มีโต๊ะขนาดกลางตัวหนึ่ง มันถูกย้ายจากที่เดิม มาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก พอจะวางของได้หลายอย่าง
พอจะเป็นที่พักของสิ่งที่จำเป็นในชีวิต ตอนแรก ของที่ถูกนำมาวางมีไม่มาก หยิบเข้า หยิบออก สลับกันไปตามวันเวลา
ทุกอย่างยังอยู่ในระดับที่โต๊ะรับไหว ไม่มีอะไรดูหนักเกินไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ของเริ่มเพิ่มขึ้นทีละชิ้น บางชิ้นถูกวางไว้ชั่วคราว บางชิ้นอยู่ยาวโดยไม่มีใครบอกว่าเมื่อไรจะถูกยกออก
จนของเริ่มซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ และโต๊ะก็เริ่มรู้สึกถึงน้ำหนักที่มากขึ้นทุกวัน ในบ้านหลังนั้น ยังมีโต๊ะอีกตัวหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ ขนาดเล็กกว่า
ถูกใช้ช่วยแบ่งของบางส่วนไปวาง เพื่อให้โต๊ะตัวแรกยังพอรับไหว ไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพัง แต่ถึงอย่างนั้น
กาลเวลาก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน โต๊ะเริ่มมีรอยเสื่อม ทั้งที่ของยังถูกนำมาวางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งไม่ได้แบ่งไปโต๊ะข้าง ๆ
ของบางชิ้นจึงหล่นลงไป โดยไม่มีใครตั้งใจ
จนถึงวันที่โต๊ะตัวนั้นรู้ตัวว่า มันรับต่อไปไม่ไหวจริง ๆ
มันถูกย้ายกลับไปยังที่เดิม ที่ซึ่งมันเคยอยู่มาก่อน ที่ซึ่งไม่ต้องแบกทุกอย่างพร้อมกัน ของที่เคยวางซ้อนกันเป็นชั้น
แทบไม่เหลืออยู่ เหลือเพียงของจำเป็น ของเล็กน้อย ของที่ไม่เร่งรัดให้ต้องรับไว้ตลอดเวลา
ในบ้านหลังนี้ ยังมีโต๊ะตัวใหญ่กว่าคอยรับของหนักแทนในหลาย ๆ วัน
มีมือที่คุ้นเคยคอยจัดวาง มีจังหวะชีวิตที่คอยหมุนไปพร้อมกัน ไม่เร็ว ไม่ช้าเกินไป
ถึงอย่างนั้น โต๊ะขนาดกลางตัวนี้
ก็ยังไม่เคยปฏิเสธการรับของ ถ้ามันรู้ว่าน้ำหนักนั้นยังอยู่ในขีดที่พอไหว
เพราะมันรู้ดีว่า โต๊ะทุกตัวต่างก็มีหน้าที่
และทุกหน้าที่ควรอยู่ในขอบเขตที่ไม่ทำให้ใครพังลงก่อนเวลา
บางที การอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง อาจไม่ใช่การรับทุกอย่างไว้ให้หมด แต่คือการรู้ว่า
อะไรควรวาง อะไรควรแบ่ง และอะไรควรปล่อยไป เพื่อให้โต๊ะยังอยู่ และบ้านยังเป็นบ้านได้ในทุกวัน
น้ำหนักที่โต๊ะรับไหว