
: สยองขวัญจนขนหัวลุก! รีวิว "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" เรื่องจริงสุดโหดของฆาตกรต่อเนื่องที่ทำให้คุณต้องนอนไม่หลับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์เรื่องหนึ่งที่อยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว หรือไม่ก็เห็นผ่านหูผ่านตามาบ้างกับ "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" ครับ บอกเลยว่าถ้าใครเป็นสายชอบดูอะไรที่มันเข้มข้น ดิบ เถื่อน และชวนขนลุก นี่คือเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ ผมดูจบแล้วบอกได้คำเดียวว่า "อึ้ง" และ "หลอน" ไปอีกนานเลยครับ
ผมยอมรับเลยว่าตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่อง ผมก็แอบลังเลนิดๆ ครับ เพราะเป็นแนวฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งปกติผมก็ชอบดูอยู่แล้ว แต่เรื่องของเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ นี่มันเป็นเคสที่โหดร้ายและมีรายละเอียดที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ เลยทีเดียว การจะหยิบยกมาทำเป็นซีรีส์เนี่ย ผมกังวลว่ามันจะทำออกมาได้ถึงแก่นของความน่ากลัว หรือว่าจะกลายเป็นแค่การเล่าเรื่องฆาตกรธรรมดาๆ ที่เน้นความรุนแรงฉาบฉวยหรือเปล่า แต่พอได้ลองดูไปสักพัก ผมต้องยอมรับเลยว่า Netflix ทำออกมาได้ดีเกินคาดครับ
สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดอย่างแรกเลยคือการแสดงของ Evan Peters ครับ เขาเล่นเป็นเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ได้แบบ "ขนลุก" จริงๆ ครับ คือไม่ได้แค่แสดงให้ดูเหมือน แต่เหมือนเขา "กลายเป็น" ดาห์เมอร์ไปแล้วจริงๆ ทั้งท่าทางการพูด การแสดงออกทางสีหน้า แววตาที่ดูว่างเปล่า สับสน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันออกมาได้สมจริงจนน่าขนลุก เขาถ่ายทอดความซับซ้อนของจิตใจของดาห์เมอร์ออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทั้งด้านที่ดูเป็นคนธรรมดา พยายามปรับตัวเข้าสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความดำมืดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนกลายเป็นปีศาจ การแสดงของเขาเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่ากับการดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วครับ
นอกจาก Evan Peters แล้ว นักแสดงคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ ครับ โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบทเป็นพ่อของดาห์เมอร์ และแม่เลี้ยงของเขา คือผมรู้สึกได้ถึงความอึดอัด ความสิ้นหวัง และความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาของครอบครัวที่ค่อยๆ พังทลายลง การเล่าเรื่องที่สลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของดาห์เมอร์ตั้งแต่เด็กๆ ว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายมาเป็นแบบนี้ มันทำให้เราเข้าใจตัวละครได้มากขึ้น แม้ว่าการกระทำของเขาจะน่ารังเกียจและรับไม่ได้ก็ตาม
สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือวิธีการนำเสนอของซีรีส์เรื่องนี้ครับ มันไม่ได้เน้นไปที่ฉากความรุนแรงที่โจ่งแจ้งจนเกินไปนัก แต่จะเน้นไปที่การสร้างบรรยากาศ ความกดดันทางจิตใจ และการค่อยๆ เผยให้เห็นความดำมืดของตัวดาห์เมอร์ออกมาทีละนิดๆ ทำให้ผู้ชมค่อยๆ ถูกดึงเข้าไปสู่โลกอันบิดเบี้ยวของเขา การเล่าเรื่องในมุมมองของเหยื่อบางคนก็ทำได้ดีครับ ทำให้เราเห็นภาพผลกระทบที่น่าเศร้าของฆาตกรคนนี้ต่อครอบครัวและคนรอบข้าง มันไม่ใช่แค่เรื่องราวของฆาตกร แต่เป็นโศกนาฏกรรมของหลายชีวิตที่ต้องจบลงอย่างน่าสลด
แต่ต้องเตือนไว้ก่อนนะครับว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนนะครับ คือมันมีฉากที่ค่อนข้างรุนแรงและสะเทือนใจอยู่พอสมควร อาจจะมีบางฉากที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจได้ ถ้าใครเป็นคนขี้ตกใจ หรือไม่ชอบดูอะไรที่โหดร้ายมากๆ อาจจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนดูครับ แต่ถ้าคุณสามารถทนรับชมฉากเหล่านี้ได้ ผมคิดว่าคุณจะได้เห็นภาพที่น่ากลัวและสะเทือนใจของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในโลกของเราจริงๆ
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากๆ คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบต่างๆ ที่ล้มเหลวในการหยุดยั้งดาห์เมอร์ครับ ซีรีส์ได้นำเสนอให้เห็นถึงความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การละเลยความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น และการที่เหยื่อบางส่วนถูกมองข้ามหรือไม่มีใครเชื่อ ทำให้ดาห์เมอร์สามารถก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้นานขนาดนั้น มันทำให้เรารู้สึกโกรธและหงุดหงิดไปกับความล้มเหลวของระบบที่ควรจะปกป้องประชาชน แต่กลับทำไม่ได้
โดยรวมแล้ว "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" เป็นซีรีส์ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทั้งในแง่ของการแสดง การกำกับ การเล่าเรื่อง และการสร้างบรรยากาศ มันเป็นซีรีส์ที่ทำให้เราได้คิด ได้ตั้งคำถาม และได้เห็นถึงความดำมืดของจิตใจมนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัว มันเป็นประสบการณ์การดูที่เข้มข้นและน่าจดจำมากๆ ครับ
ถ้าให้คะแนน ผมให้เรื่องนี้ไปเลย 9/10 ครับ หักไป 1 คะแนนเพราะบางช่วงอาจจะรู้สึกอึดอัดกับความโหดร้ายของเนื้อหาไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นซีรีส์ที่ทรงพลังและน่าประทับใจมากๆ ครับ ใครที่ชอบแนวนี้ อยากให้ลองหามาดูกันนะครับ แล้วมาคุยกันได้เลยว่ารู้สึกยังไงบ้างครับ ผมรับรองว่าดูจบแล้วคุณจะไม่มีวันลืมเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ คนนี้ไปง่ายๆ แน่นอนครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าครับ
สยองขวัญจนขนหัวลุก! รีวิว "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" เรื่องจริงสุดโหดของฆาตกรต่อเนื่องที่ทำให้คุณต้องน
: สยองขวัญจนขนหัวลุก! รีวิว "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" เรื่องจริงสุดโหดของฆาตกรต่อเนื่องที่ทำให้คุณต้องนอนไม่หลับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์เรื่องหนึ่งที่อยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว หรือไม่ก็เห็นผ่านหูผ่านตามาบ้างกับ "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" ครับ บอกเลยว่าถ้าใครเป็นสายชอบดูอะไรที่มันเข้มข้น ดิบ เถื่อน และชวนขนลุก นี่คือเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ ผมดูจบแล้วบอกได้คำเดียวว่า "อึ้ง" และ "หลอน" ไปอีกนานเลยครับ
ผมยอมรับเลยว่าตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่อง ผมก็แอบลังเลนิดๆ ครับ เพราะเป็นแนวฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งปกติผมก็ชอบดูอยู่แล้ว แต่เรื่องของเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ นี่มันเป็นเคสที่โหดร้ายและมีรายละเอียดที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ เลยทีเดียว การจะหยิบยกมาทำเป็นซีรีส์เนี่ย ผมกังวลว่ามันจะทำออกมาได้ถึงแก่นของความน่ากลัว หรือว่าจะกลายเป็นแค่การเล่าเรื่องฆาตกรธรรมดาๆ ที่เน้นความรุนแรงฉาบฉวยหรือเปล่า แต่พอได้ลองดูไปสักพัก ผมต้องยอมรับเลยว่า Netflix ทำออกมาได้ดีเกินคาดครับ
สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดอย่างแรกเลยคือการแสดงของ Evan Peters ครับ เขาเล่นเป็นเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ได้แบบ "ขนลุก" จริงๆ ครับ คือไม่ได้แค่แสดงให้ดูเหมือน แต่เหมือนเขา "กลายเป็น" ดาห์เมอร์ไปแล้วจริงๆ ทั้งท่าทางการพูด การแสดงออกทางสีหน้า แววตาที่ดูว่างเปล่า สับสน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันออกมาได้สมจริงจนน่าขนลุก เขาถ่ายทอดความซับซ้อนของจิตใจของดาห์เมอร์ออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทั้งด้านที่ดูเป็นคนธรรมดา พยายามปรับตัวเข้าสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความดำมืดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนกลายเป็นปีศาจ การแสดงของเขาเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่ากับการดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วครับ
นอกจาก Evan Peters แล้ว นักแสดงคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ ครับ โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบทเป็นพ่อของดาห์เมอร์ และแม่เลี้ยงของเขา คือผมรู้สึกได้ถึงความอึดอัด ความสิ้นหวัง และความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาของครอบครัวที่ค่อยๆ พังทลายลง การเล่าเรื่องที่สลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของดาห์เมอร์ตั้งแต่เด็กๆ ว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายมาเป็นแบบนี้ มันทำให้เราเข้าใจตัวละครได้มากขึ้น แม้ว่าการกระทำของเขาจะน่ารังเกียจและรับไม่ได้ก็ตาม
สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือวิธีการนำเสนอของซีรีส์เรื่องนี้ครับ มันไม่ได้เน้นไปที่ฉากความรุนแรงที่โจ่งแจ้งจนเกินไปนัก แต่จะเน้นไปที่การสร้างบรรยากาศ ความกดดันทางจิตใจ และการค่อยๆ เผยให้เห็นความดำมืดของตัวดาห์เมอร์ออกมาทีละนิดๆ ทำให้ผู้ชมค่อยๆ ถูกดึงเข้าไปสู่โลกอันบิดเบี้ยวของเขา การเล่าเรื่องในมุมมองของเหยื่อบางคนก็ทำได้ดีครับ ทำให้เราเห็นภาพผลกระทบที่น่าเศร้าของฆาตกรคนนี้ต่อครอบครัวและคนรอบข้าง มันไม่ใช่แค่เรื่องราวของฆาตกร แต่เป็นโศกนาฏกรรมของหลายชีวิตที่ต้องจบลงอย่างน่าสลด
แต่ต้องเตือนไว้ก่อนนะครับว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนนะครับ คือมันมีฉากที่ค่อนข้างรุนแรงและสะเทือนใจอยู่พอสมควร อาจจะมีบางฉากที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจได้ ถ้าใครเป็นคนขี้ตกใจ หรือไม่ชอบดูอะไรที่โหดร้ายมากๆ อาจจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนดูครับ แต่ถ้าคุณสามารถทนรับชมฉากเหล่านี้ได้ ผมคิดว่าคุณจะได้เห็นภาพที่น่ากลัวและสะเทือนใจของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในโลกของเราจริงๆ
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากๆ คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบต่างๆ ที่ล้มเหลวในการหยุดยั้งดาห์เมอร์ครับ ซีรีส์ได้นำเสนอให้เห็นถึงความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การละเลยความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น และการที่เหยื่อบางส่วนถูกมองข้ามหรือไม่มีใครเชื่อ ทำให้ดาห์เมอร์สามารถก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้นานขนาดนั้น มันทำให้เรารู้สึกโกรธและหงุดหงิดไปกับความล้มเหลวของระบบที่ควรจะปกป้องประชาชน แต่กลับทำไม่ได้
โดยรวมแล้ว "Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story" เป็นซีรีส์ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทั้งในแง่ของการแสดง การกำกับ การเล่าเรื่อง และการสร้างบรรยากาศ มันเป็นซีรีส์ที่ทำให้เราได้คิด ได้ตั้งคำถาม และได้เห็นถึงความดำมืดของจิตใจมนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัว มันเป็นประสบการณ์การดูที่เข้มข้นและน่าจดจำมากๆ ครับ
ถ้าให้คะแนน ผมให้เรื่องนี้ไปเลย 9/10 ครับ หักไป 1 คะแนนเพราะบางช่วงอาจจะรู้สึกอึดอัดกับความโหดร้ายของเนื้อหาไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นซีรีส์ที่ทรงพลังและน่าประทับใจมากๆ ครับ ใครที่ชอบแนวนี้ อยากให้ลองหามาดูกันนะครับ แล้วมาคุยกันได้เลยว่ารู้สึกยังไงบ้างครับ ผมรับรองว่าดูจบแล้วคุณจะไม่มีวันลืมเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ คนนี้ไปง่ายๆ แน่นอนครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าครับ