สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics): MIT ของปวงชน — สถาบันราชภัฏในฐานะของการพัฒนาเพื่อความเท่าเทียม
1. บทนำ (Introduction)
ก่อนปี พ.ศ. 2538 การศึกษาของไทยเผชิญกับความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคชนบท เด็กและเยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาน้อยกว่าภาคอื่น(ภาคผนวก) วิทยาลัยครูถูกมองว่าเป็นสถาบันรองจำกัดขอบเขตการเรียนรู้ไว้เฉพาะวิชาชีพครู
ในบริบทนี้ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อภิวัฒน์การศึกษา 2538 พร้อมเสนอ “ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์” (Sukavichinomics Economic Philosophy) เป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเน้นการยกระดับทุนมนุษย์ สร้างความเท่าเทียมเชิงโอกาส และพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการศึกษา
การยกระดับวิทยาลัยครู 36 แห่งทั่วประเทศให้เป็น “สถาบันราชภัฏ” มีภารกิจเชิงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดตั้งสถาบันราชภัฏใหม่ 5 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นการวางรากฐาน สถาบัน MIT เพื่อปวงชนอย่างแท้จริง
2. กรอบแนวคิด (Conceptual Framework)
บทความนี้ใช้กรอบของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy) ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก:
การศึกษาเพื่อความเท่าเทียม (Education for Equity)
นวัตกรรมจากฐานราก (Grassroots Innovation)
การกระจายอำนาจและทรัพยากร (Decentralization of Resources)
“สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (People-Based Education Institutions)”
หลักปรัชญาดังกล่าวมองว่าการศึกษาต้องเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจให้ประชาชนในภูมิภาคสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพากลไกรัฐส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว
3. นิยามคำศัพท์เพื่อใช้ในบทความ สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน
(People-Based Education Institutions)
หมายถึง สถาบันการศึกษาที่มีพันธกิจหลักในการให้บริการทางการศึกษาสำหรับประชาชนในภูมิภาคชนบทหรือกลุ่มด้อยโอกาส โดยเน้นการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับชีวิตจริงของชุมชน การพัฒนาทุนมนุษย์จากฐานราก และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกมิติของการเรียนรู้และนวัตกรรม
ในบริบทของไทย แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการจัดตั้งสถาบันราชภัฏใน ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล มีเป้าหมายในการเป็น “MIT ของปวงชน” หรือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ทุกพื้นที่
4. ผลของการอภิวัฒน์การศึกษา 2538
4.1 การก่อตั้งราชภัฏใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2540 รัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้อนุมัติการจัดตั้ง สถาบันราชภัฏ 5 แห่ง ได้แก่:
สถาบันราชภัฏชัยภูมิ
สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ
สถาบันราชภัฏนครพนม
สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์
สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด
สถาบันเหล่านี้มีพันธกิจหลักในการ พัฒนาทุนมนุษย์ท้องถิ่น, ลดความยากจน, และ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากภายใน ผ่านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และนวัตกรรมพื้นถิ่น
4.2 ราชภัฏในฐานะ MIT ของปวงชน (People’s MIT) เก่า 36 แห่ง และ ใหม่ 5 แห่ง
สถาบันราชภัฏถูกออกแบบให้เป็น “สถาบัน MIT เพื่อปวงชน” โดยมีบทบาทเชิงรุก เช่น:
• ศูนย์วิทยาศาสตร์ก่อตั้งโดยสถาบันราชภัฏ ยุค อภิวัฒน์การศึกษา 2538
ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์เกษตร พลังงานทดแทน สาธารณสุขชนบท
ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจชุมชน (SMEs incubators)
การผลิตบัณฑิตเพื่อกลับไปพัฒนาภูมิลำเนา
การร่วมมือกับภาคีท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังปี 2547 การเปลี่ยนแปลง สถาบันราชภัฏ เป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือ การเปลี่ยนแปลงสถาบัน MIT เพื่อปวงชน เป็นวิทยาลัยครูตามเดิม โดย เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นมหาวิทยาลัย
นโยบายในยุครัฐบาลประชานิยมได้เปลี่ยนสถานะจาก “สถาบันราชภัฏ” เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” โดยอ้างว่ายกสถานะ แต่คือย้อนกลับเป็นวิทยาลัยครูตามเดิม และโดนดูถูก แม้จะใช้คำนำหน้าว่า มหาวิทยาลัย กลับไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทย ต่างจากสถาบันการศึกษาของทหาร-ตำรวจในประเทศไทย ซึ่งมีคำนำหน้าเพียงโรงเรียน แต่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย
การ รวมศูนย์งบประมาณ กลับไปที่ส่วนกลาง
การ ลดทอนการวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดนวัตกรรมในปัจจุบัน (2568)
การเปลี่ยนบทบาทของอาจารย์จาก “นักพัฒนา” เป็น “นักสอน”
ความสัมพันธ์กับท้องถิ่น ไม่เกื้อหนุนกัน สังคมไทยแตกแยก ตั้งแต่ยุครัฐบาลประชานิยม อ้างว่าชนชั้นสูงกีดกันความเจริญ ทั้งๆที่ปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลประชานิยมส่งผลให้ สถาบันราชภัฏล้าหลัง ถดถอย และ คุณภาพต่ำ
6. ประวัติ MIT: ต้นแบบของมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชน
Massachusetts Institute of Technology (MIT) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1861 เพื่อสนับสนุนการปฏิวัติอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา MIT จึงเป็นสถาบันที่ถือกำเนิดจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจและความต้องการเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสถาบันราชภัฏในประเทศไทยที่ถูกนิยามว่าเป็น “MIT ของปวงชน” ภายใต้ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy)
ชุมชน MIT ขับเคลื่อนด้วย จุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ “การสร้างโลกที่ดีขึ้นผ่านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม” สมาชิกของ MIT มีลักษณะเฉพาะคือเป็นทั้งนักประดิษฐ์ ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และผู้มีความคิดสร้างสรรค์สูง พวกเขายึดมั่นในตัวเลข แต่ก็มีจิตวิญญาณเสรี และพร้อมต้อนรับบุคคลจากทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ และทุกมุมโลก
แม้จะมีรากฐานที่เป็น “อเมริกันอย่างแท้จริง” แต่ MIT ก็เป็น “สากลอย่างแท้จริง” โดยไม่มีความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ชุมชนของ MIT ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก และได้กลายเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงภารกิจระดับชาติ เข้ากับภารกิจเพื่อมนุษยชาติ โดยการผลิตองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งประเทศและโลก
แนวคิดนี้เป็นต้นแบบสำคัญที่ถูกประยุกต์ใช้ในการปฏิรูประบบอุดมศึกษาภูมิภาคของไทยในปี พ.ศ. 2538 ภายใต้แนวทาง “People-Based Education Institutions” หรือ “สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน” ที่มุ่งยกระดับสถาบันราชภัฏให้เป็นศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ นวัตกรรมชุมชน และการพัฒนาประเทศจากฐานราก
บรรณานุกรม (Bibliography)
Massachusetts Institute of Technology. “About the Teaching and Learning Lab.” Accessed July 11, 2025.
https://tlecms.mit.edu/about.
7. สรุป (Conclusion)
บทความนี้เสนอว่า สถาบันราชภัฏในช่วงการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล มิได้เป็นเพียงการยกระดับวิทยาลัยครู แต่เป็น กลไกเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังในการสร้างความเท่าเทียมจากฐานราก โดยยึดตาม ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy) ซึ่งเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมทุนมนุษย์ และสร้างนวัตกรรมชุมชนผ่านเครือข่ายสถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (People-Based Education Institutions)
ราชภัฏถูกออกแบบให้เป็น “MIT ของปวงชน” (People’s MIT) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้ในภูมิภาค โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิศวกรรม สาธารณสุข และการประกอบการ เพื่อการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นรูปแบบมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ทั้งความเจริญทางเศรษฐกิจและความเสมอภาคทางสังคมในระยะยาว
การเปลี่ยน “สถาบันราชภัฏ” เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ในปี พ.ศ. 2547 ของรัฐบาลประชานิยม อย่างไร้วิสัยทัศน์ ทำลาย MIT เพื่อปวงชน ในฐานะสถาบันเพื่อการยกระดับชนบท ยุคอภิวัฒน์การศึกษา 2538 กลายเป็นมหาวิทยาลัยผลิตครูในรูปแบบเดิมผลงานรัฐบาลประชานิยม
ซึ่งลดทอนคุณค่าทางสถาบันของราชภัฏ และ ตัดโอกาสของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจากการเข้าถึงการศึกษาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและการพัฒนาในยุคดิจิทัล การทำลายโมเดลสุขวิชโนมิกส์ ของรัฐบาลประชานิยม ทำลายบทบาทสถาบันราชภัฏในฐานะ People’s MIT จึงเป็นการทำลายภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอย่างครอบคลุมของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21
บทสรุปเชิงวิเคราะห์
พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 คือ กฎหมายออกแบบเพื่อสร้าง “มหาวิทยาลัยเพื่อความเสมอภาค” อย่างแท้จริง
ส่วน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 คือ การย้อนสถาบันราชภัฏกลับเป็นวิทยาลัยครู ตามเดิม และโดนด้อยค่าในปัจจุบัน (2568)
งบประมาณ
MITของปวงชน Tags วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ มหาวิทยาลัย ถูกต้องไหมครับ? ทีมงานพันทิป?
MIT ก่อตั้งขึ้นเพื่อเร่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมของประเทศ MIT จึงเป็นเสมือนอเมริกันอย่างแท้จริง ด้วยความเฉลียวฉลาดและความมุ่งมั่น บัณฑิตของเราได้คิดค้นเทคโนโลยีพื้นฐาน ริเริ่มอุตสาหกรรมใหม่ และสร้างงานให้กับชาวอเมริกันหลายล้านตำแหน่ง ขณะเดียวกัน MIT เป็นสากล อย่างแท้จริง โดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ ชุมชนของเรามีความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลในฐานะแม่เหล็กดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก ผ่านการสอน การวิจัย และนวัตกรรม ชุมชนโดดเด่นของ MIT มุ่งมั่นในพันธกิจเพื่อการบริการประเทศชาติและโลก
บรรณานุกรม
https://tlecms.mit.edu/about
MIT เป็นสากล อย่างแท้จริง โดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ ชุมชนของเรามีความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลในฐานะแม่เหล็กดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก ผ่านการสอน การวิจัย และนวัตกรรม ชุมชนโดดเด่นของ MIT มุ่งมั่นในพันธกิจเพื่อการบริการประเทศชาติและโลก
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics): MIT ของปวงชน — สถาบันราชภัฏในฐานะของการพัฒนาเพื่อความเท่าเทียม
1. บทนำ (Introduction)
ก่อนปี พ.ศ. 2538 การศึกษาของไทยเผชิญกับความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคชนบท เด็กและเยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาน้อยกว่าภาคอื่น(ภาคผนวก) วิทยาลัยครูถูกมองว่าเป็นสถาบันรองจำกัดขอบเขตการเรียนรู้ไว้เฉพาะวิชาชีพครู
ในบริบทนี้ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อภิวัฒน์การศึกษา 2538 พร้อมเสนอ “ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์” (Sukavichinomics Economic Philosophy) เป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเน้นการยกระดับทุนมนุษย์ สร้างความเท่าเทียมเชิงโอกาส และพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการศึกษา
การยกระดับวิทยาลัยครู 36 แห่งทั่วประเทศให้เป็น “สถาบันราชภัฏ” มีภารกิจเชิงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดตั้งสถาบันราชภัฏใหม่ 5 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นการวางรากฐาน สถาบัน MIT เพื่อปวงชนอย่างแท้จริง
2. กรอบแนวคิด (Conceptual Framework)
บทความนี้ใช้กรอบของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy) ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก:
การศึกษาเพื่อความเท่าเทียม (Education for Equity)
นวัตกรรมจากฐานราก (Grassroots Innovation)
การกระจายอำนาจและทรัพยากร (Decentralization of Resources)
“สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (People-Based Education Institutions)”
หลักปรัชญาดังกล่าวมองว่าการศึกษาต้องเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจให้ประชาชนในภูมิภาคสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพากลไกรัฐส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว
3. นิยามคำศัพท์เพื่อใช้ในบทความ สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน
(People-Based Education Institutions)
หมายถึง สถาบันการศึกษาที่มีพันธกิจหลักในการให้บริการทางการศึกษาสำหรับประชาชนในภูมิภาคชนบทหรือกลุ่มด้อยโอกาส โดยเน้นการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับชีวิตจริงของชุมชน การพัฒนาทุนมนุษย์จากฐานราก และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกมิติของการเรียนรู้และนวัตกรรม
ในบริบทของไทย แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการจัดตั้งสถาบันราชภัฏใน ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล มีเป้าหมายในการเป็น “MIT ของปวงชน” หรือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ทุกพื้นที่
4. ผลของการอภิวัฒน์การศึกษา 2538
4.1 การก่อตั้งราชภัฏใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2540 รัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้อนุมัติการจัดตั้ง สถาบันราชภัฏ 5 แห่ง ได้แก่:
สถาบันราชภัฏชัยภูมิ
สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ
สถาบันราชภัฏนครพนม
สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์
สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด
สถาบันเหล่านี้มีพันธกิจหลักในการ พัฒนาทุนมนุษย์ท้องถิ่น, ลดความยากจน, และ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากภายใน ผ่านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และนวัตกรรมพื้นถิ่น
4.2 ราชภัฏในฐานะ MIT ของปวงชน (People’s MIT) เก่า 36 แห่ง และ ใหม่ 5 แห่ง
สถาบันราชภัฏถูกออกแบบให้เป็น “สถาบัน MIT เพื่อปวงชน” โดยมีบทบาทเชิงรุก เช่น:
• ศูนย์วิทยาศาสตร์ก่อตั้งโดยสถาบันราชภัฏ ยุค อภิวัฒน์การศึกษา 2538
ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์เกษตร พลังงานทดแทน สาธารณสุขชนบท
ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจชุมชน (SMEs incubators)
การผลิตบัณฑิตเพื่อกลับไปพัฒนาภูมิลำเนา
การร่วมมือกับภาคีท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังปี 2547 การเปลี่ยนแปลง สถาบันราชภัฏ เป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือ การเปลี่ยนแปลงสถาบัน MIT เพื่อปวงชน เป็นวิทยาลัยครูตามเดิม โดย เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นมหาวิทยาลัย
นโยบายในยุครัฐบาลประชานิยมได้เปลี่ยนสถานะจาก “สถาบันราชภัฏ” เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” โดยอ้างว่ายกสถานะ แต่คือย้อนกลับเป็นวิทยาลัยครูตามเดิม และโดนดูถูก แม้จะใช้คำนำหน้าว่า มหาวิทยาลัย กลับไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทย ต่างจากสถาบันการศึกษาของทหาร-ตำรวจในประเทศไทย ซึ่งมีคำนำหน้าเพียงโรงเรียน แต่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย
การ รวมศูนย์งบประมาณ กลับไปที่ส่วนกลาง
การ ลดทอนการวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดนวัตกรรมในปัจจุบัน (2568)
การเปลี่ยนบทบาทของอาจารย์จาก “นักพัฒนา” เป็น “นักสอน”
ความสัมพันธ์กับท้องถิ่น ไม่เกื้อหนุนกัน สังคมไทยแตกแยก ตั้งแต่ยุครัฐบาลประชานิยม อ้างว่าชนชั้นสูงกีดกันความเจริญ ทั้งๆที่ปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลประชานิยมส่งผลให้ สถาบันราชภัฏล้าหลัง ถดถอย และ คุณภาพต่ำ
6. ประวัติ MIT: ต้นแบบของมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชน
Massachusetts Institute of Technology (MIT) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1861 เพื่อสนับสนุนการปฏิวัติอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา MIT จึงเป็นสถาบันที่ถือกำเนิดจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจและความต้องการเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสถาบันราชภัฏในประเทศไทยที่ถูกนิยามว่าเป็น “MIT ของปวงชน” ภายใต้ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy)
ชุมชน MIT ขับเคลื่อนด้วย จุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ “การสร้างโลกที่ดีขึ้นผ่านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม” สมาชิกของ MIT มีลักษณะเฉพาะคือเป็นทั้งนักประดิษฐ์ ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และผู้มีความคิดสร้างสรรค์สูง พวกเขายึดมั่นในตัวเลข แต่ก็มีจิตวิญญาณเสรี และพร้อมต้อนรับบุคคลจากทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ และทุกมุมโลก
แม้จะมีรากฐานที่เป็น “อเมริกันอย่างแท้จริง” แต่ MIT ก็เป็น “สากลอย่างแท้จริง” โดยไม่มีความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ชุมชนของ MIT ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลก และได้กลายเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงภารกิจระดับชาติ เข้ากับภารกิจเพื่อมนุษยชาติ โดยการผลิตองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งประเทศและโลก
แนวคิดนี้เป็นต้นแบบสำคัญที่ถูกประยุกต์ใช้ในการปฏิรูประบบอุดมศึกษาภูมิภาคของไทยในปี พ.ศ. 2538 ภายใต้แนวทาง “People-Based Education Institutions” หรือ “สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน” ที่มุ่งยกระดับสถาบันราชภัฏให้เป็นศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ นวัตกรรมชุมชน และการพัฒนาประเทศจากฐานราก
บรรณานุกรม (Bibliography)
Massachusetts Institute of Technology. “About the Teaching and Learning Lab.” Accessed July 11, 2025. https://tlecms.mit.edu/about.
7. สรุป (Conclusion)
บทความนี้เสนอว่า สถาบันราชภัฏในช่วงการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล มิได้เป็นเพียงการยกระดับวิทยาลัยครู แต่เป็น กลไกเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังในการสร้างความเท่าเทียมจากฐานราก โดยยึดตาม ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics Economic Philosophy) ซึ่งเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมทุนมนุษย์ และสร้างนวัตกรรมชุมชนผ่านเครือข่ายสถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (People-Based Education Institutions)
ราชภัฏถูกออกแบบให้เป็น “MIT ของปวงชน” (People’s MIT) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้ในภูมิภาค โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิศวกรรม สาธารณสุข และการประกอบการ เพื่อการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นรูปแบบมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ทั้งความเจริญทางเศรษฐกิจและความเสมอภาคทางสังคมในระยะยาว
การเปลี่ยน “สถาบันราชภัฏ” เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ในปี พ.ศ. 2547 ของรัฐบาลประชานิยม อย่างไร้วิสัยทัศน์ ทำลาย MIT เพื่อปวงชน ในฐานะสถาบันเพื่อการยกระดับชนบท ยุคอภิวัฒน์การศึกษา 2538 กลายเป็นมหาวิทยาลัยผลิตครูในรูปแบบเดิมผลงานรัฐบาลประชานิยม
ซึ่งลดทอนคุณค่าทางสถาบันของราชภัฏ และ ตัดโอกาสของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจากการเข้าถึงการศึกษาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและการพัฒนาในยุคดิจิทัล การทำลายโมเดลสุขวิชโนมิกส์ ของรัฐบาลประชานิยม ทำลายบทบาทสถาบันราชภัฏในฐานะ People’s MIT จึงเป็นการทำลายภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอย่างครอบคลุมของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21
บทสรุปเชิงวิเคราะห์
พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 คือ กฎหมายออกแบบเพื่อสร้าง “มหาวิทยาลัยเพื่อความเสมอภาค” อย่างแท้จริง
ส่วน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 คือ การย้อนสถาบันราชภัฏกลับเป็นวิทยาลัยครู ตามเดิม และโดนด้อยค่าในปัจจุบัน (2568)