สวัสดีค่ะ จากหัวข้อนี่คือปัญหาครอบครัวของหนูในปัจจุบันเองค่ะ หนูเป็นเด็กหญิงอายุเพิ่ง15มาไม่นานและจะจบม.3 ปีหน้า หนูมีน้องสาววัยประถมสองคน ทั้งต้นและปลายค่ะ รวมคุณพ่อแม่และอาเป็น 6 คน ตอนแรกครอบครัวนี้เช่าบ้านอยู่สองแห่งในซอยแยกเดียวกัน บ้านแรกที่ต้นซอยอยู่ 5 คน พ่อ แม่ หนู น้อง น้อง อีกหลังคือคุณอาอยู่คนเดียว แต่บ้านต้นซอยเจ้าของเข่อยากได้ไปอยู่เองเพราะครอบครัวเขาเริ่มใหญ่ขึ้นมาก ๆ ทั้ง 5 คนเลยย้ายไปอยู่กับคุณอา ซึ่งบ้านเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่พื้นที่หน้าบ้านเยอะ แต่มี 1 นอน 1 น้ำ
*อาจจะดูมีอคติกับพ่อนิดนึงค่ะ
เมื่อประมาณ 6-7 ปี ก่อน เรื่องปัญหาเริ่มมาจากเรื่องเงิน ด้วยลูก ๆ ที่โตขึ้นค่าใช้จ่ายโตตาม พ่อและแม่มีงานทำค่ะ คุณพ่อเป็นประธานชุมชนเล็กจิ๋วในกรุงเทพ และงานนี้ไม่ได้เงินค่ะ ถ้าจะได้ต้องไปประชุมหรืองานต่าง ๆ ที่เขตให้ไป(?) และถ้าจะจัดกิจกรรมในชุมชนต้องออกเงินก่อนค่อยเบิกกับเขต พ่อบังคับคุณแม่ให้ลงเลขาช่วยงานพ่อค่ะ เนื่องจากงานมันไม่ได้เงิน คุณแม่เลยลงงานรัฐไปอีกหลายงานเช่น อสส อสท พ่อเองไม่ได้ทำอะไรเลย ในชุมชนมีงานเอกสารที่คุณแม่ต้องทำเป็นประจำ จนไม่มีเวลาไปทำอยากอื่นช่วงนั้นน้องสาวคนเล็กที่กำลังจะจบอนุบาล แล้วเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ คุณแม่ต้องไปรับเพราะคุณพ่อขี้เกียจแต่งตัวค่ะ จากเรื่องเล็กน้อยข้างต้นจนตอนนี้ผ่านมาจะครบ 4 ปีซึ่งใกล้วาระของพ่อแล้ว ปล.ก่อนหน้านี้พ่อเป็นรองประธานชุมชนมา2-3ปีแต่นิสัยเริ่มมาแย่ตอนเป็นประธานค่ะ ใน 4 ปีหรือรวมกับก่อนหน้านี้ราว ๆ 6 ปี คุณพ่อไม่ทำงานเลยค่ะ อาชีพหลักของเขาคือช่างไฟที่รับทำทุกอย่าง และเป็นที่รักของคนในชุมชนแต่เขาไม่ทำงานเลยค่ะ จากที่ครอบครัวพอมีอยู่มีกินกลายเป็นว่าจนลงอย่างรวดเร็ว ยังดีที่ 1 ปีก่อนคุณอากลับมาจากตปท.แล้วยังพอมีเงินเลี้ยงหลานพอได้ใช้บ้าง คุณอาเลยชวนพ่อไปทำงานที่ภาคใต้เป็นงานเกี่ยวกับการประมง จนจบงานปรากฏว่าเงินหายไปก้อนนึงราว ๆ 40,000 บาท นายจ้างจ่ายแล้ว แต่เราไม่ได้รับเงินเลยมีคดีฟ้องกันค่ะ แต่ช่วงนั้นเงินยังพอเหลือเพราะเพิ่งจบงานเลยรอดมาได้ แต่เงินหมดพ่อเลยกลับมาเป็นเหมือนเดิม งานไม่ทำ ให้คุณแม่หาข้าวหาน้ำให้กิน ใช้นู้นนี่นั่นทั้งวันจนแทบไม่ได้พัก พอคุณแม่จะไปรับจ้างพ่อจะโทรตามจิกหนัก ๆ เลยค่ะ หายไปชม.เดียวโทรตามหนักมาก ๆ คุณแม่เริ่มทนไม่ไหวแต่กลัวลูกไม่มีกินเลยยอมอยู่ต่อกับพ่อ แต่แล้วมันมาหนักกว่าเดิม ช่วงหนูเริ่มเข้า ม.3 เงินหร่อยหลอไปหมดแล้ว คุณแม่เลยมองหางานทำที่มันมั่นคงขึ้น เพราะมองว่าอยู่กับคุณพ่อแล้วไม่เจริญ ในช่วงนี้หนูได้คุยกับคุณแม่แล้วปรึกษากันบ่อย ๆ เรื่องย้ายบ้าน เราคุยว่าจะย้ายช่วง ตุลา67 จนตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายไปจากคุณพ่อเลยค่ะ พ่อพอได้ยินคุณแม่พูดว่าจะเลิกจริง ๆ แล้วครั้งนี้(เคยบอกเลิกกันแล้ว แล้วพ่อไม่ยอมปล่อย) เตรียมจะย้ายแล้วด้วย พ่อก็มานัวเนียคุณแม่บ่อย ๆ แล้วยังทำตัวดีขึ้น ออกไปหาเงินมาใช้ ซื้อข้าวซื้อขนมมาเลี้ยงลูก ได้เพียง 2 สัปดาห์เขากลับไปเป็นเหมือนเดิม ช่วงนั้นทั้งแม่และหนูเป็นไมเกรนเลยล่ะค่ะ ไปหาหมอทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อไปเอายา แต่ ณ ตอนนี้หนูดีขึ้นแล้ว แต่คุณแม่ยังเหมือนเดิม จนถึงปัจจุบันที่พ่อเขาไม่ทำงาน ไม่หาเงิน ไม่ทำงานชุมชน โยนทุกอย่างไว้ที่คุณแม่
ขอพูดไว้ตอนนี้ว่า พ่อ มีสติปัญญาปกติ ร่างกายครบ32 อายุ50กลาง ๆ และยังแข็งแรงอยู่ ณ ทุกวันนี้ แต่เพียงยังขาดการดิ้นรนในชีวิตไปค่ะ พ่อเขามีลูกชาย 2 หญิง 3
= หนูมีพี่ชายต่างแม่ 2 ,น้องสาวแม่เดียวกัน 2 แต่ว่าตั้งแต่หนูจำความได้ครอบครัวหนูไม่เคยได้สัมพัสการไปเที่ยวเลยค่ะ นอกจากใกล้ ๆ บ้านที่ไปเองได้ มีแต่คำว่าตามพ่อไปทำงาน ไปทำธุระ หนูไม่เคยได้เที่ยวที่เรียกว่าเที่ยวสักครั้ง ไม่เคยกินร้านอาหารในห้างที่ไม่ใช่ kfc จากท่านที่อ่านอยู่อาจจะมองว่าหนูเอาแต่ใจไปหน่อย ใช่ค่ะ หนูอยากเอาแต่ใจตัวเองบ้าง หนูไม่เคยเรียกร้องสิ่งที่เกินตัวจนไม่สามารถทำได้สักครั้ง หนูสงสารแม่มาตลอดเวลาคุณแม่ไปหาเงินแต่พ่อเขาให้คุณแม่ไปซื้อบุหรี่ราคาเกือบร้อยทั้ง ๆ ที่คุณแม่ทำงานได้เพียงวันละ 300 และเขาไม่ทำงาน หนูเข้าวัยที่กำลังใกล้อายุที่สามารถทำงานได้แล้ว หนูอยากไปหาเงินมาก ๆ แต่ก็สงสัยว่าคุณพ่อไม่อยากไปหาเงินบ้างเลยเหรอ อาจจะออกทะเลไปบ้างแต่สิ่งที่อยากบอกท่านที่อ่านคือ หนูอยู่กับพ่อคนนี้แล้วไม่เคยได้เจริญเลยค่ะ หนูกับพ่อทะเลาะกันบ่อยมาก ๆ จากมายเซ็ทไม่ตรงกัน เขาอยากเกษียณแล้ว แต่พวกหนูยังต้องใช้เงินเพื่อเติบโตต่อไปอีก พวกหนูยังเล็ก เขาจึงต้องทำงานแต่เขาไม่ไปทำงานเลยค่ะ น้องสาวคนกลาง ถูกเขาใช้งานบ่อย ๆ ทั้งทำอาหารล้างจานซักผ้า โดยปกติหนูจะไม่ล้างจาน ทำแค่ซักตากรีดผ้า และทำอาหาร แต่เขารู้ว่าใช้หนูไม่ได้แน่จึงใช้น้อง หากไม่ทำจะโดนด่าค่อนข้างแรง น้องสาวคนกลางของหนูเป็นsensitiveมาก ใจดี น่ารัก ขยันมาก ๆ มองโลกในแง่ดี รักพ่อแม่ อยากให้พ่อกับแม่รักกัน แต่พอถูกเขาบันทอนจิตใจบ่อย ๆ เข้า จู่ ๆ น้องก็เอ่ยปากว่ากลัวเขา จากที่ไม่กลัว อยากย้ายบ้าน จากที่อยากอยู่ด้วยกัน ปล.มายเซ็ทของหนูคือน้องเป็นที่สุดมากกว่าพ่อแม่หรือใครเลยอาจจะดูว่าร้ายเกินไปบ้างแต่ด้วยเพียงกระทู้เดียวมันไม่สามารถบรรยายความอัดอั้นในใจได้ทั้งหมดค่ะ
ที่เล่ามาทั้งหมด คือหนูเลือกทางในอนาคตไว้หมดแล้ว แต่ยังอยากทราบมุมมองจากหลายท่านที่มีมุมมองต่างกันค่ะ เจตนามีเพียงอยากระบายแต่อยากอ่านมุมมองต่างบ้างเท่านั้นค่ะ ขอบคุณท่านที่อ่านมาก ๆ ด้วยนะคะ🙇🏻♀️
ขอระบายปัญหาครอบครัวค่ะ
*อาจจะดูมีอคติกับพ่อนิดนึงค่ะ
เมื่อประมาณ 6-7 ปี ก่อน เรื่องปัญหาเริ่มมาจากเรื่องเงิน ด้วยลูก ๆ ที่โตขึ้นค่าใช้จ่ายโตตาม พ่อและแม่มีงานทำค่ะ คุณพ่อเป็นประธานชุมชนเล็กจิ๋วในกรุงเทพ และงานนี้ไม่ได้เงินค่ะ ถ้าจะได้ต้องไปประชุมหรืองานต่าง ๆ ที่เขตให้ไป(?) และถ้าจะจัดกิจกรรมในชุมชนต้องออกเงินก่อนค่อยเบิกกับเขต พ่อบังคับคุณแม่ให้ลงเลขาช่วยงานพ่อค่ะ เนื่องจากงานมันไม่ได้เงิน คุณแม่เลยลงงานรัฐไปอีกหลายงานเช่น อสส อสท พ่อเองไม่ได้ทำอะไรเลย ในชุมชนมีงานเอกสารที่คุณแม่ต้องทำเป็นประจำ จนไม่มีเวลาไปทำอยากอื่นช่วงนั้นน้องสาวคนเล็กที่กำลังจะจบอนุบาล แล้วเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ คุณแม่ต้องไปรับเพราะคุณพ่อขี้เกียจแต่งตัวค่ะ จากเรื่องเล็กน้อยข้างต้นจนตอนนี้ผ่านมาจะครบ 4 ปีซึ่งใกล้วาระของพ่อแล้ว ปล.ก่อนหน้านี้พ่อเป็นรองประธานชุมชนมา2-3ปีแต่นิสัยเริ่มมาแย่ตอนเป็นประธานค่ะ ใน 4 ปีหรือรวมกับก่อนหน้านี้ราว ๆ 6 ปี คุณพ่อไม่ทำงานเลยค่ะ อาชีพหลักของเขาคือช่างไฟที่รับทำทุกอย่าง และเป็นที่รักของคนในชุมชนแต่เขาไม่ทำงานเลยค่ะ จากที่ครอบครัวพอมีอยู่มีกินกลายเป็นว่าจนลงอย่างรวดเร็ว ยังดีที่ 1 ปีก่อนคุณอากลับมาจากตปท.แล้วยังพอมีเงินเลี้ยงหลานพอได้ใช้บ้าง คุณอาเลยชวนพ่อไปทำงานที่ภาคใต้เป็นงานเกี่ยวกับการประมง จนจบงานปรากฏว่าเงินหายไปก้อนนึงราว ๆ 40,000 บาท นายจ้างจ่ายแล้ว แต่เราไม่ได้รับเงินเลยมีคดีฟ้องกันค่ะ แต่ช่วงนั้นเงินยังพอเหลือเพราะเพิ่งจบงานเลยรอดมาได้ แต่เงินหมดพ่อเลยกลับมาเป็นเหมือนเดิม งานไม่ทำ ให้คุณแม่หาข้าวหาน้ำให้กิน ใช้นู้นนี่นั่นทั้งวันจนแทบไม่ได้พัก พอคุณแม่จะไปรับจ้างพ่อจะโทรตามจิกหนัก ๆ เลยค่ะ หายไปชม.เดียวโทรตามหนักมาก ๆ คุณแม่เริ่มทนไม่ไหวแต่กลัวลูกไม่มีกินเลยยอมอยู่ต่อกับพ่อ แต่แล้วมันมาหนักกว่าเดิม ช่วงหนูเริ่มเข้า ม.3 เงินหร่อยหลอไปหมดแล้ว คุณแม่เลยมองหางานทำที่มันมั่นคงขึ้น เพราะมองว่าอยู่กับคุณพ่อแล้วไม่เจริญ ในช่วงนี้หนูได้คุยกับคุณแม่แล้วปรึกษากันบ่อย ๆ เรื่องย้ายบ้าน เราคุยว่าจะย้ายช่วง ตุลา67 จนตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายไปจากคุณพ่อเลยค่ะ พ่อพอได้ยินคุณแม่พูดว่าจะเลิกจริง ๆ แล้วครั้งนี้(เคยบอกเลิกกันแล้ว แล้วพ่อไม่ยอมปล่อย) เตรียมจะย้ายแล้วด้วย พ่อก็มานัวเนียคุณแม่บ่อย ๆ แล้วยังทำตัวดีขึ้น ออกไปหาเงินมาใช้ ซื้อข้าวซื้อขนมมาเลี้ยงลูก ได้เพียง 2 สัปดาห์เขากลับไปเป็นเหมือนเดิม ช่วงนั้นทั้งแม่และหนูเป็นไมเกรนเลยล่ะค่ะ ไปหาหมอทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อไปเอายา แต่ ณ ตอนนี้หนูดีขึ้นแล้ว แต่คุณแม่ยังเหมือนเดิม จนถึงปัจจุบันที่พ่อเขาไม่ทำงาน ไม่หาเงิน ไม่ทำงานชุมชน โยนทุกอย่างไว้ที่คุณแม่
ขอพูดไว้ตอนนี้ว่า พ่อ มีสติปัญญาปกติ ร่างกายครบ32 อายุ50กลาง ๆ และยังแข็งแรงอยู่ ณ ทุกวันนี้ แต่เพียงยังขาดการดิ้นรนในชีวิตไปค่ะ พ่อเขามีลูกชาย 2 หญิง 3
= หนูมีพี่ชายต่างแม่ 2 ,น้องสาวแม่เดียวกัน 2 แต่ว่าตั้งแต่หนูจำความได้ครอบครัวหนูไม่เคยได้สัมพัสการไปเที่ยวเลยค่ะ นอกจากใกล้ ๆ บ้านที่ไปเองได้ มีแต่คำว่าตามพ่อไปทำงาน ไปทำธุระ หนูไม่เคยได้เที่ยวที่เรียกว่าเที่ยวสักครั้ง ไม่เคยกินร้านอาหารในห้างที่ไม่ใช่ kfc จากท่านที่อ่านอยู่อาจจะมองว่าหนูเอาแต่ใจไปหน่อย ใช่ค่ะ หนูอยากเอาแต่ใจตัวเองบ้าง หนูไม่เคยเรียกร้องสิ่งที่เกินตัวจนไม่สามารถทำได้สักครั้ง หนูสงสารแม่มาตลอดเวลาคุณแม่ไปหาเงินแต่พ่อเขาให้คุณแม่ไปซื้อบุหรี่ราคาเกือบร้อยทั้ง ๆ ที่คุณแม่ทำงานได้เพียงวันละ 300 และเขาไม่ทำงาน หนูเข้าวัยที่กำลังใกล้อายุที่สามารถทำงานได้แล้ว หนูอยากไปหาเงินมาก ๆ แต่ก็สงสัยว่าคุณพ่อไม่อยากไปหาเงินบ้างเลยเหรอ อาจจะออกทะเลไปบ้างแต่สิ่งที่อยากบอกท่านที่อ่านคือ หนูอยู่กับพ่อคนนี้แล้วไม่เคยได้เจริญเลยค่ะ หนูกับพ่อทะเลาะกันบ่อยมาก ๆ จากมายเซ็ทไม่ตรงกัน เขาอยากเกษียณแล้ว แต่พวกหนูยังต้องใช้เงินเพื่อเติบโตต่อไปอีก พวกหนูยังเล็ก เขาจึงต้องทำงานแต่เขาไม่ไปทำงานเลยค่ะ น้องสาวคนกลาง ถูกเขาใช้งานบ่อย ๆ ทั้งทำอาหารล้างจานซักผ้า โดยปกติหนูจะไม่ล้างจาน ทำแค่ซักตากรีดผ้า และทำอาหาร แต่เขารู้ว่าใช้หนูไม่ได้แน่จึงใช้น้อง หากไม่ทำจะโดนด่าค่อนข้างแรง น้องสาวคนกลางของหนูเป็นsensitiveมาก ใจดี น่ารัก ขยันมาก ๆ มองโลกในแง่ดี รักพ่อแม่ อยากให้พ่อกับแม่รักกัน แต่พอถูกเขาบันทอนจิตใจบ่อย ๆ เข้า จู่ ๆ น้องก็เอ่ยปากว่ากลัวเขา จากที่ไม่กลัว อยากย้ายบ้าน จากที่อยากอยู่ด้วยกัน ปล.มายเซ็ทของหนูคือน้องเป็นที่สุดมากกว่าพ่อแม่หรือใครเลยอาจจะดูว่าร้ายเกินไปบ้างแต่ด้วยเพียงกระทู้เดียวมันไม่สามารถบรรยายความอัดอั้นในใจได้ทั้งหมดค่ะ
ที่เล่ามาทั้งหมด คือหนูเลือกทางในอนาคตไว้หมดแล้ว แต่ยังอยากทราบมุมมองจากหลายท่านที่มีมุมมองต่างกันค่ะ เจตนามีเพียงอยากระบายแต่อยากอ่านมุมมองต่างบ้างเท่านั้นค่ะ ขอบคุณท่านที่อ่านมาก ๆ ด้วยนะคะ🙇🏻♀️