คำว่า "Blockchain" ไม่ใช่แค่เรื่องเก็งกำไรอีกต่อไป เพราะในปี 2025 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ (Wall Street) ได้กระโดดลงมาเล่นในสนามนี้อย่างเต็มตัว โดยมี "Stablecoin" เป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโลกการเงินเก่า (TradFi) เข้ากับเทคโนโลยีใหม่
ทำไมต้องเป็น Stablecoin?
ธนาคารไม่ได้สนใจ Bitcoin ที่ราคาผันผวน แต่พวกเขาสนใจ Stablecoin (เงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์) เพราะมันแก้จุดอ่อนสำคัญของระบบธนาคารเดิมได้ตรงจุด
1. ลดต้นทุนและเวลา การโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบเก่า (SWIFT) ใช้เวลาหลายวันและค่าธรรมเนียมแพง แต่ Stablecoin ทำได้ในไม่กี่วินาที
2. Programmable Money สามารถเขียนโปรแกรมกำกับเงินได้ เช่น ตั้งเงื่อนไขให้เงินถูกโอนหรือใช้งานได้อัตโนมัติเมื่อครบกำหนด
การขยับตัวของ "Big Players"
ธนาคารระดับโลกอย่าง JPMorgan, Citi, Goldman Sachs และ U.S. Bank ไม่ได้แค่นั่งดู แต่กำลังลงมือทำจริง
1. มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้าง Stablecoin กลางสำหรับใช้โอนเงินระหว่างธนาคารและสถาบัน
2. U.S. Bank ได้ทดสอบ Stablecoin มูลค่ามหาศาลเพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยและกฎระเบียบ
3. ยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ Amazon กำลังผลักดันการแปลงสินทรัพย์จริง เช่น พันธบัตร
หุ้น ให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เพื่อให้ซื้อขายได้ง่ายและตลอด 24 ชั่วโมง
สู่ยุค Hybrid Finance
เรากำลังเปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์แบบเดิม (Centralized) ไปสู่รูปแบบผสมผสาน (Hybrid Model) ที่ดึงข้อดีของ Blockchain (เร็ว, โปร่งใส) มาใช้ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของธนาคาร ซึ่งจะทำให้ตลาดนี้เติบโตมหาศาล คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด Stablecoin อาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในไม่ช้า
นี่คือการ "รื้อและสร้างใหม่" (Rebuild) โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลกโดยใช้ Blockchain เป็นรางรถไฟสายใหม่ (Rails) ไม่ใช่เพื่อมาทำลายธนาคาร แต่เพื่อให้ธนาคารและดอลลาร์สหรัฐยังคงรักษาอำนาจและความแข็งแกร่งไว้ได้ในยุคดิจิทัลครับ
Rebuild ระบบการเงินโลก เมื่อ Wall Street เดินเกมรุกบน Blockchain
คำว่า "Blockchain" ไม่ใช่แค่เรื่องเก็งกำไรอีกต่อไป เพราะในปี 2025 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ (Wall Street) ได้กระโดดลงมาเล่นในสนามนี้อย่างเต็มตัว โดยมี "Stablecoin" เป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโลกการเงินเก่า (TradFi) เข้ากับเทคโนโลยีใหม่
ทำไมต้องเป็น Stablecoin?
ธนาคารไม่ได้สนใจ Bitcoin ที่ราคาผันผวน แต่พวกเขาสนใจ Stablecoin (เงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์) เพราะมันแก้จุดอ่อนสำคัญของระบบธนาคารเดิมได้ตรงจุด
1. ลดต้นทุนและเวลา การโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบเก่า (SWIFT) ใช้เวลาหลายวันและค่าธรรมเนียมแพง แต่ Stablecoin ทำได้ในไม่กี่วินาที
2. Programmable Money สามารถเขียนโปรแกรมกำกับเงินได้ เช่น ตั้งเงื่อนไขให้เงินถูกโอนหรือใช้งานได้อัตโนมัติเมื่อครบกำหนด
การขยับตัวของ "Big Players"
ธนาคารระดับโลกอย่าง JPMorgan, Citi, Goldman Sachs และ U.S. Bank ไม่ได้แค่นั่งดู แต่กำลังลงมือทำจริง
1. มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้าง Stablecoin กลางสำหรับใช้โอนเงินระหว่างธนาคารและสถาบัน
2. U.S. Bank ได้ทดสอบ Stablecoin มูลค่ามหาศาลเพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยและกฎระเบียบ
3. ยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ Amazon กำลังผลักดันการแปลงสินทรัพย์จริง เช่น พันธบัตร หุ้น ให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เพื่อให้ซื้อขายได้ง่ายและตลอด 24 ชั่วโมง
สู่ยุค Hybrid Finance
เรากำลังเปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์แบบเดิม (Centralized) ไปสู่รูปแบบผสมผสาน (Hybrid Model) ที่ดึงข้อดีของ Blockchain (เร็ว, โปร่งใส) มาใช้ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของธนาคาร ซึ่งจะทำให้ตลาดนี้เติบโตมหาศาล คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด Stablecoin อาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในไม่ช้า
นี่คือการ "รื้อและสร้างใหม่" (Rebuild) โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลกโดยใช้ Blockchain เป็นรางรถไฟสายใหม่ (Rails) ไม่ใช่เพื่อมาทำลายธนาคาร แต่เพื่อให้ธนาคารและดอลลาร์สหรัฐยังคงรักษาอำนาจและความแข็งแกร่งไว้ได้ในยุคดิจิทัลครับ