ธปท.ดันผุด ‘ตู้ ATM สีขาว’ แบงก์แบะท่าดูจุดคุ้มทุน

ธปท.เล็งออกใบอนุญาตแบงก์ทำ “ตู้ ATM สีขาว” หวังลดต้นทุนบริหารเงินสด คาดเสนอคลังออกไลเซนส์ต้นปี’69 ชี้มีผู้ให้บริการทั้งรายใหม่-เก่าให้ความสนใจ ขณะที่แบงก์ “กสิกรไทย-กรุงเทพ” เชื่อเป็นผลดีเชิงอุตสาหกรรม แต่ต้องดูจุดคุ้มทุน มองธนาคารใหญ่มี Economy of Scale ฟาก “ทีทีบี” ย้ำมี 3-4 ประเด็นที่ต้องตกลงให้ชัดเจน ระบุหากทำตั้งแต่ 4-5 ปีก่อนอาจจะคุ้มกว่า

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในต้นปี 2569 ธปท.จะเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อให้ออกประกาศกำหนดการให้ใบอนุญาตการให้บริการ White-label Smart Machine (WSM) หรือ “ตู้ ATM สีขาว” ซึ่งจะเป็นโครงสร้างกลาง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเอทีเอ็ม และลดต้นทุนของการบริหารเงินสดในระยะยาว โดย ธปท.จะเป็นผู้กำกับดูแลผู้ให้บริการ WSM ภายได้พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน)

นอกจากนี้ ธปท.มีการออกเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่จะให้บริการ เช่น ทุนจดทะเบียน และแผนธุรกิจ (Business Modal) จะต้องเป็นอย่างไรถึงจะสามารถทำธุรกิจรอดได้ โดยปัจจุบันภายหลังจากมีการพูดคุย พบว่ามีผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจจะให้บริการเข้ามาแล้ว ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่าที่ทำอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เห็น “ตู้ ATM สีขาว” ภายในปลายปี 2569 ได้

อย่างไรก็ดี การเปิดให้บริการ “ตู้ ATM สีขาว” จะต้องมีแผนธุรกิจ และสามารถช่วยลดต้นทุนให้ธนาคารได้จริง เพราะธนาคารจะพิจารณาว่าใช้บริการหรือไม่ และสามารถช่วยต้นทุนจะถูกลงหรือไม่ แต่มองว่าต้นทุนในการดำเนินงานภายใต้ “ตู้ ATM สีขาว” น่าจะถูกหากมีการรวมกัน (Consolidate) โดย ธปท.จะดำเนินการไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ให้บริการ

สำหรับในส่วนของค่าธรรมเนียมในการให้บริการ ธปท.ไม่สามารถกำหนดได้ว่าควรจะอยู่เท่าไร แต่ไม่ควรแพงกว่าเดิมในธุรกรรมพื้นฐาน ซึ่งยอมรับว่าอาจจะมีบริการบางอย่างอาจจะชาร์จแพงได้ ซึ่งไม่ใช้บริการฝาก-ถอนปกติ อย่างไรก็ดี ในส่วนของธนาคารอาจจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่วางเครื่องเอทีเอ็ม

และ 2.กลุ่มที่ไม่ได้วางเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งกลุ่มที่วางเครื่องอาจจะกังวล แต่กลุ่มที่ไม่ได้วางเครื่องก็อยากให้บริการลูกค้ามีความสะดวกขึ้น

“เราได้มีการพูดคุยกับคลังและคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) โดยเราจะเป็นผู้พิจารณา และคลังเป็นผู้ให้ไลเซนส์ ซึ่งจะเปิดให้ธนาคารหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินสดที่ไม่ใช่ธนาคารเข้ามาแข่งขันเพื่อพัฒนาบริการ โดย ธปท.จะกำกับดูแลผู้ให้บริการปฏิบัติตามแผนธุรกิจ และบริหารความเสี่ยงตามเกณฑ์ แต่จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับแบงก์ หากแบงก์ที่สนใจรวมตัวกันก็เกิดขึ้นเร็ว”

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “ตู้ ATM สีขาว” ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่แบงก์และ ธปท.พูดคุยมาสักระยะ แม้ว่า ธปท.จะมีการให้ใบอนุญาต แต่ในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารจะต้องพิจารณาเงื่อนไขและต้นทุนที่สามารถประหยัดได้ ทั้งนี้ หากดูแล้วว่าธนาคารสามารถบริหารจัดการได้ต้นทุนที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างบริษัทบริหารจัดการ ธนาคารคงยังบริหารเอง

“ต้องรอดูเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย และช่วยประหยัดต้นทุนได้แค่ไหน ซึ่งเราก็ต้องดูว่าเราบริหารเองกับให้เขาบริหารอันไหนทำได้ถูกกว่ากัน แต่คิดว่าน่าจะอีกสักระยะหนึ่งกว่าจะมีความชัดเจน”

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เป้าหมายของ “ตู้ ATM สีขาว” เข้าใจว่า ธปท.ต้องการลดต้นทุนของระบบ ซึ่งหากพิจารณาธนาคารใหญ่จะมี Economy of Scale อยู่แล้ว มองว่าเป็นเรื่องที่ดีในเชิงอุตสาหกรรม แต่ธนาคารแต่ละแห่งจะมีจุดคุ้มทุนที่แตกต่างกัน อาจจะมีจำนวนธุรกรรมที่คุ้มอยู่แล้ว แต่แนวโน้มทั้งเครื่องเอทีเอ็มและสาขาปรับลดลงอยู่แล้วทั้งระบบ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า “ตู้ ATM สีขาว” เป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันมานาน โดยยังมีบางประเด็นหรือบางจุดที่ยังต้องมีการพูดคุยและตกผลึก เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว ซึ่งจะมีอยู่ 2-3 ประเด็นคือ 1.พื้นที่ (Location) เนื่องจากบางพื้นที่ยังเป็นจุดที่ธนาคารยังมีปริมาณธุรกรรมเยอะ และยังมีรายได้อยู่ หลายธนาคารยังคงหวงแหนอยู่ เช่น จุดแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งประเด็นนี้จะต้องตกลงให้ชัดเจนว่าจะทำพื้นที่ไหน จุดไหน เป็นต้น

2.เครื่องเอทีเอ็มที่เหลือจากการทำเป็น “ตู้ ATM สีขาว” จะดำเนินการอย่างไร บริษัทที่เข้ามาทำระบบกลางจะซื้อคืนหรือไม่ หรือจะดำเนินการอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยให้ชัดเจน และ 3.เทคโนโลยีที่ใช้ของระบบกลางจะต้องปรับระบบให้รองรับฟีเจอร์ของแต่ละธนาคารอย่างไร

เนื่องจากแต่ละธนาคารมีการปรับฟีเจอร์รองรับกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เช่น ภาษาที่ใช้ในเครื่อง หรือฟีเจอร์ยืนยันตัวตน (KYC) หรือบางเครื่องสามารถเสียบบัตรประจำตัวประชาชนได้ ซึ่งระบบตัวกลางสามารถทำฟีเจอร์เหล่านี้ได้หรือไม่

ดังนั้น การพิจารณาจะอยู่ใน 2-3 ประเด็นที่จะต้องมีการพูดคุยให้ชัดเจน เนื่องจากคนดำเนินการ (Operate) จะต้องได้กำไร และคนลงทุนที่ใช้ “ตู้ ATM สีขาว” จะคุ้มจริงหรือไม่ เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนการบริหารจัดการเงินสด และผู้บริโภคเองไม่ควรเสียค่าธรรมเนียมที่แพงมากกว่าเดิม เป็นสิ่งที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ

“เป็นเรื่องที่คุยมานาน และยังมีจุดที่ไม่ลงตัว ซึ่งหากทำในช่วง 4-5 ปีก่อนอาจจะคุ้ม แต่ตอนนี้เริ่มเป็นดิจิทัล หรือใช้คิวอาร์โค้ดมากขึ้น ดังนั้น การเข้าร่วมธนาคารคงต้องดูจุดคุ้มทุน ภายใต้ Transaction ที่ลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็ต้องมาดูเกณฑ์เงื่อนไขอีกทีในการตัดสินใจ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/finance/news-1903534


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่