สวัสดีครับ ขอคำแนะนำจากพี่ๆ นักลงทุน และคนมีประสบการณ์หน่อยครับ
ตอนนี้ผมมี “เงินเย็น” อยู่ประมาณ 1 ล้านบาท ตั้งใจจะไม่ใช้เงินก้อนนี้ 3–5 ปี
เลยอยากหาวิธีให้มัน “ทำงานแทนเรา” แบบเสี่ยงไม่สูงเกินไป แต่ก็ไม่อยากให้เงินจมอยู่เฉยๆ เฉพาะในบัญชีออมทรัพย์
ผมลังเลระหว่าง…
ทางเลือกที่คิดไว้ตอนนี้:
1. ฝากประจำดอกเบี้ยสูง
(บางธนาคารได้ 2–3% ต่อปี แต่กลัวโดนเงินเฟ้อกิน)
2. กองทุนรวมตราสารหนี้ / กองทุนผสม
(ความเสี่ยงน้อยกว่า แต่อาจได้ผลตอบแทนต่ำ?)
3. หุ้นปันผล หรือ DCA หุ้น SET50 รายเดือน
(เสี่ยงขึ้นหน่อย แต่อาจได้ผลตอบแทนและปันผลระยะยาว)
4. ทองคำ
(มองว่าเป็นการเก็บมูลค่าในระยะยาว เผื่อเศรษฐกิจผันผวน)
5. หรือจะลอง ซื้อกองทุน RMF/SSF ที่ลดภาษีได้ด้วย?
จุดประสงค์หลัก:
• ไม่เน้นกำไรเร็ว
• ขอผลตอบแทนดีกว่าออมเฉยๆ
• เน้นความเสี่ยงกลางๆ
• ถ้าได้ passive income บ้างยิ่งดี
⸻
เลยอยากถามว่า…
ถ้าเป็นคุณ จะจัดพอร์ตเงินเย็น 1 ล้านบาทยังไงในปี 2568 ที่เศรษฐกิจผันผวน หุ้นเหวี่ยง ทองขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่แน่นอนแบบนี้?
ช่วยแชร์แนวคิดหรือพอร์ตตัวอย่างหน่อยครับ จะได้ลองนำมาปรับใช้กับตัวเอง ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ 🙏
เงินเย็น 1 ล้านบาท ควร “ฝากประจำ-กองทุนรวม-หุ้นปันผล-ทองคำ” แบบไหนดีในปี 2568?
ตอนนี้ผมมี “เงินเย็น” อยู่ประมาณ 1 ล้านบาท ตั้งใจจะไม่ใช้เงินก้อนนี้ 3–5 ปี
เลยอยากหาวิธีให้มัน “ทำงานแทนเรา” แบบเสี่ยงไม่สูงเกินไป แต่ก็ไม่อยากให้เงินจมอยู่เฉยๆ เฉพาะในบัญชีออมทรัพย์
ผมลังเลระหว่าง…
ทางเลือกที่คิดไว้ตอนนี้:
1. ฝากประจำดอกเบี้ยสูง
(บางธนาคารได้ 2–3% ต่อปี แต่กลัวโดนเงินเฟ้อกิน)
2. กองทุนรวมตราสารหนี้ / กองทุนผสม
(ความเสี่ยงน้อยกว่า แต่อาจได้ผลตอบแทนต่ำ?)
3. หุ้นปันผล หรือ DCA หุ้น SET50 รายเดือน
(เสี่ยงขึ้นหน่อย แต่อาจได้ผลตอบแทนและปันผลระยะยาว)
4. ทองคำ
(มองว่าเป็นการเก็บมูลค่าในระยะยาว เผื่อเศรษฐกิจผันผวน)
5. หรือจะลอง ซื้อกองทุน RMF/SSF ที่ลดภาษีได้ด้วย?
จุดประสงค์หลัก:
• ไม่เน้นกำไรเร็ว
• ขอผลตอบแทนดีกว่าออมเฉยๆ
• เน้นความเสี่ยงกลางๆ
• ถ้าได้ passive income บ้างยิ่งดี
⸻
เลยอยากถามว่า…
ถ้าเป็นคุณ จะจัดพอร์ตเงินเย็น 1 ล้านบาทยังไงในปี 2568 ที่เศรษฐกิจผันผวน หุ้นเหวี่ยง ทองขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่แน่นอนแบบนี้?
ช่วยแชร์แนวคิดหรือพอร์ตตัวอย่างหน่อยครับ จะได้ลองนำมาปรับใช้กับตัวเอง ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ 🙏