มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม โอกาสรักษาให้หายขาดมีสูงมาก การคัดกรองและดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญ
มาดูกันว่ามีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแบบไหนบ้าง แต่ละวิธีเหมาะกับใคร และควรเริ่มตรวจเมื่อไหร่
วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
1. ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Self-Breast Examination)
วิธีง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน โดยคลำเต้านมและรักแร้เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ แผล หรือของเหลวที่ออกจากหัวนม ควรทำทุกเดือนหลังประจำเดือนหมด 7-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึง
3 ท่าหลักในการตรวจ
1.ขณะยืนอาบน้ำ: ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ใช้นิ้วคลำเต้านมวนตามเข็มนาฬิกา
2.หน้ากระจก: สังเกตรูปร่างและสีผิวเต้านม ทั้งในท่าปล่อยแขนและยกแขน
3.นอนราบ: คลำเต้านมด้วยนิ้วในลักษณะวนขึ้นลง
หากพบก้อนเนื้อ ผิวหนังเปลี่ยนแปลง หรือมีของเหลวออกจากหัวนม ควรพบแพทย์ทันที
2. ตรวจเต้านมโดยแพทย์ (Clinical Breast Examination)
เป็นการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำมากกว่าการตรวจเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
3. การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound)
เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปีที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น แพทย์สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นก้อนเนื้อ ถุงน้ำ หรือก้อนมะเร็ง
4. ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)
วิธีตรวจที่ใช้รังสีในปริมาณต่ำ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น หินปูนหรือก้อนเนื้อเล็ก ๆ ที่คลำไม่เจอ เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
ควรตรวจทุก 1-2 ปี
5. ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Breast)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีการตรวจพบความผิดปกติในการตรวจแมมโมแกรม
6. การเจาะชิ้นเนื้อ (Core Needle Biopsy)
ใช้ในกรณีที่พบก้อนเนื้อ แพทย์จะนำชิ้นเนื้อออกมาตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันว่าก้อนเนื้อเป็นมะเร็งหรือไม่
เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม?
-เริ่มตรวจเต้านมด้วยตัวเอง: ทุกเดือนตั้งแต่อายุ 20 ปี
-ตรวจเต้านมโดยแพทย์: ทุก 3 ปีในช่วงอายุ 20-39 ปี และทุกปีหลังอายุ 40 ปี
-ตรวจแมมโมแกรม: เริ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือตั้งแต่อายุ 35 ปีในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจอย่างสม่ำเสมอ?
-มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
-เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเต้านม เช่น LCIS หรือ ADH
-เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณหน้าอกตั้งแต่อายุยังน้อย
-ใช้ฮอร์โมนเสริมในวัยทองเกิน 5 ปี
หากพบความผิดปกติควรทำอย่างไร?
หากพบก้อนเนื้อ หรือสัญญาณผิดปกติ เช่น ตาโปน หัวนมหด หรือมีของเหลวออกจากหัวนม อย่าตื่นตระหนก ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม การรักษาในระยะแรกเริ่มมีโอกาสสำเร็จสูงและไม่ซับซ้อน
อย่ารอให้สายไป! การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นสิ่งสำคัญและช่วยชีวิตได้ ดูแลสุขภาพของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่สดใส!
ุ6วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่สาว ๆ ต้องรู้
1. ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Self-Breast Examination)
วิธีง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน โดยคลำเต้านมและรักแร้เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ แผล หรือของเหลวที่ออกจากหัวนม ควรทำทุกเดือนหลังประจำเดือนหมด 7-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึง
2.หน้ากระจก: สังเกตรูปร่างและสีผิวเต้านม ทั้งในท่าปล่อยแขนและยกแขน
3.นอนราบ: คลำเต้านมด้วยนิ้วในลักษณะวนขึ้นลง
หากพบก้อนเนื้อ ผิวหนังเปลี่ยนแปลง หรือมีของเหลวออกจากหัวนม ควรพบแพทย์ทันที
เป็นการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำมากกว่าการตรวจเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปีที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น แพทย์สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นก้อนเนื้อ ถุงน้ำ หรือก้อนมะเร็ง
วิธีตรวจที่ใช้รังสีในปริมาณต่ำ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น หินปูนหรือก้อนเนื้อเล็ก ๆ ที่คลำไม่เจอ เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีการตรวจพบความผิดปกติในการตรวจแมมโมแกรม
ใช้ในกรณีที่พบก้อนเนื้อ แพทย์จะนำชิ้นเนื้อออกมาตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันว่าก้อนเนื้อเป็นมะเร็งหรือไม่
-เริ่มตรวจเต้านมด้วยตัวเอง: ทุกเดือนตั้งแต่อายุ 20 ปี
-ตรวจเต้านมโดยแพทย์: ทุก 3 ปีในช่วงอายุ 20-39 ปี และทุกปีหลังอายุ 40 ปี
-ตรวจแมมโมแกรม: เริ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือตั้งแต่อายุ 35 ปีในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
-มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
-เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเต้านม เช่น LCIS หรือ ADH
-เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณหน้าอกตั้งแต่อายุยังน้อย
หากพบก้อนเนื้อ หรือสัญญาณผิดปกติ เช่น ตาโปน หัวนมหด หรือมีของเหลวออกจากหัวนม อย่าตื่นตระหนก ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม การรักษาในระยะแรกเริ่มมีโอกาสสำเร็จสูงและไม่ซับซ้อน