องค์กร CIVICUS Monitor เพิ่ม 'ประเทศไทย' ในบัญชีเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชน
https://prachatai.com/journal/2024/07/109895
องค์กร CIVICUS Monitor ได้เพิ่มประเทศไทยในรายการเฝ้าระวังประเทศที่เผชิญปัญหาการลดลงของเสรีภาพพลเมืองอย่างรวดเร็ว หลังนักกิจกรรมและฝ่ายค้านตกเป็นเป้าและถูกเพ่งเล็ง
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2567 องค์กร CIVICUS Monitor เปิดเผยว่าได้เพิ่มประเทศไทยในรายการเฝ้าระวังประเทศที่เผชิญปัญหาการลดลงของเสรีภาพพลเมืองอย่างรวดเร็ว โดยการที่นักกิจกรรม ผู้วิพากษ์วิจารณ์ และการคัดค้านถูกเพ่งเล็งโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี
เศรษฐา ทวีสิน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลฯยังคงใช้บทบัญญัติหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 เพื่อจับกุมและตัดสินลงโทษนักกิจกรรม นักวิจารณ์ และนักการเมืองในข้อหาดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ศาลมักปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา หรือกําหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดในกรณีที่อนุญาตให้ประกันตัว จากข้อมูลของ
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ตั้งแต่ต้นปี 2563 มีผู้ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายนี้มากกว่า 270 คน และอย่างน้อย 17 คนได้ถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี
ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยชื่อดัง
อานนท์ นําภา ถูก
ตัดสินจําคุกเพิ่มอีก 2 ปีในเดือนเมษายน 2567 ขณะที่ในเดือนพฤษภาคม 2567
ชลธิชา แจ้งเร็ว นักการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติและนักกิจกรรมฝ่ายค้านจากพรรคก้าวไกล
ถูกตัดสินจําคุกสองปี นักกิจกรรม
เนติพร 'บุ้ง' เสน่ห์สังคม ผู้เคยรณรงค์ให้ยกเลิกบทบัญญัติหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในเดือนพฤษภาคม 2567 หลังจากประสบภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่มีใครรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเธอ
แม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังคงหยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับนักกิจกรรมผู้หญิง และ LGBTQI+ ที่ตกเป็นเป้าอย่างผิดกฎหมายโดยการติดตาม
จับตาเฝ้ามองทางดิจิทัล รวมถึงสปายแวร์เพกาซัส และการล่วงละเมิดทางออนไลน์โดยรัฐและที่ไม่ใช่รัฐ เพื่อพยายามปิดปากพวกเขา
"
ทางการไทยต้องยกเลิกคดีของผู้ที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังก่อนการพิจารณาคดี หรือถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งหมด มาตรา 112 ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของประเทศไทย และต้องมีการแก้ไขทันที เจ้าหน้าที่ทางการต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนที่เป็นอิสระ ละเอียดถี่ถ้วน และอย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการใช้สปายแวร์เพกาซัส ที่สร้างความหวาดกลัวในหมู่นักกิจกรรม"
โจเซฟ เบเนดิกต์ นักวิจัยของ CIVICUS Asia กล่าว
นอกจากนี้ CIVICUS Monitor ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ
การปราบปรามข้ามชาติในประเทศไทย กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีการปราบปรามชาวต่างชาติที่แสวงหาการคุ้มครองเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รัฐบาลประเทศต่างๆได้มีการกระทำต่อผู้เห็นต่างและนักกิจกรรมที่ต้องลี้ภัยมาประเทศไทย โดยการคุกคาม การจับตาเฝ้ามอง และการทำร้ายร่างกาย โดยมักได้รับความร่วมมือและความรู้เห็นจากทางการไทย ล่าสุด Y Quynh Bdap
นักเคลื่อนไหวชาวเวียดนามถูกควบคุมตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 และมีความเสี่ยงที่จะถูกเนรเทศกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งเขาอาจถูกประหัตประหารอย่างรุนแรง
"
เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่กําลังสมัครตําแหน่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกําลังเอื้ออํานวยการคุกคาม การจับตาเฝ้ามอง และการทำร้ายร่างกาย ของนักกิจกรรมจากต่างประเทศที่เข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย
ทางการต้องยุติการกระทําดังกล่าวและสร้างที่หลบภัยที่ปลอดภัยสําหรับนักกิจกรรมที่หลบหนีการประหัตประหารจากประเทศเพื่อนบ้านแทน"
เบเนดิกต์กล่าวเสริม
พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้รับที่นั่งมากสุดในการเลือกตั้งรัฐสภาในปี 2566 มีความเสี่ยงที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค และฝ่ายบริหารของพรรคอาจถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากการให้คำมั่นที่จะแก้ไขบทบัญญัติหมิ่นประมาทพระราชวงศ์ โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาล
การยุบพรรคก้าวไกลจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการสมาคม และมีผลเสียต่อความคืบหน้าในการฟื้นฟูประชาธิปไตยภายหลังการรัฐประหารและการปกครองของทหาร
--------
เกี่ยวกับ CIVICUS Monitor
องค์กรกว่า 20 แห่งร่วมมือกันในการจัดทำ CIVICUS Monitor เพื่อเป็นฐานหลักฐานสําหรับการดําเนินการเพื่อปรับปรุงพื้นที่พลเมืองในทุกทวีป เสรีภาพของพลเมืองใน 198 ประเทศและดินแดนถูกจัดประเภทเป็น 'ปิด' 'ถูกกดขี่' 'ถูกขัดขวาง' 'แคบลง' หรือ 'เปิด' ตามวิธีการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการสมาคม การชุมนุมอย่างสงบ และการออกเสียง
ปัจจุบันประเทศไทยได้ถูกจัดให้อยู่อันดับ 'ถูกกดขี่' โดย CIVICUS Monitor ซึ่งมีทั้งหมด 50 ประเทศในโลกที่อยู่ในอันดับนี้ (ดูทั้งหมด)
คุณากร ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรียกเก็บค่าเดินทาง เผยตนเข้าใจผิด คิดว่าต้องใช้หมายจับตัวจริง
https://prachatai.com/journal/2024/07/109891
คุณากร ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรียกรับเงิน ระบุตนเข้าใจผิดว่าต้องใช้หมายจับตัวจริง จึงพูดเรื่องค่าเดินทางนำไปส่ง
12 ก.ค. 2567 จากกรณีที่สำนักข่าวประชาไทได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์
'เรเน่' พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ชื่อ "
ชีวิตที่ยังไร้สถานะของ ‘เรเน่’ หญิงข้ามเพศที่ต้องลี้ภัยแค่จากโพสต์ไวรัลของตัวเอง" เมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยในบทสัมภาษณ์มีการกล่าวถึง ทนาย
ไวท์ หรือ
คุณากร มั่นนทีรัย อดีตทนายความอาสาของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในประเด็นปัญหาการขอเอกสารของผู้ลี้ภัยนั้น
วันนี้ (12 ก.ค.) เวลา 18.37 น.
คุณากร มั่นนทีรัย ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 6 พรรคก้าวไกล ได้เผยแพร่แถลงการณ์ชี้แจงทางเฟซบุ๊กและเอกซ์ (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
คําแถลงการณ์ กรณีเรเน่ พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ่
ตามที่สํานักข่าวประชาไท เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของคุณเรเน่ พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ่ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีประเด็นกล่าวถึงผมในส่วนของการประสานขอเอกสารหมายจับ
ผมต้องขอโทษคุณเรเน่ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษพี่น้องประชาชนที่อาจรู้สึกไม่ มั่นใจหรือผิดหวังในตัวผม โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรณีนี้ ดังต่อไปนี้ครับ
1. ในช่วงปีพ.ศ. 2564-2565 ผมเคยเป็นทนายความผู้รับผิดชอบคดีของคุณเรเน่ ผ่านศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คุณเรเน่มีการประสานมาขอหมายจับจากผมจริง แต่เนื่องจากผม เข้าใจว่าเอกสารหมายจับเป็นเอกสารสําคัญ ต้องส่งมอบให้คุณเรเน่เป็นเอกสารต้นฉบับอย่างเดียว เท่านั้น หากส่งเป็นไฟล์ดิจิทัล อาจไม่สามารถใช้ได้ อีกทั้งเข้าใจว่าคุณเรเน่มีที่อยู่ในต่างประเทศที่ ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ในเวลาต่อมา ผมทราบแล้วว่าเป็น ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
2. อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าใจเช่นนั้นในขณะนั้น ผมจึงพูดคุยกับคุณเรเน่เกี่ยวกับค่าเดินทาง ไปประเทศที่คุณเรเน่พํานักอยู่ เพื่อจะให้บุคคลที่สามที่ไว้ใจได้ นําส่งเอกสารให้คุณเรเน่ หรือคุณ เรเน่สามารถหาบุคคลที่ไว้ใจ มารับเอกสาร
3. ต่อมา ผมได้ชี้แจงเหตุการณ์นี้ต่อศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงพูดคุยกับ คุณเรเน่แล้ว เมื่อคุณเรเน่ติดต่อมา ผมจึงนําเอกสารสํานวนทางคดีทั้งหมดมอบให้ศูนย์ ทนายความฯ เพื่อให้คุณเรเน่สามารถประสานงานติดต่อด้วยตนเองต่อไป
นายคุณากร มั่นนทีรัย
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 6
พรรคก้าวไกล
https://www.facebook.com/KhunakornFC/posts/pfbid021JRed2oXh1XRv3VdR1T6NrKEPf4a9CtQ8es5gdfk6NndfNAXPbpCLbAfmdfKDUGFl
หวั่นค่าไฟปลายปีพุ่ง 4-6 บาท ชาวบ้านโอด-แห่ติดโซลาร์เซลล์
https://www.prachachat.net/economy/news-1606525
กกพ.เปิดรับฟังความเห็น 3 ทางเลือกก่อนปรับค่าไฟงวดสุดท้าย ก.ย.-ธ.ค.67 ที่ระดับ 4.65-6.01 บาท ยันพร้อมดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า หลังพบต้นทุนค่าไฟ บาทอ่อน-ราคา LNG สูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ต้องการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง (คงค้าง) กฟผ. แง้มหากต้องการตรึงค่าไฟงวดสุดท้าย 4.18 บาท รัฐบาลต้องหาเงินมาอุดหนุนอีก 28,000 ล้านบาท
ดร.
พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ในการประชุม กกพ.ครั้งที่ 28/2567 (ครั้งที่ 913) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2567
โดยกำหนดเป็น 3 แนวทางปรับเพิ่มขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วย จากงวดก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย โดยมอบให้สำนักงาน กกพ.นำสมมุติฐานดังกล่าวไปเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 12-26 กรกฎาคม 2567 ก่อนจะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
ทั้งนี้ สมมุติฐานในการกำหนดค่า Ft จาก 4 ปัจจัย ประกอบด้วย ความต้องการใช้ไฟฟ้า, อัตราแลกเปลี่ยน, การวางแผนผลิตและจัดหาไฟฟ้า และราคาพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ปรากฏความต้องการใช้ไฟลดลง 12.32% การวางแผนผลิตก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจาก 35.34 เป็น 36.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบสัญญาจรตลาดโลก (LNG Spot) เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 3.2 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวในปลายปี เมื่อรวมกับการทยอยคืนหนี้สะสมทั้งในส่วนของ กฟผ. 98,495 ล้านบาท และค่าภาระหนี้ของระบบที่ต้องจ่ายคืนให้กับคนขายก๊าซคือ ปตท. และ กฟผ. (AF Gas) อีก 15,000 ล้านบาท จึงทำให้ต้องปรับค่าไฟเพิ่มขึ้น
“
ค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีนี้ที่เพิ่มขึ้นมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซ ทั้งก๊าซในอ่าวไทย และ LNG Spot นำเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น ราคา Pool Gas ปรับจาก 300 เป็น 323 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ขณะที่ราคา LNG Spot ปรับจาก 10.38 เป็น 13.58 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และยังเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจาก 33 เป็น 36.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจากต้นปีด้วย”
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังดีที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยนั้น “กำลังการผลิตได้กลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว” มีปริมาณการผลิตทุกแหล่งรวมกันเฉลี่ย 2,184 ล้านบีทียูต่อวัน จากงวดก่อนหน้าที่ผลิตได้ 1,484 ล้านบีทียู แต่แหล่งก๊าซในเมียนมายังคงมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 483 เหลือ 468 ล้านบีทียูต่อวัน ส่งผลให้ต้องมีการนำเข้
JJNY : เพิ่ม 'ไทย' เฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชน│คุณากรชี้แจงกรณีถูกกล่าวหา│หวั่นค่าไฟปลายปีพุ่ง│จีนคว่ำบาตรเพิ่มบ.สหรัฐฯ
https://prachatai.com/journal/2024/07/109895
องค์กร CIVICUS Monitor ได้เพิ่มประเทศไทยในรายการเฝ้าระวังประเทศที่เผชิญปัญหาการลดลงของเสรีภาพพลเมืองอย่างรวดเร็ว หลังนักกิจกรรมและฝ่ายค้านตกเป็นเป้าและถูกเพ่งเล็ง
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2567 องค์กร CIVICUS Monitor เปิดเผยว่าได้เพิ่มประเทศไทยในรายการเฝ้าระวังประเทศที่เผชิญปัญหาการลดลงของเสรีภาพพลเมืองอย่างรวดเร็ว โดยการที่นักกิจกรรม ผู้วิพากษ์วิจารณ์ และการคัดค้านถูกเพ่งเล็งโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลฯยังคงใช้บทบัญญัติหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 เพื่อจับกุมและตัดสินลงโทษนักกิจกรรม นักวิจารณ์ และนักการเมืองในข้อหาดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ศาลมักปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา หรือกําหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดในกรณีที่อนุญาตให้ประกันตัว จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ตั้งแต่ต้นปี 2563 มีผู้ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายนี้มากกว่า 270 คน และอย่างน้อย 17 คนได้ถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี
ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยชื่อดัง อานนท์ นําภา ถูกตัดสินจําคุกเพิ่มอีก 2 ปีในเดือนเมษายน 2567 ขณะที่ในเดือนพฤษภาคม 2567 ชลธิชา แจ้งเร็ว นักการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติและนักกิจกรรมฝ่ายค้านจากพรรคก้าวไกลถูกตัดสินจําคุกสองปี นักกิจกรรม เนติพร 'บุ้ง' เสน่ห์สังคม ผู้เคยรณรงค์ให้ยกเลิกบทบัญญัติหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในเดือนพฤษภาคม 2567 หลังจากประสบภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่มีใครรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเธอ
แม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังคงหยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับนักกิจกรรมผู้หญิง และ LGBTQI+ ที่ตกเป็นเป้าอย่างผิดกฎหมายโดยการติดตามจับตาเฝ้ามองทางดิจิทัล รวมถึงสปายแวร์เพกาซัส และการล่วงละเมิดทางออนไลน์โดยรัฐและที่ไม่ใช่รัฐ เพื่อพยายามปิดปากพวกเขา
"ทางการไทยต้องยกเลิกคดีของผู้ที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังก่อนการพิจารณาคดี หรือถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งหมด มาตรา 112 ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของประเทศไทย และต้องมีการแก้ไขทันที เจ้าหน้าที่ทางการต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนที่เป็นอิสระ ละเอียดถี่ถ้วน และอย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการใช้สปายแวร์เพกาซัส ที่สร้างความหวาดกลัวในหมู่นักกิจกรรม" โจเซฟ เบเนดิกต์ นักวิจัยของ CIVICUS Asia กล่าว
นอกจากนี้ CIVICUS Monitor ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการปราบปรามข้ามชาติในประเทศไทย กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีการปราบปรามชาวต่างชาติที่แสวงหาการคุ้มครองเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รัฐบาลประเทศต่างๆได้มีการกระทำต่อผู้เห็นต่างและนักกิจกรรมที่ต้องลี้ภัยมาประเทศไทย โดยการคุกคาม การจับตาเฝ้ามอง และการทำร้ายร่างกาย โดยมักได้รับความร่วมมือและความรู้เห็นจากทางการไทย ล่าสุด Y Quynh Bdap นักเคลื่อนไหวชาวเวียดนามถูกควบคุมตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 และมีความเสี่ยงที่จะถูกเนรเทศกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งเขาอาจถูกประหัตประหารอย่างรุนแรง
"เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่กําลังสมัครตําแหน่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกําลังเอื้ออํานวยการคุกคาม การจับตาเฝ้ามอง และการทำร้ายร่างกาย ของนักกิจกรรมจากต่างประเทศที่เข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย
ทางการต้องยุติการกระทําดังกล่าวและสร้างที่หลบภัยที่ปลอดภัยสําหรับนักกิจกรรมที่หลบหนีการประหัตประหารจากประเทศเพื่อนบ้านแทน" เบเนดิกต์กล่าวเสริม
พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้รับที่นั่งมากสุดในการเลือกตั้งรัฐสภาในปี 2566 มีความเสี่ยงที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค และฝ่ายบริหารของพรรคอาจถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากการให้คำมั่นที่จะแก้ไขบทบัญญัติหมิ่นประมาทพระราชวงศ์ โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาล
การยุบพรรคก้าวไกลจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการสมาคม และมีผลเสียต่อความคืบหน้าในการฟื้นฟูประชาธิปไตยภายหลังการรัฐประหารและการปกครองของทหาร
--------
เกี่ยวกับ CIVICUS Monitor
องค์กรกว่า 20 แห่งร่วมมือกันในการจัดทำ CIVICUS Monitor เพื่อเป็นฐานหลักฐานสําหรับการดําเนินการเพื่อปรับปรุงพื้นที่พลเมืองในทุกทวีป เสรีภาพของพลเมืองใน 198 ประเทศและดินแดนถูกจัดประเภทเป็น 'ปิด' 'ถูกกดขี่' 'ถูกขัดขวาง' 'แคบลง' หรือ 'เปิด' ตามวิธีการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการสมาคม การชุมนุมอย่างสงบ และการออกเสียง
ปัจจุบันประเทศไทยได้ถูกจัดให้อยู่อันดับ 'ถูกกดขี่' โดย CIVICUS Monitor ซึ่งมีทั้งหมด 50 ประเทศในโลกที่อยู่ในอันดับนี้ (ดูทั้งหมด)
คุณากร ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรียกเก็บค่าเดินทาง เผยตนเข้าใจผิด คิดว่าต้องใช้หมายจับตัวจริง
https://prachatai.com/journal/2024/07/109891
คุณากร ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรียกรับเงิน ระบุตนเข้าใจผิดว่าต้องใช้หมายจับตัวจริง จึงพูดเรื่องค่าเดินทางนำไปส่ง
12 ก.ค. 2567 จากกรณีที่สำนักข่าวประชาไทได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ 'เรเน่' พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ชื่อ "ชีวิตที่ยังไร้สถานะของ ‘เรเน่’ หญิงข้ามเพศที่ต้องลี้ภัยแค่จากโพสต์ไวรัลของตัวเอง" เมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยในบทสัมภาษณ์มีการกล่าวถึง ทนายไวท์ หรือ คุณากร มั่นนทีรัย อดีตทนายความอาสาของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในประเด็นปัญหาการขอเอกสารของผู้ลี้ภัยนั้น
วันนี้ (12 ก.ค.) เวลา 18.37 น. คุณากร มั่นนทีรัย ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 6 พรรคก้าวไกล ได้เผยแพร่แถลงการณ์ชี้แจงทางเฟซบุ๊กและเอกซ์ (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
คําแถลงการณ์ กรณีเรเน่ พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ่
ตามที่สํานักข่าวประชาไท เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของคุณเรเน่ พุทธพงศ์ กลิ่นยี่โถ่ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีประเด็นกล่าวถึงผมในส่วนของการประสานขอเอกสารหมายจับ
ผมต้องขอโทษคุณเรเน่ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษพี่น้องประชาชนที่อาจรู้สึกไม่ มั่นใจหรือผิดหวังในตัวผม โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรณีนี้ ดังต่อไปนี้ครับ
1. ในช่วงปีพ.ศ. 2564-2565 ผมเคยเป็นทนายความผู้รับผิดชอบคดีของคุณเรเน่ ผ่านศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คุณเรเน่มีการประสานมาขอหมายจับจากผมจริง แต่เนื่องจากผม เข้าใจว่าเอกสารหมายจับเป็นเอกสารสําคัญ ต้องส่งมอบให้คุณเรเน่เป็นเอกสารต้นฉบับอย่างเดียว เท่านั้น หากส่งเป็นไฟล์ดิจิทัล อาจไม่สามารถใช้ได้ อีกทั้งเข้าใจว่าคุณเรเน่มีที่อยู่ในต่างประเทศที่ ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ในเวลาต่อมา ผมทราบแล้วว่าเป็น ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
2. อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าใจเช่นนั้นในขณะนั้น ผมจึงพูดคุยกับคุณเรเน่เกี่ยวกับค่าเดินทาง ไปประเทศที่คุณเรเน่พํานักอยู่ เพื่อจะให้บุคคลที่สามที่ไว้ใจได้ นําส่งเอกสารให้คุณเรเน่ หรือคุณ เรเน่สามารถหาบุคคลที่ไว้ใจ มารับเอกสาร
3. ต่อมา ผมได้ชี้แจงเหตุการณ์นี้ต่อศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงพูดคุยกับ คุณเรเน่แล้ว เมื่อคุณเรเน่ติดต่อมา ผมจึงนําเอกสารสํานวนทางคดีทั้งหมดมอบให้ศูนย์ ทนายความฯ เพื่อให้คุณเรเน่สามารถประสานงานติดต่อด้วยตนเองต่อไป
นายคุณากร มั่นนทีรัย
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 6
พรรคก้าวไกล
https://www.facebook.com/KhunakornFC/posts/pfbid021JRed2oXh1XRv3VdR1T6NrKEPf4a9CtQ8es5gdfk6NndfNAXPbpCLbAfmdfKDUGFl
หวั่นค่าไฟปลายปีพุ่ง 4-6 บาท ชาวบ้านโอด-แห่ติดโซลาร์เซลล์
https://www.prachachat.net/economy/news-1606525
กกพ.เปิดรับฟังความเห็น 3 ทางเลือกก่อนปรับค่าไฟงวดสุดท้าย ก.ย.-ธ.ค.67 ที่ระดับ 4.65-6.01 บาท ยันพร้อมดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า หลังพบต้นทุนค่าไฟ บาทอ่อน-ราคา LNG สูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ต้องการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง (คงค้าง) กฟผ. แง้มหากต้องการตรึงค่าไฟงวดสุดท้าย 4.18 บาท รัฐบาลต้องหาเงินมาอุดหนุนอีก 28,000 ล้านบาท
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ในการประชุม กกพ.ครั้งที่ 28/2567 (ครั้งที่ 913) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2567
โดยกำหนดเป็น 3 แนวทางปรับเพิ่มขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วย จากงวดก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย โดยมอบให้สำนักงาน กกพ.นำสมมุติฐานดังกล่าวไปเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 12-26 กรกฎาคม 2567 ก่อนจะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
ทั้งนี้ สมมุติฐานในการกำหนดค่า Ft จาก 4 ปัจจัย ประกอบด้วย ความต้องการใช้ไฟฟ้า, อัตราแลกเปลี่ยน, การวางแผนผลิตและจัดหาไฟฟ้า และราคาพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ปรากฏความต้องการใช้ไฟลดลง 12.32% การวางแผนผลิตก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจาก 35.34 เป็น 36.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบสัญญาจรตลาดโลก (LNG Spot) เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 3.2 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวในปลายปี เมื่อรวมกับการทยอยคืนหนี้สะสมทั้งในส่วนของ กฟผ. 98,495 ล้านบาท และค่าภาระหนี้ของระบบที่ต้องจ่ายคืนให้กับคนขายก๊าซคือ ปตท. และ กฟผ. (AF Gas) อีก 15,000 ล้านบาท จึงทำให้ต้องปรับค่าไฟเพิ่มขึ้น
“ค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีนี้ที่เพิ่มขึ้นมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซ ทั้งก๊าซในอ่าวไทย และ LNG Spot นำเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น ราคา Pool Gas ปรับจาก 300 เป็น 323 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ขณะที่ราคา LNG Spot ปรับจาก 10.38 เป็น 13.58 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และยังเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจาก 33 เป็น 36.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจากต้นปีด้วย”
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังดีที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยนั้น “กำลังการผลิตได้กลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว” มีปริมาณการผลิตทุกแหล่งรวมกันเฉลี่ย 2,184 ล้านบีทียูต่อวัน จากงวดก่อนหน้าที่ผลิตได้ 1,484 ล้านบีทียู แต่แหล่งก๊าซในเมียนมายังคงมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 483 เหลือ 468 ล้านบีทียูต่อวัน ส่งผลให้ต้องมีการนำเข้