JJNY : ร้านชำโอด ถุงราคาพุ่ง│น้ำมันใกล้แตะ 100 ดอลล์อีกรอบ│ไทยโดนด้วย! รบ.ทรัมป์เปิดสอบ 16 คู่ค้า│เตือน! ตอนบนระวังพายุ

ร้านชำโอด ถุงพลาสติก ราคาพุ่งโลละ 78 บาท ยางวงจ่อคิวขึ้นอีก ค้าส่งอ้าง ขาดวัตถุดิบ-น้ำมันแพง
https://www.matichon.co.th/local/news_5630496
.

.
ร้านชำโอด ถุงพลาสติกขึ้นราคา เป็นโลละ 78 บาท ถุงแกงพุ่งโลละ 105 บาท ยางวงจ่อคิว ดันต้นทุนพุ่งจนต้องลดสต๊อกของขาย ค้าปลีกอ้างขาดวัตถุดิบ-น้ำมันแพง
.
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้วื่อข่าวรายงานว่า นางกนกพร ดีที่สุด หรือ เจ๊ไก่ แม่ค้าขายของชำ อาหารแห้ง ในตลาดบางขุนศรี กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์การจำหน่ายสินค้ากับข่าวสดว่า ขณะนี้ผู้ค้าส่งได้ทยอยแจ้งขอปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการมายังร้านค้า โดยเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายถุงพลาสติกบรรจุอาหาร 24 บาท/ก.ก. โดยปรับ จาก 54 บาท/ก.ก. เป็น 78 บาท/ก.ก. โดยอ้างว่า ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตถุง และมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันแพงจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
.
สำหรับยางวงรัดถุงแกงผู้ค้าส่งก็ แจ้งว่าจะขอปรับขึ้นราคาในสัปดาห์หน้า โดยปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. คือปรับจาก 95 บาท/ก.ก. เป็น 105 บาท/ก.ก. นอกจากนี้ น้ำมันปาล์ม บรรจุถุงขนาด 1 ก.ก. ได้ปรับขึ้นราคาอีก 2 บาท/ก.ก. โดยปรับจาก50 บาท /ถุง เป็น 52 บาท/ถุง
.
ส่วนราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดนั้นผู้ค้าส่งได้แจ้งปรับขึ้นราคา 2 บาท/ขวดทำให้ราคาผู้ค้าส่งปรับเพิ่มขึ้นเป็น 44-45 บาท/ขวด แต่ทางร้านยังไม่ได้มีการปรับราคาจำหน่ายปลีกยังขายในราคา 48 บาท/ขวด เนื่องจากยังมีสต๊อกเก่า แต่หากสต็อกเก่าหมดจะต้องปรับราคาจำหน่ายปลีกเช่นกัน
.
สำหรับสินค้าแก้วน้ำพลาสติกใส่ ที่ใช่ใส่ชา กาแฟ ขณะนี้ทางร้านยังไม่ได้ปรับราคาจำหน่ายปลีก เพราะยังมีสต็อกเก่า แต่หากผู้ค้าส่งแจ้งปรับราคาก็จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายปลีกเช่นกัน
.
ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าสินค้ายังไม่ขึ้นนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะขณะนี้ผู้ค้าส่ง แจ้งปรับขึ้นราคาสินค้ามาแล้วหลายรายการโดยเฉพาะถุงพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก เราก็ต้องปรับราคาขายปลีกตาม หากต้นทุนสินค้าแพงขนาดนี้ เราอาจจะต้องสั่งของเฉพาะที่จำเป็นมาขาย เพราะราคาแพงแบกต้นทุนไม่ไหว โดยเฉพาะถุงบรรจุอาหาร เราก็อาจจะสั่งมาขายเฉพาะไซส์ และขนาดที่คนนิยมใช้ ขายออกง่าย ส่วนที่ขายยากก็จะไม่สั่งเข้ามาขาย เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเก็บสต็อก ไม่งั้นแม่ค้าอย่างเราก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งถุงและยางวงรัดของที่แพงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของร้านค้าจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและข้าวแกงให้ปรับราคาจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป ขณะที่แก้วน้ำพลาสติกอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ด้วย
.
ที่มา ข่าวสด
.
https://www.khaosod.co.th/economics/news_10166862
.

.
น้ำมันใกล้แตะ 100 ดอลล์อีกรอบ หุ้นร่วง หลังอิหร่านถล่มเรือขนส่ง
https://www.matichon.co.th/heading-news/news_5630514
.
น้ำมันใกล้แตะ 100 ดอลล์อีกรอบ หุ้นร่วง หลังอิหร่านถล่มเรือขนส่ง
.
ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลดลงในวันที่ 12 มีนาคม หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีรายงานว่าเรือหลายลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ และในน่านน้ำของอิรัก ซึ่งทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และผลักดันให้ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
.
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 7.5% แตะ 93.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นมากกว่า 4% ในช่วงข้ามคืน ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7.7% มาอยู่ที่ 99.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่เกิดขึ้นไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อต้นสัปดาห์นี้
.
การปรับขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นแม้ว่าจะมีแผนจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดจำนวน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร ขณะที่สหรัฐระบุว่าจะปล่อยน้ำมันสำรอง 172 ล้านบาร์เรลเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน IEA
.
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนโลกให้เตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่อาจพุ่งขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเมื่อวันพุธ มีรายงานว่าเรือ 3 ลำถูกโจมตีในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า กองกำลังของตนได้ยิงใส่เรือในอ่าวเปอร์เซียที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพวกเขา
.
สถานการณ์ดังก่าวส่งผลลบต่อตลาดหุ้น โดยดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น ของ MSCI ปรับตัวลดลง 0.8% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 1.6% เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซในปริมาณมาก
.
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างลดลง 0.8% ขณะที่ในยุโรป สัญญาล่วงหน้าของดัชนี EURO STOXX 50 ลดลง 0.6% และสัญญาล่วงหน้าของดัชนี DAX ของเยอรมนี ลดลง 0.8%
.
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐแสดงให้เห็นว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวแทบไม่มีความหมายมากนัก เนื่องจากสงครามกับอิหร่านได้กระตุ้นให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มเติม
.

.
ไทยโดนด้วย! รบ.ทรัมป์เปิดสอบ 16 คู่ค้า อ้างค้าไม่เป็นธรรม จ่อสอบอีก 60 พัวพันแรงงานบังคับ
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5630484
.
ไทยโดนด้วย! รบ.ทรัมป์งัดม.301 เปิดสอบ 16 คู่ค้า อ้างค้าไม่เป็นธรรม จ่อสอบอีก 60 พัวพันแรงงานบังคับ
.
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการเปิดการสอบสวนการค้าที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรมรอบใหม่ ที่ถูกมองว่าเป็นการดำเนินการเพื่อฟื้นแรงกดดันด้านภาษีศุลกากร หลังจากคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มาตรการภาษีที่ทรัมป์ประกาศบังคับใช้กับทั่วโลกก่อนหน้านี้ ที่ทรัมป์เคยใช้เป็นเครื่องมือหลักในนโยบายการค้าของเขาถูกยกเลิก
.
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐบาลทรัมป์ประกาศเริ่มการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่เกี่ยวกับกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ล้นเกินในประเทศคู่ค้ารายใหญ่ 16 แห่ง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย
.
เจมีสัน เกียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 ซึ่งใช้ตรวจสอบพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาจนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีใหม่กับจีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเม็กซิโก ภายในฤดูร้อนนี้
.
ส่วนคู่ค้าอื่นๆ ที่ถูกสอบสวนในประเด็นดังกล่าวนยังรวมถึง ไต้หวัน เวียดนาม ไทย มาเลเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ อย่างไรก็ดี แคนาดา ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับสองของสหรัฐไม่ได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเป้าหมายของการสอบสวนครั้งใหม่นี้
.
เกรียร์กล่าวว่า การสอบสวนเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ดูเหมือนจะมีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างมากเกินไปในภาคการผลิตหลายสาขา เช่น ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลขนาดใหญ่และต่อเนื่อง หรือมีกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่หรือแทบไม่ได้ใช้งานเลย
.
เกรียร์ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 12 มีนาคม เขาจะเริ่มการสอบสวนอีกคดีหนึ่งภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งมุ่งไปที่การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับเข้าสู่สหรัฐ การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
.
ก่อหน้านี้สหรัฐได้ดำเนินการปราบปรามการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์และสินค้าอื่นๆ จากเขตปกครองซินเจียงของจีนภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานบังคับชาวอุยกูร์ ที่ลงนามโดย อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และการสอบสวนอาจนำไปสู่ขยายมาตรการลักษณะเดียวกันไปยังประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม
.
รายละเอียด 16 คู่ค้าที่สหรัฐเปิดสอบตามม.301 ของกฎหมายการค้าปี 1974
.
เกรียร์กล่าวว่า เขาต้องการให้ประเทศอื่นๆ บังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับในลักษณะเดียวกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายการค้าของสหรัฐ ซึ่งมีมาตั้งแต่เกือบหนึ่งศตวรรษก่อน
.
ผู้แทนการค้าสหรัฐคาดหวังว่า เขาจะสรุปผลการสอบสวนตามมาตรา 301 ทั้งหมด รวมถึงมาตรการตอบโต้ที่เสนอ ก่อนที่ภาษีศุลกากรชั่วคราวที่ทรัมป์ประกาศใช้เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐได้ตัดสินเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่อ้างอำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน
.
เกรียร์กำหนดกรอบเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็วสำหรับการสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกิน โดยจะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะจนถึงวันที่ 15 เมษายน และจะจัดการไต่สวนสาธารณะประมาณวันที่ 5 พฤษภาคม
.
การสอบสวนเหล่านี้เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สามารถสร้าง “ภัยคุกคามด้านภาษี” ที่น่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ต่อคู่ค้า เพื่อกดดันให้พวกเขาเดินหน้าเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าที่เคยทำไว้กับสหรัฐ
.
เกรียร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้ส่งสัญญานล่วงหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนรอบใหม่เหล่านี้แล้ว ดังนั้นคู่ค้าของสหรัฐจึงไม่ควรประหลาดใจ และควรปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้ แม้ว่าเกียร์จะไม่ได้พูดชัดหรือให้การรับรองว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงจะทำให้ประเทศเหล่านั้นได้รับการยกเว้นจากภาษีตามมาตรา 301 ก็ตาม
.
ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะดำเนินมาตรการภาษีต่อไป และจะหาวิธีจัดการกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม หาวิธีลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และหาวิธีปกป้องภาคการผลิตของอเมริกา เรามีเครื่องมือมากมายที่จะทำเช่นนั้นเกรียร์กล่าว
.
การประกาศเดินหน้าสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ นำโดย สก็อตต์ แบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตรียมพบกับผู้แทนระดับสูงของจีนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในสัปดาห์นี้ เพื่อปูทางสำหรับการพบกันระหว่างทรัมป์กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม
.
การสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกินยังสะท้อนประเด็นที่เป็นข้อกังวลของรัฐบาลสหรัฐหลายชุด ตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกจนถึงรัฐบาล อดีตประธานาธิบดีไบเดน ก็เคยหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารือกับจีน นั่นคือการขยายตัวของภาคการผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งทำให้สินค้าราคาถูกจำนวนมากถูกส่งออกไปทั่วโลก
.
เกรียร์กล่าวว่า ปัญหานี้รวมถึงการผลิตที่ไม่ได้ยึดโยงกับความต้องการของตลาด และปัญหานี้ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย การตรวจสอบจะพิจารณาหลักฐานหลายด้านประกอบกัน เช่น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก การให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล การกดค่าแรงภายในประเทศ กิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดของรัฐวิสาหกิจ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่ไม่เพียงพอ การปล่อยสินเชื่อที่มีการอุดหนุน ไปจนถึงนโยบายเกี่ยวกับค่าเงิน.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่