30 สิงหาคม 2568 บีบีซี รายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ศาลอุทธรณ์เขตอำนาจศาลกลางสหรัฐอเมริกาตัดสินว่า ภาษีศุลกากร ส่วนใหญ่ที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้นั้น "ผิดกฎหมาย" ซึ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางกฎหมายที่อาจพลิกนโยบายต่างประเทศของเขาได้
คำตัดสินนี้ส่งผลต่อภาษีศุลกากรแบบ "ต่างตอบแทน" ซึ่งรัฐบาลทรัมป์บังคับใช้กับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงภาษีศุลกากรอื่นๆ ที่บังคับใช้กับจีน เม็กซิโก และ แคนาดา ศาลอุทธรณ์เขตอำนาจศาลกลางมีคำตัดสินด้วยคะแนน 7 เสียงต่อ 4 เสียง ปฏิเสธข้อโต้แย้งของนายทรัมป์ที่ว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) เนื่องจาก "ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย" คำตัดสินจะไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อให้ฝ่ายบริหารมีเวลาร้องขอต่อศาลฎีกาเพื่อรับพิจารณาคดีนี้

ขณะที่ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินผ่าน Truth Social (ทรูธโซเชียล) ว่า “หากปล่อยให้เป็นไปตามนี้ คำตัดสินจะทำลายสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง วันนี้ศาลอุทธรณ์กล่าวอย่างไม่ถูกต้องว่าควรยกเลิกภาษีศุลกากรของเรา แต่พวกเขารู้ดีว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐอเมริกาจะเป็นฝ่ายชนะ หากภาษีศุลกากรเหล่านี้หายไปมันจะเป็นหายนะสำหรับประเทศชาติอย่างสิ้นเชิง มันจะทำให้เราอ่อนแอทางการเงิน และเราต้องเข้มแข็ง” ทรัมป์ได้ให้เหตุผล ในการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากนานาประเทศภายใต้กฎหมาย IEEPA (ไออีอีพีเอ) ซึ่งให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการดำเนินการกับภัยคุกคามที่ "ผิดปกติและพิเศษ"
พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินทางการค้าแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่า "ความไม่สมดุลทางการค้าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสหรัฐ" แต่ศาลตัดสินว่าการกำหนดภาษีศุลกากรไม่ได้อยู่ในอำนาจของประธานาธิบดีและการกำหนดภาษีศุลกากรเป็น "อำนาจหลักของรัฐสภา" คำพิพากษา 127 หน้าระบุว่ากฎหมาย IEEPA (ไออีอีพีเอ) "ไม่ได้ระบุถึงภาษีศุลกากร (หรือคำพ้องความหมายใดๆ) และไม่มีมาตรการคุ้มครองตามขั้นตอนที่กำหนดขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างชัดเจน"
ดังนั้นศาลจึงตัดสินว่าอำนาจในการกำหนดภาษีและภาษีศุลกากรยังคงเป็นของรัฐสภา และ IEEPA ไม่ได้ลบล้างอำนาจดังกล่าว ศาลยังระบุด้วยว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เมื่อรัฐสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ในปี 2520 มีเจตนาที่จะเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติเดิมและให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างไม่จำกัด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้คดีความ 2 คดี ที่ยื่นฟ้องโดยธุรกิจขนาดเล็กและกลุ่มรัฐต่างๆ ของสหรัฐหลังจากคำสั่งฝ่ายบริหารของนายทรัมป์ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานร้อยละ 10 กับเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันกับหลายสิบประเทศ นายทรัมป์ประกาศให้วันดังกล่าวเป็น "วันปลดปล่อย" ของอเมริกาจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยในเดือน พ.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศในนครนิวยอร์ก ประกาศว่าภาษีศุลกากรนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินดังกล่าวถูกระงับไว้ในกระบวนการอุทธรณ์
นอกจากภาษีศุลกากรดังกล่าวแล้วคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา ยกเลิกภาษีศุลกากรต่อแคนาดา เม็กซิโก และ จีนซึ่งตัวของทรัมป์ ก็ได้โต้แย้งว่าจำเป็นต่อการหยุดยั้งการนำเข้าสารเสพติด อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ไม่ครอบคลุมภาษีศุลกากรอื่นๆ เช่น ภาษีศุลกากรเหล็กและอะลูมิเนียมซึ่งนำเข้าภายใต้อำนาจของประธานาธิบดีที่แตกต่างกัน
ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก FM91 Trafficpro
ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน "ภาษีนำเข้าจากทั่วโลก" ของทรัมป์ ผิดกฎหมาย เหตุไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดี
ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก FM91 Trafficpro