ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะเป็นริดสีดวง เหมือนคนโตคนอื่นๆที่เคยได้ยินมากัน โดยเฉพาะคนโตๆ 30 ปี++
แต่ผมอายุ 17 ก็โดนเล่นเข้าให้แล้ว มันน่าจะเกิดจากที่ผมชอบนั่งชักโครกนาน
แบบไม่รู้ว่านานไหมแต่รู้ว่านาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเลย ผมโดนพ่อบ่นมาตลอด
แล้วที่บ้านก็ไม่มีใครรู้ เพราะที่บ้านผมจะมีห้องน้ำในตัวสำหรับห้องนอนของใครของมัน
พักหลังๆๆคือพอถ่ายเสร็จ มักจะแสบตรงรูทวาร เอาล่ะ....!! สัญญาณไม่ค่อยดีเริ่มเตือน
ปรึกษาพ่อว่าหนูเป็นอะไรครับ ก็เล่าๆๆให้พ่อฟัง เพราะพ่อผมเป็นหมอเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ พวกทวารหนัก อะไรพวกนั้น สรุป พ่อบอกว่าเป็นริดสีดวงทวารภายนอก (มีการเปิดให้พ่อดู) พ่อบอกว่าจะอายอะไร เห็นก้นคนมาเยอะจนเบื่อแล้ว แต่นี่ลูกไง ไม่ใช่คนอื่น มันก็เขินอ่ะ บอกไม่ถูก เห็นก้นเราแล้ว พ่อต้องเอาไปเล่าให้แม่ ให้พี่ชายฟังแน่ คือห้ามเลย บอกพ่ออย่างหนักแน่นแบบลูกผู้ชาย ไม่งั้นอายยันลูกบวชแน่ๆ5555555555555555
รับไม่ได้ๆๆๆ พ่อจะเห็นตูดผมในตอนวัยแตกหนุ่ม
ตั้งแต่เริ่มขึ้นมัธยม ไม่เคยมีใครเห็นก้นผมเลยแม้แต่คนในบ้าน ถ้าจะมีใครสักคนเห็นก้นผม คนนั้นต้องคือแฟนเท่านั้น

อาการของผม เริ่มมีปัญหากับทวารหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมลองเอามือไปลูบๆดูตรงร่อง!! เอิบ... คือมันมีตุ่มนูนเล็กๆไม่รู้เรียกว่าอะไร เหมือนหัวสิว ตุ่มแข็งมากก กดไม่เจ็บ แต่จะเจ็บเฉพาะตอนขับถ่ายบ่อยๆ หรืออึแข็ง มันจะเจ็บมาก วันไหนอึเกิน 3 รอบขึ้นไปคือเจ็บเลย แบบไม่ต้องสืบบบ
พ่อเอาอ่างอะไรสักอย่าง เป็นพลาสติกอ่างกว้างๆ ที่มันครอบบนชักโครกได้ แล้วบอกให้เอาน้ำร้อนผสมน้ำอุ่นมาแช่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเจ็บ ครั้งละ 20 นาที หรือจนกว่าน้ำจะหายอุ่น ซึ่งผมก็ทำนะ แต่ไม่ช่วยอะไร เพราะยังคงแก้นิสัยต้นเหตุจากตัวผมไม่ได้ นั่นคือการติดนิสัยนั่งไอแพดในห้องน้ำตอนอึ ไม่ดีนะครับทุกคนอย่าหาทำตาม โดนพ่อดุเลยค้าบบบบบบบ

มาถึงขั้น ต้องได้รับการรักษาสักที เพราะไม่ไหวแล้ว มันทรมานมากจริงๆ เข้าใจถึงความรู้สึกคนที่เป็นริดซี่แล้ว ว่าเป็นยังไง !!!!!! (บีบมือเบาๆ)
วันที่ผมอยากจะรักษาให้มันหายๆไปสักที แต่ยังไม่ได้บอกพ่อ ก็คิดอยู่นานว่าจะเริ่มพูดยังไง แต่ที่แน่ๆทุกครั้งที่ผมมีปัญหาไม่ว่าเรื่องอะไร ผมจะคุยกับพี่ชายตลอด แต่เรื่องนี้จะไม่ถามมันเด็ดขาด พี่ชายเรียนหมอเหมือนพ่อ เห็นบอกจะไปเรียนต่อ ออโธอะไรสักอย่างนี่แหละ คนเรียนหมอคือเหนื่อยมากจริงเห็นแล้วหมดแรงแทน มาบ่นให้ฟังตลอดว่าเหนื่อยๆๆ นอนไม่พอ บลาๆๆ แต่ก็เข้าใจนะ ส่วนผมสบายสุด แม้จะต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ ตามที่พ่อแม่หวังก็เถอะ แต่ชิวๆปล่อยจอย ทำเกรดทุกเทอมไม่ต่ำกว่า 3.7 รักษาระดับไว้ก็โอเคล่ะไม่ต้องนอยด์ตัวเอง 🤣🤣🤣
พี่ชายตอนนี้อยู่ ตจว. ทำงานใช้ทุนคืนรัฐบาล ปีหน้าก็ครบละเห็นมันบอกอยู่
ที่บ้านมีไลน์ครอบครัว แต่ก็จะมีแต่ข้อความอวดรูปอาหารมื้อเช้ามื้อค่ำ ที่ชอบถ่ายอวดมาให้ดูมากกว่า แม่ก็ส่งแต่รูปสวัสดีเกือบทุกวัน กับข่าวในติ้กตอก ไม่คุยเรื่องอื่นเลยจริงๆ แต่เวลาผมมีอะไรก็จะปรึกษาพี่ได้ตลอดแหละ เรื่องเรียนผมก็ให้พี่ช่วยบางครั้ง แต่เรื่องริดซี่นี่คือจะไม่ถามเด็ดขาด จะไม่บอกด้วย นอกจากมันคงไม่เป็นห่วงน้องชายสุดแสนน่ารักคนนี้แล้วมันคงขำให้ผมด้วยแหละนึกภาพออกเลย TT
สารภาพโรคมักง่ายนี้กับพ่อแทน ก็คุยๆๆกัน พ่อก็บ่นๆๆๆๆๆ ทนฟังหน่อยแต่ก็จริงทุกอย่างนั่นแหละ เถียงไม่ออก55555
สรุปเลยคือพ่อบอกว่า ถ้าอยากหาย ต้องเลิกนั่งส้วมนาน หนูต้องเลิกเล่นไอแพดตอนเข้าห้องน้ำ เข้าไปอึ ก็คืออึให้เสร็จ แล้วทำความสะอาด แล้วลุกออกมา อึเสร็จอย่านั่งต่อ อย่านั่งแช่ ไม่งั้นพอหาย มันก็เป็นซ้ำได้อีก !!!
หะ !!! ม่ายยยยยเจงงงงงงงงงงงงงงงงง ไม่อยากเจออีกแล้วววววว ลาก่อนเจ้าริดซี่
ที่พ่อบ่นมาทั้งหมด สารภาพว่าทำตรงกันข้ามกับที่พ่อบอกทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง ไม่ใช่โชคชะตาแต่คงเป็นเพราะทำตัวเอง
ข้ามขั้นไปตอนถึงการรักษาเลยแล้วกัน
ตอนคุยกับพ่อคือมีข้อแม้ ว่าขอการรักษาที่เจ็บน้อยที่สุด มันก็มีวิธีเดียวคือการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ โรงบาลที่พ่อทำงานทั้งรัฐกับเอกชน พ่อบอกจะผ่าตัดให้ที่โรงบาลรัฐเพราะก็มีวิธีนี้แต่พ่อเบิกอะไรได้เยอะกว่า ก็เลยเลือกรักษาให้ที่นี่ ถามแกว่าทำไมไม่ให้ลูกไปเอกชน พ่อบอกว่า...ผมพูดไม่ได้แต่พ่อบอกเหตุผลผมฟังแล้วก็อึ้งเลย นี่แหละวงการธุรกิจสินะ!!!!!
มาถึงตอนที่จะได้ขึ้นเขียง คุยกันวันนี้ วันพรุ่งนี้จับผมไปโรงบาลโดยไม่ให้ผมเตรียมใจก่อนสักอาทิตย์ แต่ก็เข้าใจว่างานพ่อคงงานเยอะอยู่แล้ว ยังต้องมาจัดการผ่าตัดริดซี่ให้ลูกตัวเองอีก ขอโทษนะครับที่ทำให้พ่อเหนื่อยใจ หลังจากนี้จะทำตามที่พ่อเตือนและพร่ำบอกประจำ
สรุปคือผมต้องไปนอนโรงบาล 1 คืนเพื่อล้างลำไส้ก่อนผ่าตัด
พ่อก็เดินเรื่องเอกสารอะไรให้แทน ผมนั่งรอในห้องพักที่แอร์เย็นอย่างกับตู้เย็นที่บ้าน จนจะหลับ สักพักพ่อก็เข้ามาบอกว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
แต่มองตาพ่อแล้วคือพ่อดูเป็นห่วงผมจริงๆแหละ จนรู้สึกผิดเลยว่าที่ผ่านมาไม่เชื่อที่พ่อเตือน พ่อบอกว่าวันนี้ต้องนอนโรงบาลที่นี่คืนนึง พักห้องพิเศษพ่อทำเรื่องไว้ให้แล้ว นี่ก็ตกใจว่าอ้าวต้องนอนด้วยเหรอ ก็ยังไม่ได้ผ่าตัดอะไร ก็เพิ่งรู้ตอนที่พ่อบอกว่ามันต้องล้างลำไส้ก่อนผ่าตัด บลาๆๆๆๆ ต้องกินยาระบาย อยู่บ้านก็มีแม่บ้านแค่คนเดียว ดูแลไม่ดีเท่าพยาบาลเห็นว่างั้น ก็เชื่อๆแกไปขี้เกียจถามเยอะ
พ่อก็บอกให้พยาบาลไปเอาอะไรไม่รู้ สักพักเดินมาถือเหยือกน้ำมาด้วย พร้อมน้ำแอปเปิ้ลมาลี1ขวด
คือหลังจากกินยาระบายแก้วนึง ให้กินน้ำแอปเปิ้ลตามอีกแก้วจะได้ไม่ฟาดคอ
แต่ผมกินไม่ได้เลยเว้ยยยยยย รสชาติยาระบายแน่เกินบรรยายมากกกก มากที่สุดด เหมือนโดนน้ำทะเลบาดลูกกะเดือกกก อ๊ากกกก ไม่ได้เลย ไม่ไหว!!!!
แล้วจะบอกว่า ไอน้ำยาระบายนี่ขมมากกก กลืนไม่ลง จนขอให้พี่พยาบาลเอาอะไรก็ได้มาผสมหน่อย
พี่พยาบาลก็เอาน้ำแอปเปิ้ลเทลงในเหยือกให้แล้วบอกว่าไม่ต้องรีบทานก็ได้เพราะให้เวลาเตรียมตัวล้างลำไส้ทั้งคืน ห๊ะ คือจะไม่ให้ผมนอนเลยหรอ พูดเหมือนกับว่าต้องถ่ายทั้งคืนอ่ะ แล้ววันนี้ผมไม่ได้กินอะไรเลย พ่อบอกงดทุกอย่าง ยกเว้นซุปน้ำใส ..... เศร้ามาก อยากกินผัดกระเพราหมูสับไข่ดาวไม่สุกมากกว่า
พี่พยาบาลก็น่ารักมาก อยู่เป็นเพื่อนตอนเรากินยา เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเรา (ญาติ) เพราะพ่อมีเคสด่วน เลยฝากให้พี่พยาบาลอยู่เป็นเพื่อนไปก่อน เพราะเพิ่งรู้ว่าพ่อโทรขอให้ลูกพี่ลูกน้องมานอนเฝ้าผมคืนนี้ ส่วนคุณแม่ผมจะมานอนเฝ้าหลังวันผ่าตัดคืนแรก
แอร์ในห้องพักพิเศษคือเย็นมาก ไม่รู้พี่พยาบาลเร่งแอร์หรือนี่คืออุณหภูมิปกติของที่โรงบาลนี้
เอาจริงปะ ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยป่วยจนต้องมานอนโรงบาลสักครั้งเลย ปวดท้องก็กินยารักษาตามอาการเอา หนักสุดก็ท้องเสียหลายรอบ กินเกลือแร่แก้ท้องเสีย มันก็หาย ที่จะต้องมาโรงบาลคือมี 1 เรื่อง คือพ่อพามาตรวจสุขภาพประจำปี ถ้าที่เคยมาก็มีแต่มาฉีดวัคซีนที่จำเป็น มีแค่นี้ พ่อให้ผมตรวจสุขภาพครั้งแรกตอนขึ้น ม.1
ทุกคนคิดเหมือนผมไหม การที่มีพยาบาลมายืนคุมเรากินยาระบาย มันเป็นอะไรที่กดดันมาก แบบไม่ชอบเลย
เหมือนพ่อให้มาคุมแทนว่าเด็กนี่จะกินยาระบายหมด ตามที่สั่งกำชับมาหรือเปล่า อะไรอย่างนั้นเลย มันอึดอัดมากจริง เหมือนพ่อจะรู้ทันทุกอย่างเลยดักทางไว้ แต่ผมก็กินหมดในเวลาไม่ถึง 5 ช.ม ฝืนๆกินให้มันจบ พี่พยาบาลก็น่ารักมากเลย คอยพูดให้กำลังใจตลอด
ผมถ่ายหนักเยอะมากๆๆ รอบหลังๆมีแต่น้ำใสๆ จนพี่พยาบาลเดินมาตรวจดู แล้วพูดว่าโอเคๆ แบบนี้น้องไม่กลัวคุณพ่อไม่บ่นแล้วค่ะ เชื่อพี่ค่ะ (ว่าซ่านนนนน!!!) (เชื่อก็ได้ครับพี่พยาบาลคนสวย)
พอโดนพูดแบบนี้เข้า ยิ่งทำให้ผมอายมาก กับการที่มีพยาบาลยืนเป็นสักขีพยาน ตอนเราโดนพ่อบ่น มันทั้งเขินทั้งอาย
**มีต่อนะครับ แบ่งทีละคอมเมนต์ เพราะข้อความจะยาวไป**
รีวิวการเป็นริดสีดวงทวารภายนอกที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับตัวเอง และคนที่รักษาให้ก็คือพ่อผู้บังเกิดเกล้าของผมเอง!!!!!!
แต่ผมอายุ 17 ก็โดนเล่นเข้าให้แล้ว มันน่าจะเกิดจากที่ผมชอบนั่งชักโครกนาน
แบบไม่รู้ว่านานไหมแต่รู้ว่านาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเลย ผมโดนพ่อบ่นมาตลอด
แล้วที่บ้านก็ไม่มีใครรู้ เพราะที่บ้านผมจะมีห้องน้ำในตัวสำหรับห้องนอนของใครของมัน
พักหลังๆๆคือพอถ่ายเสร็จ มักจะแสบตรงรูทวาร เอาล่ะ....!! สัญญาณไม่ค่อยดีเริ่มเตือน
ปรึกษาพ่อว่าหนูเป็นอะไรครับ ก็เล่าๆๆให้พ่อฟัง เพราะพ่อผมเป็นหมอเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ พวกทวารหนัก อะไรพวกนั้น สรุป พ่อบอกว่าเป็นริดสีดวงทวารภายนอก (มีการเปิดให้พ่อดู) พ่อบอกว่าจะอายอะไร เห็นก้นคนมาเยอะจนเบื่อแล้ว แต่นี่ลูกไง ไม่ใช่คนอื่น มันก็เขินอ่ะ บอกไม่ถูก เห็นก้นเราแล้ว พ่อต้องเอาไปเล่าให้แม่ ให้พี่ชายฟังแน่ คือห้ามเลย บอกพ่ออย่างหนักแน่นแบบลูกผู้ชาย ไม่งั้นอายยันลูกบวชแน่ๆ5555555555555555
รับไม่ได้ๆๆๆ พ่อจะเห็นตูดผมในตอนวัยแตกหนุ่ม
ตั้งแต่เริ่มขึ้นมัธยม ไม่เคยมีใครเห็นก้นผมเลยแม้แต่คนในบ้าน ถ้าจะมีใครสักคนเห็นก้นผม คนนั้นต้องคือแฟนเท่านั้น
อาการของผม เริ่มมีปัญหากับทวารหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมลองเอามือไปลูบๆดูตรงร่อง!! เอิบ... คือมันมีตุ่มนูนเล็กๆไม่รู้เรียกว่าอะไร เหมือนหัวสิว ตุ่มแข็งมากก กดไม่เจ็บ แต่จะเจ็บเฉพาะตอนขับถ่ายบ่อยๆ หรืออึแข็ง มันจะเจ็บมาก วันไหนอึเกิน 3 รอบขึ้นไปคือเจ็บเลย แบบไม่ต้องสืบบบ
พ่อเอาอ่างอะไรสักอย่าง เป็นพลาสติกอ่างกว้างๆ ที่มันครอบบนชักโครกได้ แล้วบอกให้เอาน้ำร้อนผสมน้ำอุ่นมาแช่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเจ็บ ครั้งละ 20 นาที หรือจนกว่าน้ำจะหายอุ่น ซึ่งผมก็ทำนะ แต่ไม่ช่วยอะไร เพราะยังคงแก้นิสัยต้นเหตุจากตัวผมไม่ได้ นั่นคือการติดนิสัยนั่งไอแพดในห้องน้ำตอนอึ ไม่ดีนะครับทุกคนอย่าหาทำตาม โดนพ่อดุเลยค้าบบบบบบบ
มาถึงขั้น ต้องได้รับการรักษาสักที เพราะไม่ไหวแล้ว มันทรมานมากจริงๆ เข้าใจถึงความรู้สึกคนที่เป็นริดซี่แล้ว ว่าเป็นยังไง !!!!!! (บีบมือเบาๆ)
วันที่ผมอยากจะรักษาให้มันหายๆไปสักที แต่ยังไม่ได้บอกพ่อ ก็คิดอยู่นานว่าจะเริ่มพูดยังไง แต่ที่แน่ๆทุกครั้งที่ผมมีปัญหาไม่ว่าเรื่องอะไร ผมจะคุยกับพี่ชายตลอด แต่เรื่องนี้จะไม่ถามมันเด็ดขาด พี่ชายเรียนหมอเหมือนพ่อ เห็นบอกจะไปเรียนต่อ ออโธอะไรสักอย่างนี่แหละ คนเรียนหมอคือเหนื่อยมากจริงเห็นแล้วหมดแรงแทน มาบ่นให้ฟังตลอดว่าเหนื่อยๆๆ นอนไม่พอ บลาๆๆ แต่ก็เข้าใจนะ ส่วนผมสบายสุด แม้จะต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ ตามที่พ่อแม่หวังก็เถอะ แต่ชิวๆปล่อยจอย ทำเกรดทุกเทอมไม่ต่ำกว่า 3.7 รักษาระดับไว้ก็โอเคล่ะไม่ต้องนอยด์ตัวเอง 🤣🤣🤣
พี่ชายตอนนี้อยู่ ตจว. ทำงานใช้ทุนคืนรัฐบาล ปีหน้าก็ครบละเห็นมันบอกอยู่
ที่บ้านมีไลน์ครอบครัว แต่ก็จะมีแต่ข้อความอวดรูปอาหารมื้อเช้ามื้อค่ำ ที่ชอบถ่ายอวดมาให้ดูมากกว่า แม่ก็ส่งแต่รูปสวัสดีเกือบทุกวัน กับข่าวในติ้กตอก ไม่คุยเรื่องอื่นเลยจริงๆ แต่เวลาผมมีอะไรก็จะปรึกษาพี่ได้ตลอดแหละ เรื่องเรียนผมก็ให้พี่ช่วยบางครั้ง แต่เรื่องริดซี่นี่คือจะไม่ถามเด็ดขาด จะไม่บอกด้วย นอกจากมันคงไม่เป็นห่วงน้องชายสุดแสนน่ารักคนนี้แล้วมันคงขำให้ผมด้วยแหละนึกภาพออกเลย TT
สารภาพโรคมักง่ายนี้กับพ่อแทน ก็คุยๆๆกัน พ่อก็บ่นๆๆๆๆๆ ทนฟังหน่อยแต่ก็จริงทุกอย่างนั่นแหละ เถียงไม่ออก55555
สรุปเลยคือพ่อบอกว่า ถ้าอยากหาย ต้องเลิกนั่งส้วมนาน หนูต้องเลิกเล่นไอแพดตอนเข้าห้องน้ำ เข้าไปอึ ก็คืออึให้เสร็จ แล้วทำความสะอาด แล้วลุกออกมา อึเสร็จอย่านั่งต่อ อย่านั่งแช่ ไม่งั้นพอหาย มันก็เป็นซ้ำได้อีก !!!
หะ !!! ม่ายยยยยเจงงงงงงงงงงงงงงงงง ไม่อยากเจออีกแล้วววววว ลาก่อนเจ้าริดซี่
ที่พ่อบ่นมาทั้งหมด สารภาพว่าทำตรงกันข้ามกับที่พ่อบอกทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง ไม่ใช่โชคชะตาแต่คงเป็นเพราะทำตัวเอง
ข้ามขั้นไปตอนถึงการรักษาเลยแล้วกัน
ตอนคุยกับพ่อคือมีข้อแม้ ว่าขอการรักษาที่เจ็บน้อยที่สุด มันก็มีวิธีเดียวคือการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ โรงบาลที่พ่อทำงานทั้งรัฐกับเอกชน พ่อบอกจะผ่าตัดให้ที่โรงบาลรัฐเพราะก็มีวิธีนี้แต่พ่อเบิกอะไรได้เยอะกว่า ก็เลยเลือกรักษาให้ที่นี่ ถามแกว่าทำไมไม่ให้ลูกไปเอกชน พ่อบอกว่า...ผมพูดไม่ได้แต่พ่อบอกเหตุผลผมฟังแล้วก็อึ้งเลย นี่แหละวงการธุรกิจสินะ!!!!!
มาถึงตอนที่จะได้ขึ้นเขียง คุยกันวันนี้ วันพรุ่งนี้จับผมไปโรงบาลโดยไม่ให้ผมเตรียมใจก่อนสักอาทิตย์ แต่ก็เข้าใจว่างานพ่อคงงานเยอะอยู่แล้ว ยังต้องมาจัดการผ่าตัดริดซี่ให้ลูกตัวเองอีก ขอโทษนะครับที่ทำให้พ่อเหนื่อยใจ หลังจากนี้จะทำตามที่พ่อเตือนและพร่ำบอกประจำ
สรุปคือผมต้องไปนอนโรงบาล 1 คืนเพื่อล้างลำไส้ก่อนผ่าตัด
พ่อก็เดินเรื่องเอกสารอะไรให้แทน ผมนั่งรอในห้องพักที่แอร์เย็นอย่างกับตู้เย็นที่บ้าน จนจะหลับ สักพักพ่อก็เข้ามาบอกว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้
แต่มองตาพ่อแล้วคือพ่อดูเป็นห่วงผมจริงๆแหละ จนรู้สึกผิดเลยว่าที่ผ่านมาไม่เชื่อที่พ่อเตือน พ่อบอกว่าวันนี้ต้องนอนโรงบาลที่นี่คืนนึง พักห้องพิเศษพ่อทำเรื่องไว้ให้แล้ว นี่ก็ตกใจว่าอ้าวต้องนอนด้วยเหรอ ก็ยังไม่ได้ผ่าตัดอะไร ก็เพิ่งรู้ตอนที่พ่อบอกว่ามันต้องล้างลำไส้ก่อนผ่าตัด บลาๆๆๆๆ ต้องกินยาระบาย อยู่บ้านก็มีแม่บ้านแค่คนเดียว ดูแลไม่ดีเท่าพยาบาลเห็นว่างั้น ก็เชื่อๆแกไปขี้เกียจถามเยอะ
พ่อก็บอกให้พยาบาลไปเอาอะไรไม่รู้ สักพักเดินมาถือเหยือกน้ำมาด้วย พร้อมน้ำแอปเปิ้ลมาลี1ขวด
คือหลังจากกินยาระบายแก้วนึง ให้กินน้ำแอปเปิ้ลตามอีกแก้วจะได้ไม่ฟาดคอ
แต่ผมกินไม่ได้เลยเว้ยยยยยย รสชาติยาระบายแน่เกินบรรยายมากกกก มากที่สุดด เหมือนโดนน้ำทะเลบาดลูกกะเดือกกก อ๊ากกกก ไม่ได้เลย ไม่ไหว!!!!
แล้วจะบอกว่า ไอน้ำยาระบายนี่ขมมากกก กลืนไม่ลง จนขอให้พี่พยาบาลเอาอะไรก็ได้มาผสมหน่อย
พี่พยาบาลก็เอาน้ำแอปเปิ้ลเทลงในเหยือกให้แล้วบอกว่าไม่ต้องรีบทานก็ได้เพราะให้เวลาเตรียมตัวล้างลำไส้ทั้งคืน ห๊ะ คือจะไม่ให้ผมนอนเลยหรอ พูดเหมือนกับว่าต้องถ่ายทั้งคืนอ่ะ แล้ววันนี้ผมไม่ได้กินอะไรเลย พ่อบอกงดทุกอย่าง ยกเว้นซุปน้ำใส ..... เศร้ามาก อยากกินผัดกระเพราหมูสับไข่ดาวไม่สุกมากกว่า
พี่พยาบาลก็น่ารักมาก อยู่เป็นเพื่อนตอนเรากินยา เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเรา (ญาติ) เพราะพ่อมีเคสด่วน เลยฝากให้พี่พยาบาลอยู่เป็นเพื่อนไปก่อน เพราะเพิ่งรู้ว่าพ่อโทรขอให้ลูกพี่ลูกน้องมานอนเฝ้าผมคืนนี้ ส่วนคุณแม่ผมจะมานอนเฝ้าหลังวันผ่าตัดคืนแรก
แอร์ในห้องพักพิเศษคือเย็นมาก ไม่รู้พี่พยาบาลเร่งแอร์หรือนี่คืออุณหภูมิปกติของที่โรงบาลนี้
เอาจริงปะ ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยป่วยจนต้องมานอนโรงบาลสักครั้งเลย ปวดท้องก็กินยารักษาตามอาการเอา หนักสุดก็ท้องเสียหลายรอบ กินเกลือแร่แก้ท้องเสีย มันก็หาย ที่จะต้องมาโรงบาลคือมี 1 เรื่อง คือพ่อพามาตรวจสุขภาพประจำปี ถ้าที่เคยมาก็มีแต่มาฉีดวัคซีนที่จำเป็น มีแค่นี้ พ่อให้ผมตรวจสุขภาพครั้งแรกตอนขึ้น ม.1
ทุกคนคิดเหมือนผมไหม การที่มีพยาบาลมายืนคุมเรากินยาระบาย มันเป็นอะไรที่กดดันมาก แบบไม่ชอบเลย
เหมือนพ่อให้มาคุมแทนว่าเด็กนี่จะกินยาระบายหมด ตามที่สั่งกำชับมาหรือเปล่า อะไรอย่างนั้นเลย มันอึดอัดมากจริง เหมือนพ่อจะรู้ทันทุกอย่างเลยดักทางไว้ แต่ผมก็กินหมดในเวลาไม่ถึง 5 ช.ม ฝืนๆกินให้มันจบ พี่พยาบาลก็น่ารักมากเลย คอยพูดให้กำลังใจตลอด
ผมถ่ายหนักเยอะมากๆๆ รอบหลังๆมีแต่น้ำใสๆ จนพี่พยาบาลเดินมาตรวจดู แล้วพูดว่าโอเคๆ แบบนี้น้องไม่กลัวคุณพ่อไม่บ่นแล้วค่ะ เชื่อพี่ค่ะ (ว่าซ่านนนนน!!!) (เชื่อก็ได้ครับพี่พยาบาลคนสวย)
พอโดนพูดแบบนี้เข้า ยิ่งทำให้ผมอายมาก กับการที่มีพยาบาลยืนเป็นสักขีพยาน ตอนเราโดนพ่อบ่น มันทั้งเขินทั้งอาย
**มีต่อนะครับ แบ่งทีละคอมเมนต์ เพราะข้อความจะยาวไป**