คุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของตัวเราแค่ไหน ?

สวัสดีค่ะ อยากขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆพี่ๆในกระทู้ เราพิมด้วยความรู้สึกของเราจริงๆ อยากให้ทุกท่านCommentให้คำแนะนำตรงๆได้เลย แต่ขอแบบสุภาพนะคะยิ้ม

เล่าพื้นฐานครอบครัวและการเติบโตของเราก่อนนะคะ ครอบครัวเราฐานะปานกลาง(ไปในทางต่ำละกัน) พ่อกับแม่แยกกันอยู่ เราใช้ชีวิตอยู่กับแม่ แม่รับราชการส่งเสียให้เราเรียนจนจบป.ตรี (แต่เเม่มาเสียตอนที่เราใกล้จะเรียนจบพอดี) พ่อก็ส่งเงินให้บ้าง แต่หลักๆก็จะเป็นแม่ที่ดูแลค่ะ ญาติพี่น้องเราส่วนใหญ่ก็ไม่สนิทกัน เพราะส่วนมากสำมะเลเทเมา ติดยาบ้าง ติดเหล้าบ้าง ติดการพนันบ้าง ส่วนมากเรียนไม่จบมีลูกเป็นโหลซะก่อน การได้มาใช้ชีวิตกับแม่สองคน เหมือนเป็นการแยกตัวเราออกมาจากคนเหล่านั้น ทำให้เรามีแนวคิดและการใช้ชีวิตที่ถีบตัวเองให้เรียนจบ และทำงานที่ต่างประเทศได้ เราเป็นน้องคนสุดท้อง ซึ่งพี่คนโตเรา ไม่สามารถเป็นที่พึ่งอะไรให้พ่อและคนในครอบครัวได้เลย และยังเป็นภาระต้องตามใช้หนี้พนัน โกหกนับครั้งไม่ถ้วน จนตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันไปแล้วค่ะ 

เข้าเรื่องนะคะ ชีวิตของเราที่คนรอบตัว(99%คือบุคคลในครอบครัว อีก1%คือคนที่เคยรู้จัก) มีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงมาก พึ่งพาตัวเองไม่ได้เลย
มันทำให้เราต้องมานั่งกังวลเกือบตลอดเวลา ว่า วันนี้เค้าจะกินข้าวกับอะไรนะ เวลาป่วย คือต้องเป็นเราแน่ๆที่จะต้องเป็นคนพาไปหรือออกค่าใช้จ่าย ชีวิตประจำวันคือไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ทำอะไร(ที่ดีๆ) เพราะจะต้องรอเราพาไปทำ จะออกไปไหนต้องเป็นเราที่บอกแต่งตัวให้เกียรติสถานที่ด้วยนะ ถ้าไม่บอกก็คือ เสื้อขาดๆรองเท้าขาดๆ ซึ่งจริงๆแล้วชีวิตไม่ได้ต้องลำบากขนาดนั้น คนอื่นก็อาจจะมองเราแย่ไปเลยว่าเป็นคนไม่ดูแลครอบครัว หารู้ไม่ว่าเราก็ดูแลตามกำลังที่เรามี ซึ่งเราที่มีหน้าที่ลูกหรือหลาน ก็เครียดมากๆ เพราะชีวิตนอกจากต้องดิ้นรนด้วยตัวเองทั้งหมด แล้วยังต้องเป็นห่วงชีวิตของคนอื่นด้วย

กลับกัน เพื่อนเราส่วนมากและคนที่เรารู้จัก ครอบครัวของเพื่อน พ่อแม่ลุงป้าน้าอาของเค้า ดูมีชีวิตที่มีคุณภาพด้วยตัวของเค้าเอง เพื่อนเราไม่ได้ดูแลอะไรที่บ้านซักบาท ไม่ต้องกังวลชีวิตของคนในครอบครัว เพราะรู้ว่าคนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว แถมถ้าวันนึงที่เพื่อนเราล้ม ครอบครัวเค้าSupport ได้แน่ๆ
คนใกล้ตัวเราที่ตอนนี้รวยและชีวิตดี เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ครอบครัวเค้าเป็นคนหาที่ทำมาหากินให้ หาโอกาสต่างๆมาให้ถึงหน้า ทำให้เค้าต่อยอดโอกาสตรงนั้นและประสบความสำเร็จได้ ซึ่งต่างจากเรามากๆ ที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเองโดยไม่มีใครSupport แถมยังต้องคอยช่วยเหลือคอยเครียดกับชีวิตของคนอื่นอีก
เรารู้สึกว่า Family Meetingของครอบครัวเค้าเหล่านั้น คือการได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างแท้จริง มันคือการรวมตัวเพื่อพูดคุยอัพเดตชีวิต ปรึกษาเรื่องงาน เรื่องลูกหลาน ซึ่งต่างจากครอบครัวเรา ที่เจอกันแต่ละครั้งก็จะไม่พ้นเรื่องเงิน พาไปซื้ออันนั้นหน่อย พาไปกินอันนี้ที เราเองไม่ได้รวยอะไร แต่แค่อยากใช้เวลากับครอบครัวเยอะๆ เราเลยพาไปกินข้าวทุกอาทิตย์ เวลาป่วยก็พาไปรพเอกชน แต่ก็จะมีญาติบางคนมาพูดบั่นทอนบางทีถามให้เงินพ่อยังไง เท่าไหร่ ควรให้เยอะกว่านี้ ซึ่งมองข้ามสิ่งที่เราทำที่ก็ต้องใช้เงินเหมือนกันนะการพาไปกินข้าวหรือจ่ายค่ารักษาอะค่ะ แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นรูปธรรมแบบเงินใส่ซองมั้ง555 เราดูแลครอบครัวของเราตามกำลังที่เรามี ซึ่งพี่เราและคนอื่นไม่สามารถทำได้ หน้าที่นี้เลยตกเป็นของเราแหละมั้ง

ที่อยากขอคำปรึกษาคือ เราควรมีแนวคิดอย่างไรกับชีวิตเราตอนนี้ บางทีเห็นคนอื่นที่ครอบครัวเค้าSupportเค้าได้แล้วยอมรับเลยว่าอิจฉา555 เราดูแลครอบครัวของเราตามกำลังที่เรามีแต่มันทำให้เราทุกข์ใจมากเวลาที่ต้องมานั่งกังวลใจ หรือต้องมานั่งซ่อมชีวิตใคร เราก็ไม่รู้ว่าเราคิดแบบนี้คือบาปมั้ย แต่อยากซื่อสัตย์กับความคิดและความทุกข์ของตัวเองค่ะ 

Tagห้องนักจิต เพราะ เราเล่าเรื่องความรู้สึกของเราอาจจะมีนักจิตที่วิเคราะห์ความคิดตรงนี้ของเราได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นล่วงหน้านะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่