อ้างอิงถึงกระทู้ "เมื่อฉันเป็นกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (Bell Palsy) มาให้กำลังใจและแนะนำคนที่เป็นอยู่นะคะ" ใครสนใจอยากรักษาให้หายขาด รีบเข้าไปอ่านวิธีการบำบัดรักษาได้ที่
https://pantip.com/topic/43247192
***ขอบคุณกำลังใจทุกท่านมากๆนะคะ เราหายเรียบร้อยแล้วนะคะ เลยอยากเขียนกระทู้มาเพื่อแชร์วิธีการดูแลรักษาให้หายได้ค่ะ
หลังจากทราบว่าเป็นกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (ใครๆก็บอกว่าไม่ใช่ อัมพฤกษ์ เรียกอัมพาต พูดน่ากลัวจริงแหะ ยังจำฝังใจ) เราก็โดนหมอสั่งไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 สิ่งที่พบคือเราเป็นไขมันในเลือดสูงค่ะ แต่ที่โรงพยาบาลประกันสังคมที่ส่งไปไม่ได้ตรวจเบาหวาน หรือเจาะปลายนิ้ว นอกนั้นน่าจะทำหมด ไม่มี Glucose หรือ Protein รั่วออกทางปัสสาวะ เลยคิดว่าเบาหวานรอดไปก่อน แต่ปกติมีความเสี่ยงเคยตรวจปลายนิ้วได้ 107 เลยแอบกลัวนิดหน่อย ความดันปกติ ผลตรวจไขมันที่ได้ตรวจมีแค่ 2 ตัวคือ คอลเลสเตอรอล และไขมันดี
- Total Cholesterol 257 (ควรอยู่ที่ 0-199)
- HDL Cholesterol 50 (ควรอยู่ระหว่าง 41-200, ผู้ชายไม่ควรต่ำกว่า 40 / ผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่า 50)
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนักที่สูงสุดในชีวิต ประมาณ 67.5 กิโลกรัม / น้ำหนักช่วงนั้นประมาณ 65.5 กิโลกรัม
- FBS (การเจาะวัดเบาหวานที่ปลายนิ้ว) เพิ่มเติมจากที่เคยเจาะได้ 107 และเจาะหลังอาหารครึ่งชม.เอง ได้ 246
เมื่อผลตรวจออกมาแบบนี้ ก็โดนทานยา Simvastatin 40mg. ค่ะ (หมอคะไม่ทานได้ไหมคะ เดี๋ยวปรับพฤติกรรมเอาค่ะ น้ำหนักก็ลดลงมาแล้วตั้ง 4 กิโลกรัมในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา) สรุปหมอบอกเธอมีความเสี่ยงเพราะหน้าเธอเบี้ยวมาก่อนดังนั้นต้องทาน เดี๋ยวอีก 6 เดือนค่อยมาเจาะเลือดตรวจแล้วตัดสินใจอีกที หลังจากนั้นเราก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาตลอด โดยการเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา
1. วันจันทร์ - ศุกร์ / วันทำงาน
ช่วงเช้า - เราจะเปลี่ยนการทำ if เช้า ที่เริ่มทานอาหารตอนเที่ยง (จริงๆเราจะไม่ได้ทานอะไรตอนเช้าอยู่แล้ว ชินตั้งแต่เด็ก) เราก็เปลี่ยนเป็นทานไข่ลวกสุก ไม่ดิบ ไม่ถึงกับไข่ต้ม เพราะไม่ชอบมันแห้ง) โดยเริ่มจาก 3 ฟอง แต่ด้วยทั้งทฤษฎีบางหมอว่ามีคอเลสเตอรอล ทั้งการสิ้นเปลืองเงิน หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน เราก็เปลี่ยนเป็นทานวันละ 2 ฟอง ถ้าวันไหนมีทุเรียน เราจะทานกับทุเรียนด้วย
อาหารกลางวันเราจะทานอาหารที่ไม่ใช้น้ำมัน ถ้าผัดใส่น้ำแทน ไม่ทานอาหารที่ต้องใช้น้ำมัน งดน้ำมัน งดอาหารแปรรูป งดอาหารทะเล เน้นทานปลา โดยเฉพาะปลาทะเล เน้นผัก งดของหมักดอง งดอาหารที่มีกะทิ งดขนมปังขัดขาว เบเกอร์รี่ งดมายองเนส งดชีส ทานโฮลวีสแทน บางวันมีโผล่ไข่มาเพิ่มอีก 1-2ฟอง
ช่วงบ่ายทานผลไม้ 2-3 อย่าง อะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นพวก อโวคาโด้ แอปเปิ้ล จะดีค่ะ
ตอนค่ำกลับถึงบ้านก็จะมาออกกำลังกายวันละ 30-45 นาทีทุกวัน เน้นคาดิโอ เวทเทรนนิ่ง เราไม่เน้นออกนานมาก ขี้เกียจ แต่ก็ทำเป็นวินัย ทำทุกวัน หนักบ้าง เบาบ้างแล้วแต่วัน นอกจากมีแขกมา หรือติดธุระจึงจะไม่ออกกำลังกาย
หลังออกกำลังกายประมาณ 2-3 ทุ่ม เราก็ทำ if เย็น ไม่ทานอะไร แรกๆ เคยทานเยอะมากทั้งอาหารเย็น และขนมจุกจิก ตอนนี้เราก็เปลี่ยนเป็นซื้อถั่วแอลมอนด์ ถั่วต้มอบกระเทียม ถั่วแระญี่ปุ่น พวกเมล็ดแตงโม หรือเคี้ยวธัญพืชอบกรอบพวกนี้มาทานแทน ทานจนมันเริ่มเบื่อ มันจะลดปริมาณ และเลิกทานไปในที่สุด ทุกวันนี้ตอนเย็นไม่ได้ทานแล้ว แต่มีบ้างที่โหย หรือรู้สึกอยากทานของหวาน อาจจะกินทุเรียนสักเม็ด ตอนนี้ไม่ได้แตะพวกช็อคโกแลต หรือขนมหวานใดๆ
2. วันเสาร์ - อาทิตย์ / วันหยุด
ช่วงเช้า - เราจะทำ if ไม่ทานอะไร รอทานทีเดียวตอนประมาณใกล้เที่ยง วันไหนสะดวกเราออกกำลังกายก่อนเลย เพราะการออกกำลังกายตอนท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีน้ำตาลใช้ จะเน้นใช้ไขมันเราค่ะ
ช่วงเที่ยง - บ่าย เราก็อาจจะทานไปเรื่อย ทั้งไอติม
ช่วงเย็น - ไม่ทานอะไรเลย / ถ้าเช้าไม่ได้ออก เย็นจะต้องออกกำลังกาย
หลังจากนั้นอีกประมาณ 1-2 เดือนถัดไป ก็มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เราเป็นคนชอบทานข้าวโพดมากๆ เราทานข้าวตอนใกล้เที่ยงไป ทานข้าวโพดข้าวเหนียวไปประมาณ 3 ฝัก แค่นั้น แต่พอดีพี่สะใภ้เราชวนเจาะเลือดตรวจเบาหวานหลังจากผ่านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าขึ้นมา 246 ทุกคนงง เพราะว่าคนเป็นเบาหวานแบบไม่ได้ทานยา และแฟนเราคนที่กินข้าวมา + Spy 3 ขวด + เค้กอีก 1 ก้อน วัดขึ้นมาได้แค่ 116 และซึ่งเรามีความเสี่ยงอยู่แล้ว พอผ่านไป 15 นาทีเจาะใหม่ ก็ยังอยู่ที่ประมาณ 200
เป็นวันที่เราต้องน้ำตาไหลอีก แบบว่าเห้อเซง ลดมาทุกอย่างละ ยังต้องมาลดของหวาน ของชอบอีก แต่สุดท้ายเราก็ทำใจยอมรับมันได้ ก็มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ โดยงดของหวานทุกชนิด รวมถึงไอติมด้วย แต่ๆๆ มันมีทางออกทุกปัญหา เราปรับจนไม่เครียด และยังได้กินของอร่อย เราดูคลิป อ่านบทความคนที่เป็นเบาหวานจนคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นปัญหา เราเริ่มปรับพฤติกรรมการทานของเราใหม่ คล้ายแบบเดิม เพิ่มเติมคือลดน้ำตาล
- อาหารทุกอย่างที่ทำเองจะไม่ใส่น้ำตาล (ยกเว้นบางมื้อที่ต้องทานนอกบ้าน) ไม่แนะนำให้ใช้หญ้าหวานแทน ไม่ใช่เพราะว่าทานไม่ดี แต่เราจะติดหวานเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิมได้ จึงไม่ใช่วิธีที่ดี ควรจะค่อยๆลดความหวานลงเองตามธรรมชาติของร่างกาย
- เบเกอร์รี่ ขนมปังขัดขาว ไม่ได้ทานอยู่แล้วเพราะต้องควบคุมไขมันในเลือด ทานเป็นขนมปังโฮลวีสแทน
- แรกๆ เราลดขนมหวานทุกชนิดที่มีกะทิ แต่ไปๆมาๆ ก็พบว่าทานกะทิก็มีข้อดี ดังนั้นเราก็ทานให้น้อย แต่ก็ทานบ้าง รวมถึงขนมจีนน้ำยา ที่เราใส่กะทิลงไปนิดเดียว และไม่ค่อยได้กินขนมจีน เพราะเป็นของแปรรูป นอกจากเลี่ยงไม่ได้ถึงทาน ปกติจะทานกับข้าวแทน
- ข้าวที่บ้านปกติเราทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาเรื่องลดข้าวขาว เว้นแต่จำเป็นต้องทานข้างนอก
- ผลไม้ที่มีความหวานทุกอย่างเราไม่ได้งดนะคะ ยังทานอยู่ปกติ ถ้าเราไปทำงานเราก็ทานอยู่แล้ว ถ้าเราหยุด เราจะทานหลังอาหาร หรือก่อนอาหาร แต่กรุ๊ปรวมอยู่ในมื้อค่ะ ไม่ทานจุกจิกระหว่างมื้อ โดยเฉพาะทุเรียนเราก็ทานเป็นปกติ เราติดตามหมอแบงก์ และเชื่อว่าการทานอาหารต้นทางนอกจากอร่อยแล้ว ยังได้คุณค่าวิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย
- ที่กล่าวมาข้างต้น เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีนอกลู่นอกทางบ้าง เราจะให้มันนอกลู่ได้อย่างมากอาทิตย์ละครั้ง เช่นอยากกินอาหารนอกบ้านบ้าง ซูชิ มายองเนสฉ่ำๆ หรืออะไรก็ได้ที่อยากทานได้แค่อาทิตย์ละมื้อ นอกนั้นก็ทำให้อยู่ในวินัย และออกกำลังกาย
วันที่ 15 มิถุนายน 2568 มาดูผลตรวจเมื่อผ่านไป 4 เดือนกันค่ะ เราเสียเงินตรวจเพิ่มเอง แต่คนละโรงพยาบาลกัน และไม่ได้พบหมอที่นั่น เราไม่อยากรอ 6 เดือนอย่างที่หมอประกันสังคมบอก และเราอยากรู้ว่าเรามาถูกทางไหม ประกันสังคมของเราเขาไม่ให้ตรวจก่อน 6 เดือนค่ะ และเราไม่อยากทานยาโดสเยอะ เพราะเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงเยอะมาก จะได้เอาผลไปยื่นกับหมอ โดยงวดนี้เราตรวจไขมันทั้ง 4 ตัว + กับตรวจเบาหวานแบบ HbA1c เพื่อจะได้รู้ว่าเราเป็นหรือเปล่า เราคิดว่าเรื่องเบาหวานเรามีความเสี่ยงมาก แต่เราอาจจะไม่ได้เป็นเพราะเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทัน
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 58 กิโลกรัม (ลดมาได้ 9.5 โลแล้วนะ ณ วันตรวจ)
- HbA1c 5.5 (รอดค่ะ หมอบอกต้อง 7 เราเอากลับไปให้หมอประกันสังคมดูค่ะ)
- Total Cholesterol 139 (ควรอยู่ที่ 0-200)
- Triglyceride 58 (ควรอยู่ที่ 0-150)
- HDL-Cholesterol 48 (ควรอยู่ระหว่าง 41-200, ผู้ชายไม่ควรต่ำกว่า 40 / ผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่า 50)
- LDL-Cholesterol 81 (ควรอยู่ที่ 0-130)
เอาผลที่ได้กลับไปหาหมอ หมอบอกว่าผมตั้งเป้าคุณไว้ที่ LDL-Cholesterol 70 นะ แต่ผลก็ถือว่าดี ลดยาไปครึ่งเม็ดละกัน (ตกใจหมอแป๊บ) คิดว่าผลจะดี เหมือนไม่ดี หรือยังดีไม่พอ สุดท้ายก็ได้ทานยาเหมือนเดิม แค่ลดลงมาจาก 40mg. เป็น 20mg.
เดี๋ยวรอตรวจเลือดรอบ 2 จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะว่าผลจะดีขึ้นหรือเปล่า เพราะตอนนี้เริ่มจะทานของไม่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นแล้ว แต่อาทิตย์ละ 1-2มื้อ และยังมีวินัยลดอาหารเย็น และออกกำลังกายอยู่ เริ่มกินพวกหมู 3 ชั้น หรือน้ำมันหมู น้ำมันรำข้าวดู และมีบ้างที่ผมร่วง เลยทานยาลดลง
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 มาตรวจเลือดแล้วไม่ดีขึ้นค่ะ อาจจะเพราะว่าเราได้ทานพวกไขมันเพิ่มหรือเปล่า เช่นหมู3ชั้นบ้าง น้ำมันรำข้าวเวลาผัด แต่ทานปลาน้อยลงบ้างเพราะเริ่มเบื่อ ไปตรวจประกันสังคมได้ตรวจแค่ค่าเดียว ดังนี้
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 57 กิโลกรัม (ลดมาเพิ่มอีก 1 กิโลกรัม ณ วันตรวจ)
- LDL-Cholesterol 93 (ควรอยู่ที่ 0-130) ขึ้นมาจากคราวก่อนนิดหน่อย แต่หมอตั้งเป้าไว้ที่ 70
หมอให้ทานยา simvastatin 20mg ต่อไป เพราะว่าผลยังไม่ได้ 70 ตามเป้า เฮ้อ ท้อเหมือนกันค่ะ แต่ก็คิดว่าจะไม่ทานยาต่อ หรือทานบ้างเป็นครั้งคราว เพราะว่าผมร่วงค่ะ แต่หมอบอกว่าไม่เกี่ยว แต่เราลดยาจาก 40mg มาเหลือ 20mg ก็ดีขึ้นนะคะ ส่วนตับหมอก็บอกไม่เป็นไรหรอกถ้าเป็นเป็นตั้งแต่เดือนแรกแล้ว อีกอย่างคนอื่นก็ทานตลอดชีวิตก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่จะรู้ได้ไงว่าจะเป็นไหมในเมื่อไม่ได้ตรวจ หรือต้องรออาการออก 555 หรือต้องรอผลวิจัยที่อาจจะมีในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
รออีก 6 เดือนไปตรวจใหม่ ดูว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยจะไม่ทานยาดู ดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหม ยังไงจะมาอัพเดตให้ฟังอีกทีค่ะ
เมื่อเป็นกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (Bell Palsy) จึงตรวจพบว่าเป็นไขมันในเลือดสูง พร้อมวิธีการดูแลตัวเอง
***ขอบคุณกำลังใจทุกท่านมากๆนะคะ เราหายเรียบร้อยแล้วนะคะ เลยอยากเขียนกระทู้มาเพื่อแชร์วิธีการดูแลรักษาให้หายได้ค่ะ
หลังจากทราบว่าเป็นกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (ใครๆก็บอกว่าไม่ใช่ อัมพฤกษ์ เรียกอัมพาต พูดน่ากลัวจริงแหะ ยังจำฝังใจ) เราก็โดนหมอสั่งไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 สิ่งที่พบคือเราเป็นไขมันในเลือดสูงค่ะ แต่ที่โรงพยาบาลประกันสังคมที่ส่งไปไม่ได้ตรวจเบาหวาน หรือเจาะปลายนิ้ว นอกนั้นน่าจะทำหมด ไม่มี Glucose หรือ Protein รั่วออกทางปัสสาวะ เลยคิดว่าเบาหวานรอดไปก่อน แต่ปกติมีความเสี่ยงเคยตรวจปลายนิ้วได้ 107 เลยแอบกลัวนิดหน่อย ความดันปกติ ผลตรวจไขมันที่ได้ตรวจมีแค่ 2 ตัวคือ คอลเลสเตอรอล และไขมันดี
- Total Cholesterol 257 (ควรอยู่ที่ 0-199)
- HDL Cholesterol 50 (ควรอยู่ระหว่าง 41-200, ผู้ชายไม่ควรต่ำกว่า 40 / ผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่า 50)
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนักที่สูงสุดในชีวิต ประมาณ 67.5 กิโลกรัม / น้ำหนักช่วงนั้นประมาณ 65.5 กิโลกรัม
- FBS (การเจาะวัดเบาหวานที่ปลายนิ้ว) เพิ่มเติมจากที่เคยเจาะได้ 107 และเจาะหลังอาหารครึ่งชม.เอง ได้ 246
เมื่อผลตรวจออกมาแบบนี้ ก็โดนทานยา Simvastatin 40mg. ค่ะ (หมอคะไม่ทานได้ไหมคะ เดี๋ยวปรับพฤติกรรมเอาค่ะ น้ำหนักก็ลดลงมาแล้วตั้ง 4 กิโลกรัมในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา) สรุปหมอบอกเธอมีความเสี่ยงเพราะหน้าเธอเบี้ยวมาก่อนดังนั้นต้องทาน เดี๋ยวอีก 6 เดือนค่อยมาเจาะเลือดตรวจแล้วตัดสินใจอีกที หลังจากนั้นเราก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาตลอด โดยการเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา
1. วันจันทร์ - ศุกร์ / วันทำงาน
ช่วงเช้า - เราจะเปลี่ยนการทำ if เช้า ที่เริ่มทานอาหารตอนเที่ยง (จริงๆเราจะไม่ได้ทานอะไรตอนเช้าอยู่แล้ว ชินตั้งแต่เด็ก) เราก็เปลี่ยนเป็นทานไข่ลวกสุก ไม่ดิบ ไม่ถึงกับไข่ต้ม เพราะไม่ชอบมันแห้ง) โดยเริ่มจาก 3 ฟอง แต่ด้วยทั้งทฤษฎีบางหมอว่ามีคอเลสเตอรอล ทั้งการสิ้นเปลืองเงิน หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน เราก็เปลี่ยนเป็นทานวันละ 2 ฟอง ถ้าวันไหนมีทุเรียน เราจะทานกับทุเรียนด้วย
อาหารกลางวันเราจะทานอาหารที่ไม่ใช้น้ำมัน ถ้าผัดใส่น้ำแทน ไม่ทานอาหารที่ต้องใช้น้ำมัน งดน้ำมัน งดอาหารแปรรูป งดอาหารทะเล เน้นทานปลา โดยเฉพาะปลาทะเล เน้นผัก งดของหมักดอง งดอาหารที่มีกะทิ งดขนมปังขัดขาว เบเกอร์รี่ งดมายองเนส งดชีส ทานโฮลวีสแทน บางวันมีโผล่ไข่มาเพิ่มอีก 1-2ฟอง
ช่วงบ่ายทานผลไม้ 2-3 อย่าง อะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นพวก อโวคาโด้ แอปเปิ้ล จะดีค่ะ
ตอนค่ำกลับถึงบ้านก็จะมาออกกำลังกายวันละ 30-45 นาทีทุกวัน เน้นคาดิโอ เวทเทรนนิ่ง เราไม่เน้นออกนานมาก ขี้เกียจ แต่ก็ทำเป็นวินัย ทำทุกวัน หนักบ้าง เบาบ้างแล้วแต่วัน นอกจากมีแขกมา หรือติดธุระจึงจะไม่ออกกำลังกาย
หลังออกกำลังกายประมาณ 2-3 ทุ่ม เราก็ทำ if เย็น ไม่ทานอะไร แรกๆ เคยทานเยอะมากทั้งอาหารเย็น และขนมจุกจิก ตอนนี้เราก็เปลี่ยนเป็นซื้อถั่วแอลมอนด์ ถั่วต้มอบกระเทียม ถั่วแระญี่ปุ่น พวกเมล็ดแตงโม หรือเคี้ยวธัญพืชอบกรอบพวกนี้มาทานแทน ทานจนมันเริ่มเบื่อ มันจะลดปริมาณ และเลิกทานไปในที่สุด ทุกวันนี้ตอนเย็นไม่ได้ทานแล้ว แต่มีบ้างที่โหย หรือรู้สึกอยากทานของหวาน อาจจะกินทุเรียนสักเม็ด ตอนนี้ไม่ได้แตะพวกช็อคโกแลต หรือขนมหวานใดๆ
2. วันเสาร์ - อาทิตย์ / วันหยุด
ช่วงเช้า - เราจะทำ if ไม่ทานอะไร รอทานทีเดียวตอนประมาณใกล้เที่ยง วันไหนสะดวกเราออกกำลังกายก่อนเลย เพราะการออกกำลังกายตอนท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีน้ำตาลใช้ จะเน้นใช้ไขมันเราค่ะ
ช่วงเที่ยง - บ่าย เราก็อาจจะทานไปเรื่อย ทั้งไอติม
ช่วงเย็น - ไม่ทานอะไรเลย / ถ้าเช้าไม่ได้ออก เย็นจะต้องออกกำลังกาย
หลังจากนั้นอีกประมาณ 1-2 เดือนถัดไป ก็มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เราเป็นคนชอบทานข้าวโพดมากๆ เราทานข้าวตอนใกล้เที่ยงไป ทานข้าวโพดข้าวเหนียวไปประมาณ 3 ฝัก แค่นั้น แต่พอดีพี่สะใภ้เราชวนเจาะเลือดตรวจเบาหวานหลังจากผ่านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าขึ้นมา 246 ทุกคนงง เพราะว่าคนเป็นเบาหวานแบบไม่ได้ทานยา และแฟนเราคนที่กินข้าวมา + Spy 3 ขวด + เค้กอีก 1 ก้อน วัดขึ้นมาได้แค่ 116 และซึ่งเรามีความเสี่ยงอยู่แล้ว พอผ่านไป 15 นาทีเจาะใหม่ ก็ยังอยู่ที่ประมาณ 200
เป็นวันที่เราต้องน้ำตาไหลอีก แบบว่าเห้อเซง ลดมาทุกอย่างละ ยังต้องมาลดของหวาน ของชอบอีก แต่สุดท้ายเราก็ทำใจยอมรับมันได้ ก็มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ โดยงดของหวานทุกชนิด รวมถึงไอติมด้วย แต่ๆๆ มันมีทางออกทุกปัญหา เราปรับจนไม่เครียด และยังได้กินของอร่อย เราดูคลิป อ่านบทความคนที่เป็นเบาหวานจนคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นปัญหา เราเริ่มปรับพฤติกรรมการทานของเราใหม่ คล้ายแบบเดิม เพิ่มเติมคือลดน้ำตาล
- อาหารทุกอย่างที่ทำเองจะไม่ใส่น้ำตาล (ยกเว้นบางมื้อที่ต้องทานนอกบ้าน) ไม่แนะนำให้ใช้หญ้าหวานแทน ไม่ใช่เพราะว่าทานไม่ดี แต่เราจะติดหวานเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิมได้ จึงไม่ใช่วิธีที่ดี ควรจะค่อยๆลดความหวานลงเองตามธรรมชาติของร่างกาย
- เบเกอร์รี่ ขนมปังขัดขาว ไม่ได้ทานอยู่แล้วเพราะต้องควบคุมไขมันในเลือด ทานเป็นขนมปังโฮลวีสแทน
- แรกๆ เราลดขนมหวานทุกชนิดที่มีกะทิ แต่ไปๆมาๆ ก็พบว่าทานกะทิก็มีข้อดี ดังนั้นเราก็ทานให้น้อย แต่ก็ทานบ้าง รวมถึงขนมจีนน้ำยา ที่เราใส่กะทิลงไปนิดเดียว และไม่ค่อยได้กินขนมจีน เพราะเป็นของแปรรูป นอกจากเลี่ยงไม่ได้ถึงทาน ปกติจะทานกับข้าวแทน
- ข้าวที่บ้านปกติเราทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาเรื่องลดข้าวขาว เว้นแต่จำเป็นต้องทานข้างนอก
- ผลไม้ที่มีความหวานทุกอย่างเราไม่ได้งดนะคะ ยังทานอยู่ปกติ ถ้าเราไปทำงานเราก็ทานอยู่แล้ว ถ้าเราหยุด เราจะทานหลังอาหาร หรือก่อนอาหาร แต่กรุ๊ปรวมอยู่ในมื้อค่ะ ไม่ทานจุกจิกระหว่างมื้อ โดยเฉพาะทุเรียนเราก็ทานเป็นปกติ เราติดตามหมอแบงก์ และเชื่อว่าการทานอาหารต้นทางนอกจากอร่อยแล้ว ยังได้คุณค่าวิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย
- ที่กล่าวมาข้างต้น เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีนอกลู่นอกทางบ้าง เราจะให้มันนอกลู่ได้อย่างมากอาทิตย์ละครั้ง เช่นอยากกินอาหารนอกบ้านบ้าง ซูชิ มายองเนสฉ่ำๆ หรืออะไรก็ได้ที่อยากทานได้แค่อาทิตย์ละมื้อ นอกนั้นก็ทำให้อยู่ในวินัย และออกกำลังกาย
วันที่ 15 มิถุนายน 2568 มาดูผลตรวจเมื่อผ่านไป 4 เดือนกันค่ะ เราเสียเงินตรวจเพิ่มเอง แต่คนละโรงพยาบาลกัน และไม่ได้พบหมอที่นั่น เราไม่อยากรอ 6 เดือนอย่างที่หมอประกันสังคมบอก และเราอยากรู้ว่าเรามาถูกทางไหม ประกันสังคมของเราเขาไม่ให้ตรวจก่อน 6 เดือนค่ะ และเราไม่อยากทานยาโดสเยอะ เพราะเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงเยอะมาก จะได้เอาผลไปยื่นกับหมอ โดยงวดนี้เราตรวจไขมันทั้ง 4 ตัว + กับตรวจเบาหวานแบบ HbA1c เพื่อจะได้รู้ว่าเราเป็นหรือเปล่า เราคิดว่าเรื่องเบาหวานเรามีความเสี่ยงมาก แต่เราอาจจะไม่ได้เป็นเพราะเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทัน
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 58 กิโลกรัม (ลดมาได้ 9.5 โลแล้วนะ ณ วันตรวจ)
- HbA1c 5.5 (รอดค่ะ หมอบอกต้อง 7 เราเอากลับไปให้หมอประกันสังคมดูค่ะ)
- Total Cholesterol 139 (ควรอยู่ที่ 0-200)
- Triglyceride 58 (ควรอยู่ที่ 0-150)
- HDL-Cholesterol 48 (ควรอยู่ระหว่าง 41-200, ผู้ชายไม่ควรต่ำกว่า 40 / ผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่า 50)
- LDL-Cholesterol 81 (ควรอยู่ที่ 0-130)
เอาผลที่ได้กลับไปหาหมอ หมอบอกว่าผมตั้งเป้าคุณไว้ที่ LDL-Cholesterol 70 นะ แต่ผลก็ถือว่าดี ลดยาไปครึ่งเม็ดละกัน (ตกใจหมอแป๊บ) คิดว่าผลจะดี เหมือนไม่ดี หรือยังดีไม่พอ สุดท้ายก็ได้ทานยาเหมือนเดิม แค่ลดลงมาจาก 40mg. เป็น 20mg.
เดี๋ยวรอตรวจเลือดรอบ 2 จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะว่าผลจะดีขึ้นหรือเปล่า เพราะตอนนี้เริ่มจะทานของไม่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นแล้ว แต่อาทิตย์ละ 1-2มื้อ และยังมีวินัยลดอาหารเย็น และออกกำลังกายอยู่ เริ่มกินพวกหมู 3 ชั้น หรือน้ำมันหมู น้ำมันรำข้าวดู และมีบ้างที่ผมร่วง เลยทานยาลดลง
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 มาตรวจเลือดแล้วไม่ดีขึ้นค่ะ อาจจะเพราะว่าเราได้ทานพวกไขมันเพิ่มหรือเปล่า เช่นหมู3ชั้นบ้าง น้ำมันรำข้าวเวลาผัด แต่ทานปลาน้อยลงบ้างเพราะเริ่มเบื่อ ไปตรวจประกันสังคมได้ตรวจแค่ค่าเดียว ดังนี้
- สูง 158 เซนติเมตร
- น้ำหนัก 57 กิโลกรัม (ลดมาเพิ่มอีก 1 กิโลกรัม ณ วันตรวจ)
- LDL-Cholesterol 93 (ควรอยู่ที่ 0-130) ขึ้นมาจากคราวก่อนนิดหน่อย แต่หมอตั้งเป้าไว้ที่ 70
หมอให้ทานยา simvastatin 20mg ต่อไป เพราะว่าผลยังไม่ได้ 70 ตามเป้า เฮ้อ ท้อเหมือนกันค่ะ แต่ก็คิดว่าจะไม่ทานยาต่อ หรือทานบ้างเป็นครั้งคราว เพราะว่าผมร่วงค่ะ แต่หมอบอกว่าไม่เกี่ยว แต่เราลดยาจาก 40mg มาเหลือ 20mg ก็ดีขึ้นนะคะ ส่วนตับหมอก็บอกไม่เป็นไรหรอกถ้าเป็นเป็นตั้งแต่เดือนแรกแล้ว อีกอย่างคนอื่นก็ทานตลอดชีวิตก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่จะรู้ได้ไงว่าจะเป็นไหมในเมื่อไม่ได้ตรวจ หรือต้องรออาการออก 555 หรือต้องรอผลวิจัยที่อาจจะมีในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
รออีก 6 เดือนไปตรวจใหม่ ดูว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยจะไม่ทานยาดู ดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหม ยังไงจะมาอัพเดตให้ฟังอีกทีค่ะ