เรียกช่างศูนย์ Electrolux มาซ่อมเครื่องซักผ้า เสียตรวจ 856 บาท แค่ "เขย่าถัง" แล้วกลับ บอกพังซ่อมไม่คุ้ม?

สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกพันทิป

วันนี้ผมขอมาแชร์ประสบการณ์และขอความเห็นเกี่ยวกับการใช้บริการซ่อมเครื่องซักผ้าจากศูนย์บริการ Electrolux ครับ เผื่อจะเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ที่กำลังเจอปัญหาคล้ายกัน

ที่มาของปัญหา: เครื่องซักผ้าฝาหน้าของผม (รุ่น EWF10932S) ใช้งานมาประมาณ 10 ปี มีอาการเสียงดังผิดปกติและสั่นแรงมากตอนปั่นแห้ง ด้วยความที่ไว้ใจแบรนด์และอยากได้มาตรฐาน จึงตัดสินใจเรียกช่างจากศูนย์บริการโดยตรง

วันที่ช่างเข้ามาตรวจสอบ (จุดที่ทำให้เสียความรู้สึกที่สุด): ขั้นตอนการทำงานของช่างรวดเร็วมากครับ เริ่มจากกดดู Error Code และลองเขย่าถังซักดู จากนั้นก็วินิจฉัยทันทีว่า "แกนถังซักหัก" และแนะนำว่าค่าซ่อมแพงมาก ให้ซื้อใหม่คุ้มกว่า

ผมพยายามแย้งและขอให้ช่างช่วยแกะถังออกมาให้เห็นรอยหักชัดๆ เพื่อความสบายใจ เผื่อจะเสียที่จุดอื่นที่อะไหล่ไม่แพงมาก แต่ช่างปฏิเสธและแจ้งว่า "ถ้าจะรื้อถัง ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม" ช่างทำเพียงแค่เปิดฝาหลังเครื่อง (แผ่นอลูมิเนียม) แล้วชี้ให้ดูคราบฝุ่นที่เกาะอยู่ตรงเบ้าลูกปืน โดยอ้างว่านี่คือหลักฐานว่าเบ้าเสีย และต้องเปลี่ยน "ยกถัง" เท่านั้น ไม่สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้

กลายเป็นว่า เงิน 856 บาทที่ผมจ่ายไป แลกมากับการที่ช่างมา "เขย่าถัง" และ "ชี้คราบฝุ่น" ให้ดู โดยที่ผมไม่เห็นสภาพความเสียหายจริงของแกนถังเลยแม้แต่น้อย รู้สึกเหมือนการตรวจสอบไม่สมเหตุสมผลกับค่าบริการที่เสียไปเลยครับ

การร้องเรียนและการตอบกลับจากศูนย์: ผมรู้สึกว่าไม่ได้รับบริการที่สมเหตุสมผลกับเงินเกือบพันบาท จึงส่งอีเมลไปร้องเรียน เพื่อขอคำชี้แจง ทาง Electrolux ตอบกลับมาสรุปใจความได้ว่า: ช่างทำงานตามมาตรฐานแล้ว ยืนยันว่า ไม่คืนเงิน 856 บาท เพราะเป็นค่าวิชาชีพ

ประเด็นที่ผมติดใจและอยากขอความเห็น:
มาตรฐานการตรวจสอบ: การวินิจฉัยอาการเสียใหญ่ระดับแกนถังหัก โดยแค่ดู Code และเขย่าถัง โดยไม่รื้อให้ลูกค้าเห็น ถือเป็นเรื่องปกติของมาตรฐานศูนย์บริการไหมครับ?

นโยบายการเบิกอะไหล่: ในกรณีที่ช่างอ้างว่า "เบ้าเสีย" เหตุใดทางศูนย์จึงไม่มีนโยบายเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนอะไหล่ที่เสียหาย (เช่น ชุดเบ้าหรือลูกปืน) ซึ่งราคาไม่ได้สูงมาก แต่กลับบังคับให้ลูกค้าต้องเปลี่ยน "ยกถังซัก" ซึ่งมีราคาสูงจนเกือบเท่าเครื่องใหม่? การทำแบบนี้ถือเป็นการ "บีบให้ลูกค้าเลิกซ่อม" เพื่อปิดงานซ่อมที่ยุ่งยาก หรือเพื่อผลักดันยอดขายเครื่องใหม่โดยไม่คำนึงถึงภาระของลูกค้าหรือไม่?

ค่าบริการ 856 บาท: ราคานี้สำหรับค่ารถ+ค่าแรง ผมเข้าใจได้ถ้ามีการตรวจสอบที่ละเอียด ถอดรื้อให้เห็นจุดเสียจริงๆ แต่นี่แค่มาจับๆ โยกๆ ไม่ถึง 20 นาที แล้วเก็บเงิน ผมรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบครับ

ใครเคยเจอเคสแบบนี้บ้างครับ? หรือผมคาดหวังความเป็นมืออาชีพจากศูนย์บริการมากเกินไปเอง?
จากเดิมที่เคยเชื่อมั่นในคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์มาตลอด แต่พอมาเจอมาตรฐานการตรวจเช็คและการประสานงานที่เน้นแต่จะให้ปิดเคสแบบนี้ บอกตรงๆ ว่าเสียความรู้สึกมากครับ และคงต้องขอพักการใช้แบรนด์นี้ยาวๆ เพื่อพิจารณาแบรนด์อื่นที่ให้ความสำคัญกับงานบริการมากกว่านี้แทน
ขอบคุณพื้นที่พันทิปสำหรับการแบ่งปันครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่