ซื้อรถ ev รุ่นไหนดีสุดครับ สำหรับนำมาขับ grab car.

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับ

ซื้อรถ ev รุ่นไหนดีสุดครับ สำหรับนำมาขับ grab car.

ช่วยให้เหตุผลด้วยครับ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยบอกด้วยว่าขับตก กิโลเมตรละกี่บาท

แล้วอีกคำถาม วันนี้ไปลองขับ neta v ii มา แต่เจอปัญหาคือ ไม่รู้จะวางมือถือเพื่อใช้ grab driver / gps ยังไง แนะนำทีครับ ว่าท่านวางยังไง ด้านไหน แล้วใช้ ที่วางรุ่นไหน ตัวไหน

ขอบคุณมากครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้าจะเอามาวิ่ง Grab จริง ๆ ผมมองว่าต้องดูเรื่อง ความยืดหยุ่นในการใช้งาน + ต้นทุนต่อวัน + เวลาที่เสียไปกับการชาร์จ พิจารณาด้วยครับ

ถ้าอยากได้ตัวเลือกที่ใช้งานยืดหยุ่น ผมขอแนะนำมองไว้ 2 แนว คือ

1) BYD Seal 5 DM-i (PHEV)
ตัวนี้ข้อดีคือวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ในชีวิตประจำวัน  แต่ยังมีเครื่องยนต์ไว้ต่อระยะได้ เวลาเจองานยาว ๆ หรือวันไหนวิ่งทั้งวันไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จมาก

ถ้าขับในเมืองเป็นหลัก ชาร์จไฟบ้านทุกคืน ก็สามารถวิ่งโหมดไฟฟ้าได้เป็นส่วนใหญ่ ต้นทุนต่อกิโลก็ยังต่ำกว่าน้ำมันเยอะ แต่ข้อดีคือถ้าวันไหนรับงานยาวหรือวิ่งเกินระยะ ก็เติมน้ำมันต่อได้ทันที ไม่เสียเวลาจอดชาร์จนาน

เหมาะกับคนที่
• วิ่งงานทุกวัน ระยะไม่แน่นอน
• บางวันงานยาว บางวันงานสั้น
• ยังไม่อยากผูกชีวิตกับจุดชาร์จ 100%

2) BYD Atto3 / Dolphin (EV ล้วน)
อันนี้จะเหมาะกับคนที่จัดตารางการวิ่งได้ และมีที่ชาร์จที่บ้านหรือคอนโด เพราะต้นทุนต่อกิโลเมตรจะต่ำสุดในระยะยาว

ข้อดีคือ
• ขับเงียบ นั่งสบาย ลูกค้านั่งสบาย
• อัตราเร่งดี เหมาะกับการใช้งานในเมือง
• ค่าไฟเฉลี่ยตกประมาณ 0.7–1 บาท/กม. แล้วแต่รูปแบบการชาร์จ

ถ้าวิ่งวันละประมาณ 200–300 กม. แล้วกลับไปชาร์จที่บ้านตอนกลางคืนได้ ตัวนี้ค่อนข้างคุ้มในระยะยาว เพราะค่าพลังงานต่ำและค่าบำรุงรักษาน้อยกว่า

แต่ต้องยอมรับว่าถ้าวันไหนงานยาวเกินระยะ ก็ต้องเสียเวลาหาจุดชาร์จระหว่างวัน

อีกเรื่องที่ควรคิดเวลาเลือก EV มาวิ่งงาน คือศูนย์บริการและอะไหล่
ตอนนี้ BYD ยังถือว่าเป็นแบรนด์ EV ที่มียอดขายในไทยสูงสุด ทำให้จำนวนศูนย์บริการและอะไหล่รองรับเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสำคัญมากสำหรับรถที่ใช้หารายได้ เพราะถ้ารถต้องจอดซ่อมหลายวัน รายได้ก็หาย

อย่างน้อยตอนนี้ศูนย์ BYD เปิดเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้หาศูนย์ใกล้บ้านง่ายขึ้น และระยะยาวน่าจะมีรองรับมากกว่านี้อีก

สรุปแบบง่าย ๆ
• ถ้าอยากได้ความอุ่นใจ วิ่งได้ยาว ไม่ต้องลุ้นหาที่ชาร์จ →  PHEV ยืดหยุ่นกว่า
• ถ้าวิ่งเป็นรอบ มีที่ชาร์จแน่นอน อยากลดต้นทุนต่อกิโลให้ต่ำสุด → EV คุ้มกว่าในระยะยาว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่