ตอนนี้เพื่อนทั้งกลุ่มมีปัญหาอย่างมากกับเพื่อนคนนึงในกลุ่ม และต้องบอกก่อนว่าทุกคนในกลุ่มไม่มีใครอยากทิ้งเพื่อนคนนี้ แต่จากนิสัย พฤติกรรม แล้วก็ความคิดของเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้มันทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มเหนื่อยมากที่จะรักษาสุขภาพจิตของตัวเองไปด้วยช่วยเพื่อนคนนี้ไปด้วย
กลุ่มเพื่อนของเราสนิทกันตั้งแต่ม.ต้น มาจากต่างโรงเรียนกันแต่สนิทกันไวเลยเกาะกลุ่มกันมาตลอดจนจบมัธยม ตอนมหาลัยไม่ได้อยู่ที่เดียวกันเลย แต่ยังแช็ทหากันประจำ บางคนเรียนแล้วซิ่วบางคนเรียน 5-6 ปีทำให้จบไม่พร้อมกัน ช่วงปีท้าย ๆ คุยกันน้อยมากเพื่อปั่นให้ตัวเองเรียนจบ พอเรียนจบและเข้าสู่ช่วงหางานก็ได้กลับมาคุยกันบ่อย ๆ อีกครั้งนึง หัวข้อที่คุยก็เรื่องหางาน สมัครงาน ทำพ็อท ทำเรซูเม่บ้าง แต่คุยเรื่องเก่า ๆ กันก็บ่อย เพื่อนคนนั้นยังดูไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่งเพื่อนคนที่ว่ามีปัญหา(ขอใช้ชื่อสมมติว่า A) เป็นคนที่เรียนจบเร็วที่สุดในกลุ่ม จบมาก่อนคนอื่นราวครึ่งปีแต่ก็ไม่ได้ทำงาน Aบอกว่าด้วยทางที่เรียนมาไม่รู้ว่าจะหางานได้มั้ย ไม่รู้จะหางานจากไหนและเจ้าตัวก็ยังไม่อยากทำงานจริงจังตอนนี้ คนในกลุ่มเสนอว่างั้นปล่อยเป็น gap year ไปก่อนมั้ย อยากทำอะไรก็ทำเลยไว้มีไฟที่จะทำงานค่อยมาช่วยกันหางานจริงจังอีกที แล้วหัวข้อนี้ก็เงียบไป
ทุกคนทยอยเรียนจบและหางานกันจริงจัง ซึ่งบางคนก็ได้งานแล้วบางคนก็รอผลสัมภาษณ์ เวลาแช็ทคุยหรือคอลกลุ่มกันก็จะคอยให้กำลังใจกัน ยกเว้นAที่ดูจะไม่พูดอะไรเลยพอมีหัวเรื่องแบบนี้ จนวันนึงAเริ่มพิมพ์อะไรแปลก ๆ ลงกลุ่มแช็ทอย่างเช่น บอกว่าตัวเองมัน loser บ้าง ตัวเองมันแย่ที่ไม่รู้จักกระตือรือร้นหางาน
"เหมือนคนอื่น" เรียนจบมาตั้งนานแต่ยังไม่แม้แต่จะหางานทำด้วยซ้ำ เพื่อนในกลุ่มเริ่มเอะใจกันว่าอยู่ ๆ เป็นอะไร ที่จริงทุกคนเห็นกันอยู่ว่าAก็พยายามทำงานเป็นฟรีแลนซ์ทั้งที่ว่าจะ gap year ไม่ได้ปล่อยตัวจนเละเทะแม้แต่น้อย
ที่ต้องย้ำคำว่า
"เหมือนคนอื่น"เพราะเหมือนว่าทางบ้านAก็กดกันAอยู่บ่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหากับสายงานแต่เห็นว่าชอบเปรียบเทียบAกับคนอื่นทั้งญาติพี่น้องและแม้แต่เพื่อนสนิทในกลุ่ม Aเป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรจะทำจริงจัง มาตราฐานสูงและก็ทำได้ดี แต่ชอบกดดันตัวเองมากไปจนเพื่อน ๆ ต้องคอยเบรค และคงเพราะการโดนเปรียบเทียบเลยทำให้คำว่า
"เหมือนคนอื่น"เป็นคำที่กระตุ้นให้Aแย่ลงและเริ่มไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ทำให้แช็ทในช่วงหลังมานี้จะบอกว่าAเอาแต่ด้อยค่าตัวเองเลยก็ว่าได้ ที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มรู้สึกคือเหมือนAจะขาดอะไรบางอย่างและพยายามเรียกร้องให้เพื่อน ๆ ช่วยเติมเต็ม ในสมัยเรียนก็ยังพอไวเพราะทุกคนอยู่ด้วยกันในรั้วโรงเรียนไม่มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบเท่าตอนนี้ที่เข้าวัยทำงานกันหมดแล้ว
ทุกคนคอยปลอบและรับฟังAมาโดยตลอดแต่ตอนนี้เริ่มจะไม่ไหวเพราะพลังงานลบ ๆ จากAมันแผ่ออกมาเยอะมาก ทุกคนในกลุ่มตั้งกลุ่มที่ไม่มีAแยกไว้คุย มันดูใจร้ายนะแต่ที่คุยก็มีแต่เรื่องหาทางช่วยAทั้งนั้น เพราะเคยคุยกันในกลุ่มรวมมาแล้ว ทั้งที่พยายามช่วยแต่Aยิ่งด้อยค่าตัวเองว่าทำให้คนอื่นลำบาก ตอนนี้ทุกคนรู้สึกว่าAดูพยายามเรียกร้องความสนใจมากเพราะแน่นอนว่าเวลาเพื่อน ๆ ปลอบก็จะมีคำพูดที่พูดถึงการให้การยอมรับว่าAเก่งแล้ว Aทำดีแล้ว ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งที่Aต้องการ เมื่อAต้องการการยอมรับก็จะมาดราม่าในกลุ่มแต่พักหลังนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ไหวที่จะโอ๋แล้ว ถึงขั้นคุยกันว่าไว้รวมตัวกันเปลี่ยนจากทริปเที่ยวเป็นไปหานักจิตบำบัดกัน ไม่ได้มีเจตนาบุลลี่ใครแต่อย่างใด เราเข้าใจกันทุกคนว่าไม่ควรละเลยสุขภาพจิต และตอนนี้พวกเราเองนี่แหละที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องสุขภาพจิตโดยเฉพาะการรับมือกับคนแบบA เราอยากจะช่วยAแต่เราก็ต้องดูแลตัวเองกันด้วย สภาพตอนนี้จะบอกว่าเอ็นดูAจนเอ็นตัวเองขาดก็ไม่ผิด
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครพอจะมีวิธีหรือมีอะไรแนะนำก็เข้ามาพูดคุยกันได้นะ กลุ่มพวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเพื่อนคนนี้แล้วเหมือนกัน
ปล.ถ้าแท็กไม่เกี่ยวข้องต้องขออภัย ไม่รู้จะใช้แท็กอะไรเหมือนกัน
เพื่อนคนนึงในกลุ่มเพื่อนสนิทกลายเป็นแบบนี้ พวกเราที่เหลือจะทำยังไงกับเพื่อนคนนี้ดี
กลุ่มเพื่อนของเราสนิทกันตั้งแต่ม.ต้น มาจากต่างโรงเรียนกันแต่สนิทกันไวเลยเกาะกลุ่มกันมาตลอดจนจบมัธยม ตอนมหาลัยไม่ได้อยู่ที่เดียวกันเลย แต่ยังแช็ทหากันประจำ บางคนเรียนแล้วซิ่วบางคนเรียน 5-6 ปีทำให้จบไม่พร้อมกัน ช่วงปีท้าย ๆ คุยกันน้อยมากเพื่อปั่นให้ตัวเองเรียนจบ พอเรียนจบและเข้าสู่ช่วงหางานก็ได้กลับมาคุยกันบ่อย ๆ อีกครั้งนึง หัวข้อที่คุยก็เรื่องหางาน สมัครงาน ทำพ็อท ทำเรซูเม่บ้าง แต่คุยเรื่องเก่า ๆ กันก็บ่อย เพื่อนคนนั้นยังดูไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่งเพื่อนคนที่ว่ามีปัญหา(ขอใช้ชื่อสมมติว่า A) เป็นคนที่เรียนจบเร็วที่สุดในกลุ่ม จบมาก่อนคนอื่นราวครึ่งปีแต่ก็ไม่ได้ทำงาน Aบอกว่าด้วยทางที่เรียนมาไม่รู้ว่าจะหางานได้มั้ย ไม่รู้จะหางานจากไหนและเจ้าตัวก็ยังไม่อยากทำงานจริงจังตอนนี้ คนในกลุ่มเสนอว่างั้นปล่อยเป็น gap year ไปก่อนมั้ย อยากทำอะไรก็ทำเลยไว้มีไฟที่จะทำงานค่อยมาช่วยกันหางานจริงจังอีกที แล้วหัวข้อนี้ก็เงียบไป
ทุกคนทยอยเรียนจบและหางานกันจริงจัง ซึ่งบางคนก็ได้งานแล้วบางคนก็รอผลสัมภาษณ์ เวลาแช็ทคุยหรือคอลกลุ่มกันก็จะคอยให้กำลังใจกัน ยกเว้นAที่ดูจะไม่พูดอะไรเลยพอมีหัวเรื่องแบบนี้ จนวันนึงAเริ่มพิมพ์อะไรแปลก ๆ ลงกลุ่มแช็ทอย่างเช่น บอกว่าตัวเองมัน loser บ้าง ตัวเองมันแย่ที่ไม่รู้จักกระตือรือร้นหางาน"เหมือนคนอื่น" เรียนจบมาตั้งนานแต่ยังไม่แม้แต่จะหางานทำด้วยซ้ำ เพื่อนในกลุ่มเริ่มเอะใจกันว่าอยู่ ๆ เป็นอะไร ที่จริงทุกคนเห็นกันอยู่ว่าAก็พยายามทำงานเป็นฟรีแลนซ์ทั้งที่ว่าจะ gap year ไม่ได้ปล่อยตัวจนเละเทะแม้แต่น้อย
ที่ต้องย้ำคำว่า"เหมือนคนอื่น"เพราะเหมือนว่าทางบ้านAก็กดกันAอยู่บ่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหากับสายงานแต่เห็นว่าชอบเปรียบเทียบAกับคนอื่นทั้งญาติพี่น้องและแม้แต่เพื่อนสนิทในกลุ่ม Aเป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรจะทำจริงจัง มาตราฐานสูงและก็ทำได้ดี แต่ชอบกดดันตัวเองมากไปจนเพื่อน ๆ ต้องคอยเบรค และคงเพราะการโดนเปรียบเทียบเลยทำให้คำว่า"เหมือนคนอื่น"เป็นคำที่กระตุ้นให้Aแย่ลงและเริ่มไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ทำให้แช็ทในช่วงหลังมานี้จะบอกว่าAเอาแต่ด้อยค่าตัวเองเลยก็ว่าได้ ที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มรู้สึกคือเหมือนAจะขาดอะไรบางอย่างและพยายามเรียกร้องให้เพื่อน ๆ ช่วยเติมเต็ม ในสมัยเรียนก็ยังพอไวเพราะทุกคนอยู่ด้วยกันในรั้วโรงเรียนไม่มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบเท่าตอนนี้ที่เข้าวัยทำงานกันหมดแล้ว
ทุกคนคอยปลอบและรับฟังAมาโดยตลอดแต่ตอนนี้เริ่มจะไม่ไหวเพราะพลังงานลบ ๆ จากAมันแผ่ออกมาเยอะมาก ทุกคนในกลุ่มตั้งกลุ่มที่ไม่มีAแยกไว้คุย มันดูใจร้ายนะแต่ที่คุยก็มีแต่เรื่องหาทางช่วยAทั้งนั้น เพราะเคยคุยกันในกลุ่มรวมมาแล้ว ทั้งที่พยายามช่วยแต่Aยิ่งด้อยค่าตัวเองว่าทำให้คนอื่นลำบาก ตอนนี้ทุกคนรู้สึกว่าAดูพยายามเรียกร้องความสนใจมากเพราะแน่นอนว่าเวลาเพื่อน ๆ ปลอบก็จะมีคำพูดที่พูดถึงการให้การยอมรับว่าAเก่งแล้ว Aทำดีแล้ว ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งที่Aต้องการ เมื่อAต้องการการยอมรับก็จะมาดราม่าในกลุ่มแต่พักหลังนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ไหวที่จะโอ๋แล้ว ถึงขั้นคุยกันว่าไว้รวมตัวกันเปลี่ยนจากทริปเที่ยวเป็นไปหานักจิตบำบัดกัน ไม่ได้มีเจตนาบุลลี่ใครแต่อย่างใด เราเข้าใจกันทุกคนว่าไม่ควรละเลยสุขภาพจิต และตอนนี้พวกเราเองนี่แหละที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องสุขภาพจิตโดยเฉพาะการรับมือกับคนแบบA เราอยากจะช่วยAแต่เราก็ต้องดูแลตัวเองกันด้วย สภาพตอนนี้จะบอกว่าเอ็นดูAจนเอ็นตัวเองขาดก็ไม่ผิด
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครพอจะมีวิธีหรือมีอะไรแนะนำก็เข้ามาพูดคุยกันได้นะ กลุ่มพวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเพื่อนคนนี้แล้วเหมือนกัน
ปล.ถ้าแท็กไม่เกี่ยวข้องต้องขออภัย ไม่รู้จะใช้แท็กอะไรเหมือนกัน