.
.
อนุสรณ์ ธรรมใจ ลั่นถึงเวลาอาสาทำงานการเมือง เผยเหตุลงสมัคร ส.ส.เขต เพราะอยากสัมผัสปัญหาประชาชน มอง ปชน.คือพรรคความหวัง
.
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่อาคารอนาคตใหม่ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักวิชาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา พรรคประชาชน เปิดเผยถึงเหตุผลที่ลงสมัคร ส.ส.ว่า ตนเองเกี่ยวข้องการเมืองมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้นำนักศึกษาเมื่อ 30 ปีก่อน ผลักดันทั้งเรื่องประกันสังคม รณรงค์นายกฯ มาจากการเลือกตั้ง และกฎหมายสิ่งแวดล้อม จึงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประเทศและสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทฐานะอะไร ทั้งผู้บริหารสถาบันการเงิน ภาคเอกชน หรือมหาวิทยาลัย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมประกอบกับประเทศเจอวิกฤตการณ์หลายเรื่อง ถึงเวลาที่ต้องอาสาเข้ามาทำงานการเมืองแล้ว
.
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.เขต ทั้งที่หลายคนมองว่าเหมาะกับการลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า หลายคนมองว่าหากลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะสามารถทำงานด้านนโยบายได้มากขึ้น แต่การเป็น ส.ส.เขตมีข้อดี เพราะทำให้เราได้สัมผัสปัญหาของประชาชนจริง ๆ เริ่มต้นทำงานการเมืองจากประชาชนในพื้นที่ ทำให้เรามีความภาคภูมิใจ สามารถเป็นนักการเมืองที่ดีได้ และที่เลือกลงสมัคร ส.ส.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา เพราะตนเองอยู่ในพื้นที่มานานตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยจึงรู้สึกผูกพันกับคนในพื้นที่ อยากทำให้เป็นโมเดลตัวอย่างของการ เป็น ส.ส.เขต เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมทางการเมือง เลือก ส.ส.เขตเพื่อไปทำหน้าที่ในระดับประเทศ ออกกฏหมาย และตรวจสอบนโยบายต่าง ๆ ทำให้ประชาธิปไตยไทยเข้มแข็ง
.
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคคประชาชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ร่วมงานกับหลายพรรคการเมือง รวมถึงกลุ่ม CARE รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการชักชวนให้ไปทำงานร่วมกับฝ่ายการเมืองอยู่เป็นระยะ แต่ไม่ได้ลงการเมืองแบบเต็มที่ เพราะยังไม่เห็นว่ามีพรรคการเมืองไหนที่จะเป็นสถาบันการเมืองและความหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง พรรคประชาชนมีความชัดเจนที่จะพัฒนาไปเป็นพรรคการเมืองของมวลชน ซึ่งที่ผ่านมามักจะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานกับพรรคการเมืองในฐานะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ จึงไปเสนอความเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ บางกลุ่มก็นำชื่อเราไปมากกว่า แต่ไม่ได้ไปมีบทบาทเท่าไร การเมืองบางทีเป็นเรื่องของการบริหารภาพลักษณ์
.
ส่วนความผันผวนทางการเมือง เนื่องจากขณะนี้มีหลายขั้ว จะสร้างแต้มต่อให้กับพรรคประชาชนอย่างไรนั้น รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่าประชาชนต้องพยายามเลือกตั้งให้มีความชัดเจน เพราะเราต้องการรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ ประชาชนต้องเลือกให้ชัดว่าต้องการพรรคการเมืองขั้วไหนมาบริหารประเทศ ถ้าไม่เลือกมากพอ โดยเฉพาะพรรคประชาชนก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้จะต้องเลือกให้เกินครึ่ง โครงสร้างการเมืองไทยไม่เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่ว่าเสียงของประชาชนจะต้องเป็นไปตามนั้น มีอำนาจนอกเหนือจากอำนาจของประชาชนเข้ามาแทรกแซงได้ตลอด หากต้องการรัฐบาลพรรคเดียวที่เป็นความหวังของประเทศจะต้องเลือกพรรคประชาชนให้เด็ดขาด
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ ยังกล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่เขตทวีวัฒนา ตนเล็งว่าอยากให้มีการพัฒนาเรื่องการรักษาพยาบาล ให้คนในพื้นที่ไม่ต้องไปต่อคิวนาน ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา เทียบกับกรุงเทพฯ เขตอื่น สิ่งแวดล้อมถือว่าดีพอสมควร แต่ควรจะดีกว่านี้ ทำไมเราจะต้องมาสูดมลพิษ PM 2.5 ควรจะมีคุณภาพอากาศที่ดีกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของชีวิต รวมถึงเรื่องการขนส่งคมนาคม เนื่องจากในบางพื้นที่เหมือนต่างจังหวัด ไม่สามารถเข้าถึงขนส่งระบบสาธารณะที่เพียงพอและราคาถูก การเดินทางลำบาก เรื่องน้ำประปาก็ต้องทำให้มีคุณภาพด้วย
.
.
พรรคประชาชน สวนกลับอนุทิน หาเป็นฝ่ายค้ำ งัดภาพปี 67 โต้กล่าวหาโกหก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5505161
.
พรรคประชาชน สวนกลับอนุทิน หาเป็นฝ่ายค้ำ งัดภาพปี 67 โต้กล่าวหาโกหก
.
เมื่อวันที่15 ธันวาคม ที่ทำการพรรคประชาชน นาย
ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ตนมีเรื่องคาใจมาโดยตลอดการเป็น สส. เนื่องจาก ช่วงอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ตนได้อภิปรายพาดพิงถึง นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสส.กระบี่ ซึ่งเป็นการอภิปรายในเชิงข้อเท็จจริง ว่าตนได้เคยเจอนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ขอให้ช่วยเหลือเรื่องงบประมาณดูแลเรื่องสาธารณสุขในจังหวัดกระบี่ ปรากฏว่านายกรัฐมนตรียกทีมทั้งพรรคภูมิใจไทยไปแถลงข่าวที่สภาว่าไม่รู้จักตน แต่บังเอิญว่าวันนั้นตอนยังไม่เจอภาพวันนี้เจอแล้ว
.
นาย
ประเสริฐพงษ์ จึงได้แสดงภาพให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมระบุว่า ภาพนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าตนได้เจอกับนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในยุคนั้นจริง ซึ่งมีพยานคือ นาย
สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีตสส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงอดีตสส.ภูเก็ต
.
”
วันนั้นผมได้บอกว่ามีปัญหาเรื่องสาธารณสุขที่กระบี่อยากให้ท่านช่วยไปดูแลหน่อย ท่านก็บอกว่าให้ผมไปเขียนเอกสารเลย ผมเป็นข้าราชการเก่าร่างหนังสือแป๊บเดียว ร่างเดี๋ยวนั้นเลยแล้วเอาไปยื่นให้ท่าน แสดงว่าคำแถลงข่าวเมื่อปี 2567 ที่ถล่มผมเหมือนกับผมโกหกจริง ๆ แล้วคนที่โกหกปลิ้นปล้อนไม่ใช่ผมแน่ ๆ ในอดีตที่ผ่านมาผมเองโดนด่าว่าเป็นกุ๊ย เพราะตอนที่ผมเปิดเทปงูเห่าในยุคนั้น คุณอนุทินก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่าคนที่เปิดเทปเป็นกุ๊ย ผมยืนยันว่าไม่ใช่กุ๊ย ผมตรงไปตรงมาชัดเจน ในเมื่อมันคาใจหมดสมัยไปแล้วจึงอยากมาสื่อสาร กล่าวหาว่าเป็นกุ๊ยผมยอมรับไม่ได้จริง ๆ ” นาย
ประเสริฐพงษ์กล่าว
.
นาย
ประเสริฐพงษ์ ยังกล่าวว่า หากในอนาคตเป็นแบบนี้พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจได้ ซึ่งตนจะรอว่ามีการโต้ตอบอย่างไรกับภาพที่ตนออกมาโชว์ในวันนี้
.
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีระบุว่าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้ำ นาย
ประเสริฐพงษ์ หัวเราะแล้วย้อนถามว่า
“ค้ำคอมั้งครับ” ค้ำแบบว่าระวังว่าจะทำอะไรผิด คำพูดบางอย่างแบบนี้ทำให้ตนนึกถึงอดีต แบบที่เคยกล่าวหาพวกเรา คำพูดที่ออกจากปากระดับผู้นำแบบนี้ ทำให้สถานการณ์ชายแดนบานปลาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่สนใจนาย
โดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่สนใจการเจรจาเลยคำพูดผู้นำแบบนี้ใช้ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนรับไม่ได้อยู่แล้ว คนที่เป็นผู้นำหรือผู้แทนประชาชน จะต้องตรงไปตรงมาน่าเชื่อถือไม่ตลบตะแลง ทั้งนี้หลังจากการโหวตนาย
อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีตนไม่เคยพูดคุยกับนาย
อนุทิน เคยแค่รับไหว้หนึ่งครั้ง
.
นาย
ประเสริฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ขอฝากประชาชนหากอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ขอให้ลงคะแนนให้กับพรรคประชาชน เราจะได้เปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน ตนเชื่อมั่นในผู้นำของเราแนวทางของพรรคที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
.
ส่วนที่นาย
อนุทินกล่าวว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมมากที่สุด นาย
ประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า ท่านก็คงมั่นใจของท่านแต่พวกตนพร้อมมานานแล้วถึงกล้าท้าทายให้ยุบสภา
.
นาย
ประเสริฐพงษ์ กล่าวต่อถึงประเด็นที่ชาวประมงพื้นบ้าน ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เรียกร้องขอให้รัฐบาลยุติการไล่รื้อถอนพื้นที่ของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งรัฐบาลใช้ทีเผลอ แม้จะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.68 แต่ปัจจุบันชาวบ้านถูกคำสั่งไล่รื้อถอน ถูกข่มขู่ว่าจะไปฟ้องศาลกลายเป็นว่าชาวบ้านจะถูกดำเนินคดี จึงขอสะท้อนเรื่องนี้ไปยังฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา อธิการบดีบดีกรมเจ้าท่า และเจ้าท่าส่วนภูมิภาค เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องการเลือกปฏิบัติกับประชาชนคนจน รวมทั้งการไม่ปฏิบัติการคำสั่งสำนักงานนายกรัฐมนตรี
.
ทั้งนี้ตามคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างขั้นตอนการให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้าน และให้ชะลอการยุติไร่รื้อถอนพื้นที่ออกไปก่อน
.
.
อสส. รับคดี ‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’ สั่งยิงระเบิดตกในไทยรอบแรก เป็นคดีนอกราชอาณาจักร
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5505301
.
อสส.รับคดี 2 พ่อลูกตระกูลฮุนฯ สั่งยิงระเบิดตกในไทยรอบเเรกเป็นคดีนอกราชอาณาจักรเเล้ว อธ.อัยการสอบสวน จัดคณะอัยการลงพื้นที่ภาค 3 ร่วมสอบคดี
.
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีเมื่อช่วงวันที่ 24 – 29 กรกฎาคม เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืน และระเบิดตกมายังพื้นที่ 4 จังหวัดชายเเดนในไทย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย เเละบาดเจ็บ 238 ราย ทรัพย์สินเสียหายเกือบร้อยล้านบาท ว่า เรื่องนี้ในส่วนคดีอาญาไม่ได้เงียบเฉย เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดได้พิจารณามีคำสั่งรับคดีที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ยื่นขอให้ดำเนินคดีกับสมเด็จฮุนเซน และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่สั่งการยิงระเบิดจนเป็นเหตุให้คนไทยบาดเจ็บล้มตายไว้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรแล้ว
.
พร้อมกันนี้ อัยการสูงสุดยังมีคำสั่ง ตั้งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นพนักงานสอบสวน และให้อัยการจากสำนักงานการสอบสวนไปร่วมสอบสวนคดี ในส่วนของสำนักงานการสอบสวน ตนได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานโดยตนเองเป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีทีมอัยการสำนักงานสอบสวนรวมทั้งหมด 18 คน อีกทั้งทางอัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งตั้งให้อัยการจังหวัดในพื้นที่ที่เกิดความเสียหายเป็นอัยการเข้าร่วมการสอบสวนด้วย
.
ทั้งนี้ จะมีนัดประชุมกับทีมสอบสวนของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อวางหลักเกณฑ์แนวทางว่า ควรต้องทําอย่างไร โดยคณะจะลงไปในพื้นที่ภาค 3 เอง ซึ่งป.วิอาญา มาตรา 20 ให้อํานาจอัยการร่วมสอบสวน มีอํานาจสั่งการแนะนําในการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งถือว่าในคดีนอกราชอาณาจักรอัยการจะเป็นผู้คุมคดีนี้
.
“จะมีการเข้าไปให้คําแนะนํา และสั่งการในการรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าวางแนวทางเสร็จแล้ว พยานหลักฐานใดที่ทางกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 3 จะสอบสวนเพิ่มเติม มีพยานอะไรอื่นใด ทางทีมงานพร้อมที่จะสอบให้ แต่ถ้าเกิดว่าเหตุจําเป็นเร่งด่วนในกรณีเช่นว่า มีพยานที่จะต้องสอบสวน ก็สามารถมอบอัยการจังหวัดในพื้นที่เกิดเหตุร่วมสอบสวนได้” นายวัชรินทร์ กล่าว
.
นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้คือ ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 3 ซึ่งจะเป็นผู้สรุปสํานวนทําความเห็น ว่าเห็นควรสั่งฟ้องเห็นควรสั่งไม่ฟ้องคดีเสนอท่านอัยการสูงสุดพิจารณาแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งคดีนอกราชอาณาจักรเป็นอำนาจอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาเเล้ว อาจจะสั่งสอบเพิ่มเติม หรืออาจจะเห็นด้วยในพยานหลักฐานที่ชัดเจนทั้งหมด และก็สั่งฟ้องหรืออาจจะสั่งไม่ฟ้อง ส่วนนี้เป็นดุลพินิจของอัยการสูงสุด
JJNY : มอง ปชน.คือพรรคความหวัง│ปชน.สวนกลับอนุทิน│อสส. รับคดี ‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’│กัมพูชาจ้างบ.อเมริกันช่วยทำสงครามข้อมูล
https://www.matichon.co.th/politics/news_5505161
.
พรรคประชาชน สวนกลับอนุทิน หาเป็นฝ่ายค้ำ งัดภาพปี 67 โต้กล่าวหาโกหก
.
เมื่อวันที่15 ธันวาคม ที่ทำการพรรคประชาชน นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ตนมีเรื่องคาใจมาโดยตลอดการเป็น สส. เนื่องจาก ช่วงอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ตนได้อภิปรายพาดพิงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสส.กระบี่ ซึ่งเป็นการอภิปรายในเชิงข้อเท็จจริง ว่าตนได้เคยเจอนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ขอให้ช่วยเหลือเรื่องงบประมาณดูแลเรื่องสาธารณสุขในจังหวัดกระบี่ ปรากฏว่านายกรัฐมนตรียกทีมทั้งพรรคภูมิใจไทยไปแถลงข่าวที่สภาว่าไม่รู้จักตน แต่บังเอิญว่าวันนั้นตอนยังไม่เจอภาพวันนี้เจอแล้ว
.
นายประเสริฐพงษ์ จึงได้แสดงภาพให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมระบุว่า ภาพนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าตนได้เจอกับนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในยุคนั้นจริง ซึ่งมีพยานคือ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีตสส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงอดีตสส.ภูเก็ต
.
” วันนั้นผมได้บอกว่ามีปัญหาเรื่องสาธารณสุขที่กระบี่อยากให้ท่านช่วยไปดูแลหน่อย ท่านก็บอกว่าให้ผมไปเขียนเอกสารเลย ผมเป็นข้าราชการเก่าร่างหนังสือแป๊บเดียว ร่างเดี๋ยวนั้นเลยแล้วเอาไปยื่นให้ท่าน แสดงว่าคำแถลงข่าวเมื่อปี 2567 ที่ถล่มผมเหมือนกับผมโกหกจริง ๆ แล้วคนที่โกหกปลิ้นปล้อนไม่ใช่ผมแน่ ๆ ในอดีตที่ผ่านมาผมเองโดนด่าว่าเป็นกุ๊ย เพราะตอนที่ผมเปิดเทปงูเห่าในยุคนั้น คุณอนุทินก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่าคนที่เปิดเทปเป็นกุ๊ย ผมยืนยันว่าไม่ใช่กุ๊ย ผมตรงไปตรงมาชัดเจน ในเมื่อมันคาใจหมดสมัยไปแล้วจึงอยากมาสื่อสาร กล่าวหาว่าเป็นกุ๊ยผมยอมรับไม่ได้จริง ๆ ” นายประเสริฐพงษ์กล่าว
.
นายประเสริฐพงษ์ ยังกล่าวว่า หากในอนาคตเป็นแบบนี้พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจได้ ซึ่งตนจะรอว่ามีการโต้ตอบอย่างไรกับภาพที่ตนออกมาโชว์ในวันนี้
.
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีระบุว่าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้ำ นายประเสริฐพงษ์ หัวเราะแล้วย้อนถามว่า “ค้ำคอมั้งครับ” ค้ำแบบว่าระวังว่าจะทำอะไรผิด คำพูดบางอย่างแบบนี้ทำให้ตนนึกถึงอดีต แบบที่เคยกล่าวหาพวกเรา คำพูดที่ออกจากปากระดับผู้นำแบบนี้ ทำให้สถานการณ์ชายแดนบานปลาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่สนใจนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่สนใจการเจรจาเลยคำพูดผู้นำแบบนี้ใช้ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนรับไม่ได้อยู่แล้ว คนที่เป็นผู้นำหรือผู้แทนประชาชน จะต้องตรงไปตรงมาน่าเชื่อถือไม่ตลบตะแลง ทั้งนี้หลังจากการโหวตนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีตนไม่เคยพูดคุยกับนายอนุทิน เคยแค่รับไหว้หนึ่งครั้ง
.
นายประเสริฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ขอฝากประชาชนหากอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ขอให้ลงคะแนนให้กับพรรคประชาชน เราจะได้เปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน ตนเชื่อมั่นในผู้นำของเราแนวทางของพรรคที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
.
ส่วนที่นายอนุทินกล่าวว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมมากที่สุด นายประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า ท่านก็คงมั่นใจของท่านแต่พวกตนพร้อมมานานแล้วถึงกล้าท้าทายให้ยุบสภา
.
นายประเสริฐพงษ์ กล่าวต่อถึงประเด็นที่ชาวประมงพื้นบ้าน ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เรียกร้องขอให้รัฐบาลยุติการไล่รื้อถอนพื้นที่ของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งรัฐบาลใช้ทีเผลอ แม้จะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.68 แต่ปัจจุบันชาวบ้านถูกคำสั่งไล่รื้อถอน ถูกข่มขู่ว่าจะไปฟ้องศาลกลายเป็นว่าชาวบ้านจะถูกดำเนินคดี จึงขอสะท้อนเรื่องนี้ไปยังฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา อธิการบดีบดีกรมเจ้าท่า และเจ้าท่าส่วนภูมิภาค เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องการเลือกปฏิบัติกับประชาชนคนจน รวมทั้งการไม่ปฏิบัติการคำสั่งสำนักงานนายกรัฐมนตรี
.
ทั้งนี้ตามคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างขั้นตอนการให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้าน และให้ชะลอการยุติไร่รื้อถอนพื้นที่ออกไปก่อน
.
.
อสส. รับคดี ‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’ สั่งยิงระเบิดตกในไทยรอบแรก เป็นคดีนอกราชอาณาจักร
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5505301
.