่ะ เราก็ไปสืบมาว่าเด็กที่ทำงานเขาอยู่สุราษฎร์เนี่ยมีแฟนกันหมดแล้วนะ หลังจากนั้นเราก็คุยกันว่าจะเดินหน้ากันต่อให้อภัยเพราะเขาคุยแค่ครั้งเดียวจริงๆ จนกระทั่งไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ด่าเราในเชิงทำนองเสียหาย เราจึงเอาให้เขาดู เขาจึงยอมรับออกมาว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้จีบน้องมายมิ้นต์ คนที่เขาจีบคือน้องใบม่อนนามสมมตินะคะ ซึ่งน้องใบม่อนเป็นพี่สาวสนิทกันกับน้องมายมิ้นต์ เราถามว่าแล้วทำไมต้องโกหกให้โอกาสบอกแล้วทำไมถึงเลือกโกหก เขาบอกว่าอาจจะเป็นเพราะเผื่ออยากจะกลับไปคุยกับฝ่ายหญิงอีกมั้ง จากการสืบทราบได้ยินว่าฝ่ายหญิงค่อนข้างหน้าตาดีอายุเด็กกว่าประมาณ 9 ปี แต่งงานแล้วค่ะ เรื่องจริงคือเขาไม่ได้คุยกันแค่ครั้งเดียว เขาคุยกันมาประมาณครึ่งเดือนมีการคุยในลักษณะจีบในเชิงชู้สาว ประมาณว่าสวยและแถมยังมีน้ำใจ อยากไปอยู่ใกล้ๆ ขอเคลียร์อะไรเสร็จก่อนจะย้ายไปอยู่สุราษฎร์ เป็นแสงสว่างในชีวิตที่ทำให้อยากลืมตาตื่นมาทำงานในทุกวัน เขาทำงานช่วยในส่วนของเนื้องานของฝ่ายหญิงด้วยนะคะ เขาปล่อยให้เรารอกินข้าวจนดึกอ้างทำงานไม่เสร็จ จริงๆ คือ เอาเวลางานไปทำงานช่วยฝ่ายหญิงทำให้งานตัวเองไม่เสร็จค่ะ ทั้งที่ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยชมเราแบบนี้เลยสักครั้งค่ะ แต่ด้วยความรักและความโง่เราเลือกจะให้อภัยค่ะ เวลาผ่านล่วง 1 ปี ไม่มีวันไหนที่หลับเต็มตื่นได้เลยค่ะ เราคิดมาก ระแวง จนวันนี้ที่เราโดนฟ้องล้มละลาย โดนศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เราก็ตามเรื่องเงินเดือนว่าจะเข้าวันไหน เงินสำรองไม่เยอะ ปีใหม่ไม่กล้าแพลนจะไปไหน เพราะไม่รู้ว่าจะได้รับเงินค่าเลี้ยงชีพช้าไหม คำพูดที่ได้รับคือ

เขา : คิดเรื่องเงินให้มันน้อยๆ ลงหน่อยได้ไหม วันๆ คิดแต่เรื่องเงิน (ฟังดูเหมือนเราหน้าเงินมากเลยนะคะ ปากท้องต้องกินต้องใช้ค่าน้ำค่าไฟต้องจ่ายจะไม่ให้คิดมากได้ยังไง)
เรา : เค้าก็แค่กลัวว่าเงินสำรองจะไม่พอใช้ กลัวออกช้าเกินไปเงินไม่พอ
เขา : อยากลาออกจากงาน ถ้าจะกินใช้อะไรแค่นี้ จะไปปีใหม่ก็ต้องมานั่งเขียม ไม่ต้องทำงานนี้ ไปหาทำอย่างอื่นก็ได้มั้ง
เรา : เราเข้าใจว่างานมันเหนื่อยมันหนัก แต่ก็เพื่ออนาคตเรานะ ลาออกได้ถ้าตัวเองต้องการแต่หางานใหม่หาที่สำรองไว้ด้วยนะ
เขา : ที่ทำงานนี้ไม่ใช่เพราะออยากทำ แค่อยากหาเงินให้ได้เยอะๆ ก็เราอยากได้เงินไม่ใช่เหรอ
เรา : ที่ผ่านมาเค้าก็เหนื่อย เค้าก็หนักนะ เค้าเคยมีอะไรดีในสายตาตัวเองบ้างไหม ทำไมพูดเหมือนเขาหน้าเงินเลย
เขา : มีทำดีก็เยอะนะ แต่โชคร้ายหน่อยนะ ที่เค้าไม่ได้ต้องการอะไรพวกนั้น การดูแลใส่ใจเรื่องในบ้าน การดูแลเค้าการช่วยหาเงิน ทุกอย่างไม่ใช่สิ่งที่เค้าต้องการ

ความรู้สึกของเราตอนนี้ เรารู้สึกว่าชีวิต 18 ปีที่เสียไป มันสูญเปล่า เราหวังอยากมีใครสักคนที่รักเราอยู่ดูแลกันในยามแก่เฒ่า เราทำทุกอย่างเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ แต่คำชมใดๆ ไม่มีเลยสักครั้ง มีแต่คำว่าไม่ได้ต้องการจากเขา หรือเราทำมากเกินไป หรือเราไม่ดีพอ เราควรจะลองดูอีกสักตั้งหรือควรพอแค่นี้ดีคะ กราบขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำตอบนะคะ ยาวนิดหนึ่งนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่