ศิริกัญญา หวังรีดงบ’69 เพิ่ม งง รบ.ไม่เตรียมเงินไว้พยุงศก. หลังตัดแค่ 8.9 พันล. เย้ยเกณฑ์เสียงมาให้พอโหวตผ่าน
.
.
ศิริกัญญา หวังรีดงบ’69 เพิ่ม งง รบ.ไม่เตรียมเงินไว้พยุงศก. หลังตัดแค่ 8.9 พันล. เย้ยเกณฑ์เสียงมาให้พอโหวตผ่าน
.
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรค ปชน. ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคมนี้ ว่า เราได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ทั้งในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) และในชั้นอนุ กมธ.ฯ โดยได้มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีทั้งในส่วนที่สามารถตัดได้ในชั้นอนุกมธ.และยังตัดไม่ได้ในชั้นอนุกมธ. และเมื่อนำเสนอในห้องกมธ.ชุดใหญ่ก็ยังไม่สามารถตัดได้ เราได้มีการรวบรวมเป็นโครงการต่างๆ ที่ยังเห็นว่าเป็นไขมันที่จำเป็นต้องตัดเพิ่มเติมในงบประมาณปี 2569
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ถามว่าได้มีการเตรียมความพร้อมของกระทรวงใดเป็นพิเศษหรือไม่ คงต้องบอกว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เราต้องการทำให้เห็นว่ายังมีงบประมาณที่เป็นไขมันที่แทรกอยู่ในทุกกระทรวงที่ต้องการการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีงบประมาณ 2569 ที่เรากำลังจะเผชิญกับถานการสณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหนัก และต้องการงบประมาณในการที่จะไปฟื้นฟูหรือพยุงเศรษฐกิจ แต่วันนี้กลับไม่มีการเตรียมงบประมาณอะไรไว้อย่างเพียงพอ
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า เราจึงคิดว่าหากสามารถที่จะปรับลดไขมันตรงนี้ได้ ก็จะมีงบประมาณไปเพิ่มในการที่จะไปพยุงหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ต้องบอกว่าปีนี้กมธ.งบประมาณฯ ตัดลดงบประมาณได้ค่อนข้างน้อยคือ 8.92 พันล้านบาทเท่านั้น และงบที่มาขอแปรญัตติก็ไม่ได้เป็นแบบที่เราคาด ตอนแรกคิดว่างบที่แปรญัตติจะเป็นงบประมาณในส่วนที่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเป็นโครงการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก หรือช่วยเหลือเกษตรกร แต่กลับกลายเป็นว่างบที่เข้ามาขอแปรญัตติ เป็นงบปกติที่ตั้งงบประมาณไว้ไม่เพียงพอ
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า เช่น งบประมาณสำหรับจ่ายค่าสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ปีหน้าต้องใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่สำนักงบประมาณตั้งงบประมาณไว้เพียงแค่ 6 พันล้านบาท ทำให้ต้องได้รับจัดสรรงบประมาณในการแปรญัตติไปเพิ่มประมาณ 5 พันล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้ ชำระหนี้รถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่ดี หรือแม้กระทั่งงบการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็ยังมีการมาขอเพิ่ม เพราะไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ จึงกลายเป็นว่าจนจบการพิจารณางบประมาณก็ยังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมงบประมาณปี 2569 ในการพยุงเศรษฐกิจที่กำลังจะชะลอตัว
.
เมื่อถามว่า มองว่าเสียงของรัฐบาลที่ปริ่มน้ำจะเป็นอุปสรรคทำให้การโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในครั้งนี้ไม่ผ่านหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอยู่ เพราะตอนแรกเราคิดว่ารัฐบาลน่าจะสามารถรวบรวมเสียงได้หนักแน่นกว่านี้ แต่หลายครั้งในการประชุมสภาฯ ที่ผ่านมา กลายเป็นว่าเสียงของรัฐบาลง่อนแง่นมากทำให้สภาล่มไปในหลายครั้ง แต่ในการประชุมงบประมาณองค์ประชุมต้องพร้อมตลอดเวลา อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีการโหวตเป็นรายมาตราด้วย
.
“ลุ้นมากว่ารัฐบาลจะสามารถรวบรวมเสียงข้างมากไว้ได้หรือไม่ หากฝ่ายค้านโหวตในบางมาตรา เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ซึ่งก็สุดแต่จะคาดเดา เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเข้าใจว่าในการโหวตงบประมาณไม่เหมือนกับการโหวตกฎหมายอื่นทั่วไป หากโหวตกฎหมายอื่นทั่วไปองค์ประชุมล่มก็ยังไม่เป็นอะไร แต่ในการโหวตงบประมาณแล้วองค์ประชุมล่มขึ้นมาก็อาจจะเกิดปัญหาว่างบประมาณเสร็จไม่ทันได้ ต้องขอความร่วมมือกับทางรัฐบาลว่าให้รวบรวมเสียงมาให้ได้ครบถ้วน อย่าหวังน้ำบ่อหน้าจากเสียงของฝ่ายค้าน เพราะนี่เป็นกฎหมายของคณะรัฐมนตรี เราไม่สามารถที่จะโหวตรับให้ได้จริงๆ เพราะเราได้มีการชี้แจงไปหมดแล้วว่าทำไมวาระ 1 เราถึงไม่สามารถโหวตรับได้ และเมื่อมาวาระ 2 ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในแบบที่เราต้องการ ดังนั้นจะให้เราโหวตรับก็คงจะลำบากใจ ฉะนั้น ขอให้รัฐบาลเตรียมพร้อม และคิดว่าเขาน่าจะรวบรวมเสียงได้ในรอบ แม้ว่าหลายครั้งจะล่มก็ตาม” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
.
โฆษกทบ. ย้ำไทยไม่ใช้กำลังทหารยึด ปราสาทตาควาย อย่างที่กัมพูชาอ้าง
.
โฆษกทบ. ป้อง แม่ทัพภาคที่2 โต้ "มาลี" ย้ำไทยไม่มีความพยายามยั่วยุ วางแผนใช้กำลังทางทหารยึด ปราสาทตาควาย อย่างที่กัมพูชาอ้าง
.
วันที่ 11 ส.ค. 68 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ถึงคำสัมภาษณ์ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2 ในเรื่องของปราสาทตาควายว่า ขอยืนยันว่าเนื้อหาที่ แม่ทัพภาคที่ 2 พูดนั้น ไม่ได้มีความหมายในแบบที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้แถลงไป โดยเฉพาะท่านไม่พูดเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลัง เพื่อรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา
.
สิ่งที่ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวในวันนั้นคือ ปราสาทตาควายอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย ในช่วงที่มีการปะทะที่ผ่านมาพยายามเข้าไปยึดด้วยการวางกำลัง แต่ยังไม่สำเร็จ เลยวางกำลังบริเวณด้านนอก ห่างจากตัวปราสาท 30 เมตร แต่ในอนาคตจะต้องพยายามนำกลับมาภายใต้การควบคุมของไทยให้ได้ ตามขั้นตอนที่เหมาะสมของอนาคต พร้อมกล่าวว่าจะเตรียมการนำเรื่องต่างๆ ไปพูดคุยเจรจาในวงกรอบ RBC ที่จะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์ และย้ำถึงจุดยืนว่าไทยจะไม่ถอยจากแนวการวางกำลังเดิม
.
“ขอยืนยันว่า แม่ทัพภาคที่2 ไม่ได้พูดถึงเรื่องการใช้กำลังทางทหารไปดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นที่กล่าวไปในข้างต้น จึงไม่ไช่ความพยายามที่มีการยั่วยุ และมีการวางแผน ใช้กำลังทางทหารต่อกรณีปราสาทตาควาย อย่างที่กัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด”
.
.
ชาวนาระทม ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่
https://www.dailynews.co.th/news/5005752/
.
ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ไร่ละพันหายเข้ากลีบเมฆ ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่ ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้ราคาข้าวตกหนัก 50%
.
นาย
ปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากข้าวเปลือกตกต่ำ โดยล่าสุดข้าวเปลือกข้าวชื้น 25% ในภาคกลางหลายแห่งเหลือเพียงตันละ5,300-5,800 บาท และมีแนวโน้มลดต่ออีก จนเกรงว่าอาจต่ำกว่าตันละ 5,000 บาทในไม่ช้า เนื่องจากปีนี้ข้าวนาปรังออกมาเยอะ แถมการค้าการส่งออกก็ลดลงจนกระทบชาวนา จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาทางช่วยดูแลด่วน เพราะปีก่อนราคาเคยสูงถึงตันละ 10,000 บาท แต่มาตอนนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ เพราะขายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่ 6,000 บาท
.
“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นรัฐบาลไหน ดูแลเกษตรกรได้แย่ขนาดนี้ ชาวนาวันนี้แทบจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้ อย่างโครงการไร่ละพันนาปรัง ที่สัญญาจะแจกมาตั้งแต่ต้นปี ถึงวันนี้ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ขณะที่การช่วยเหลือข้าวนาปีล่าสุดก็ยกเลิกประชุม ซึ่งตอนนี้ภาระชาวนาไล่หลังมาเรื่อย ๆ ทั้งหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องลงทุนปลูกข้าวนาปี แถมค่าปุ๋ยก็แพงขึ้นกระสอบละ 100-200 บาทอีก แต่รัฐยังไม่ทำอะไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย”
.
ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลแจกเงินอย่างเดียว แต่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวเปลือกให้ดีกว่าปัจจุบัน โดยขอให้อย่าต่ำกว่าตันละ 8,000 บาท รวมถึงให้ช่วยหาเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,200-1,300 กก. การจัดหาแหล่งน้ำ และดูแลต้นทุนการเพาะปลูกให้ ก็โอเคแล้ว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาข้าวเปลือกล่าสุด 8 ส.ค.จากเว็บไซต์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ข้าวเปลือกเจ้าในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ความชื้น 15% ลดลงเหลือตันละ 6,100-7,100 บาท ความชื้น 25% อยู่ที่ 5,100-5,900 บาท ยกเว้น จ.ฉะเชิงเทรา ที่ราคาลดต่ำสุดไปอยู่ที่ตันละ 4,900 บาทเท่านั้น
.
นาย
ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ กล่าวว่า ปี 68 เป็นปีที่ท้าทายมาก เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกสูง ขณะที่ความต้องการลดลง เช่น อินโดนีเซียที่เคยนำเข้า 4 ล้านตันในปีก่อน คาดว่าอาจซื้อเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน ราคาข้าวก็ลดลงเหลือ กก.ละ 10.50 บาท จากเดิม 19-20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญคู่แข่งของไทยพัฒนาเรื่องพันธุ์ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้ความแตกต่างด้านคุณภาพลดลง หากราคาข้าวไทยแพงกว่าก็มีแนวโน้มที่จะขายไม่ได้
.
ร.ต.ท.
เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และอยู่ในระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเร่งเปิดตลาดข้าวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้ข้าวแข็งในการเลี้ยงแรงงานในแคมป์ และขอให้ผลักดันโควตาการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น รวมถึงผลักดันการส่งออกข้าวไปอิรัก
.
นาย
จตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางร่วมกันผลักดันข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดันส่งออกข้าวจีทูจีตามโควตาที่เหลืออีก 280,000 ตัน รวมทั้งเจาะตลาดจีนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ ตลาดญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่ง รวมถึงฮ่องกงซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคและระบายสต๊อกข้าวนาปี คาดว่าจะสามารถดึงข้าวเปลือกออกได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านจุดกระตุ้นตลาดนัดข้าวเปลือก สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อให้มีแรงซื้อในประเทศ พร้อมเร่งระบายข้าวไปยังตลาดศักยภาพทั่วโลก
JJNY : ศิริกัญญาหวังรีดงบ’69│ย้ำไทยไม่ใช้กำลังทหารยึด ปราสาทตาควาย│ชาวนาระทม โวยรัฐไม่เหลียวแล│‘ฮุน เซน’ จวก ‘สม รังสี’
.
ชาวนาระทม ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่
https://www.dailynews.co.th/news/5005752/
.
ข้าวเปลือกใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ไร่ละพันหายเข้ากลีบเมฆ ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่ ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้ราคาข้าวตกหนัก 50%
.
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากข้าวเปลือกตกต่ำ โดยล่าสุดข้าวเปลือกข้าวชื้น 25% ในภาคกลางหลายแห่งเหลือเพียงตันละ5,300-5,800 บาท และมีแนวโน้มลดต่ออีก จนเกรงว่าอาจต่ำกว่าตันละ 5,000 บาทในไม่ช้า เนื่องจากปีนี้ข้าวนาปรังออกมาเยอะ แถมการค้าการส่งออกก็ลดลงจนกระทบชาวนา จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาทางช่วยดูแลด่วน เพราะปีก่อนราคาเคยสูงถึงตันละ 10,000 บาท แต่มาตอนนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ เพราะขายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่ 6,000 บาท
.
“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นรัฐบาลไหน ดูแลเกษตรกรได้แย่ขนาดนี้ ชาวนาวันนี้แทบจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้ อย่างโครงการไร่ละพันนาปรัง ที่สัญญาจะแจกมาตั้งแต่ต้นปี ถึงวันนี้ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ขณะที่การช่วยเหลือข้าวนาปีล่าสุดก็ยกเลิกประชุม ซึ่งตอนนี้ภาระชาวนาไล่หลังมาเรื่อย ๆ ทั้งหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องลงทุนปลูกข้าวนาปี แถมค่าปุ๋ยก็แพงขึ้นกระสอบละ 100-200 บาทอีก แต่รัฐยังไม่ทำอะไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย”
.
ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลแจกเงินอย่างเดียว แต่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวเปลือกให้ดีกว่าปัจจุบัน โดยขอให้อย่าต่ำกว่าตันละ 8,000 บาท รวมถึงให้ช่วยหาเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,200-1,300 กก. การจัดหาแหล่งน้ำ และดูแลต้นทุนการเพาะปลูกให้ ก็โอเคแล้ว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาข้าวเปลือกล่าสุด 8 ส.ค.จากเว็บไซต์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ข้าวเปลือกเจ้าในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ความชื้น 15% ลดลงเหลือตันละ 6,100-7,100 บาท ความชื้น 25% อยู่ที่ 5,100-5,900 บาท ยกเว้น จ.ฉะเชิงเทรา ที่ราคาลดต่ำสุดไปอยู่ที่ตันละ 4,900 บาทเท่านั้น
.
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ กล่าวว่า ปี 68 เป็นปีที่ท้าทายมาก เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกสูง ขณะที่ความต้องการลดลง เช่น อินโดนีเซียที่เคยนำเข้า 4 ล้านตันในปีก่อน คาดว่าอาจซื้อเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน ราคาข้าวก็ลดลงเหลือ กก.ละ 10.50 บาท จากเดิม 19-20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญคู่แข่งของไทยพัฒนาเรื่องพันธุ์ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้ความแตกต่างด้านคุณภาพลดลง หากราคาข้าวไทยแพงกว่าก็มีแนวโน้มที่จะขายไม่ได้
.
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และอยู่ในระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเร่งเปิดตลาดข้าวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้ข้าวแข็งในการเลี้ยงแรงงานในแคมป์ และขอให้ผลักดันโควตาการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น รวมถึงผลักดันการส่งออกข้าวไปอิรัก
.
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางร่วมกันผลักดันข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดันส่งออกข้าวจีทูจีตามโควตาที่เหลืออีก 280,000 ตัน รวมทั้งเจาะตลาดจีนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ ตลาดญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่ง รวมถึงฮ่องกงซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคและระบายสต๊อกข้าวนาปี คาดว่าจะสามารถดึงข้าวเปลือกออกได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านจุดกระตุ้นตลาดนัดข้าวเปลือก สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อให้มีแรงซื้อในประเทศ พร้อมเร่งระบายข้าวไปยังตลาดศักยภาพทั่วโลก