สถานะแบบนี้ออกรถไฟฟ้าหรือน้ำมันดี? (เด็กจบใหม่/ข้าราชการ/บ้านนอก)

เรื่อง : ซื้อรถไฟฟ้า หรือ รถน้ำมันดี?

สวัสดีค่ะ หนูกำลังมีแพลนอยากออกรถยนต์ค่ะ เพราะเวลาไปติดต่องานที่ต่างอำเภอต้องขับมอเตอร์ไซค์ 60 โล ไปกลับก็ 120 (นาน ๆ ไปทีค่ะ) ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยค่ะ เวลาที่บ้านป่วย หมาแมวป่วยต้องไปจ้างคนในหมู่บ้านให้ช่วยขับไปรับไปส่งค่ะ บางทีไม่สบายตอนตี 1 เราต้องเรียก 1669 มารับเพราะที่บ้านไม่มีรถ เลยทำให้ตัดสินใจอยากซื้อค่ะ

ทุกวันนี้หนูไปกลับที่ทำงานรวมระยะทางไปกลับราว ๆ 20 โล พักอาศัยที่บ้านอยู่บ้านนอกค่ะ ปั๊มน้ำมันแถวบ้านยังไม่มีที่ชาร์จ DC 

ส่วนตัวหนูเลยคือชอบรถ EV มาก ๆ ค่ะ อยากใช้รถ EV ดูไว้ราว ๆ ราคา 560,000 (Neta V II) ค่ะ อยากดาวน์สัก 20% 6 ปี ราคาผ่อนต่อเดือนก็ราว ๆ 7500 ค่ะ ตั้งใจจะชาร์จไฟบ้านเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้ปัญหาคือหนูไม่รู้ว่า EV เหมาะกับการเป็นรถคันแรกของหนูไหม เพราะถ้ามีปัญหามาคือซ่อมนาน ในขณะที่หนูยังผ่อนอยู่ และไม่มีรถสำรองค่ะ อีกอย่างคือรุ่นที่หนูมองไว้ก็เข้าไทยมาได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าคุณภาพของแบตจะดีไหม จะเคลมได้อย่างที่บอกหรือเปล่า อีกอย่างเหมือนเคยอ่านเจอว่า EV เหมาะกับคนที่มีรถและมีเงินมากพออยู่แล้วน่ะค่ะ เลยแอบกลัว

ส่วนรถน้ำมันหนูมองไว้เป็นลำดับที่ 2 เพราะในขณะที่หนูผ่อน หนูจะต้องจ่ายค่าน้ำมันไปด้วย ซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ สำหรับหนูค่ะ แต่ข้อดีคือถ้ามีปัญหายังไงก็ต้องซ่อมไวและหาอะไหล่ง่ายว่า EV

อยากขอคำแนะนำและความคิดเห็นจากพี่ ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจค่ะ ขอบพระคุณค่ะ 

หนูอายุ 24 อาชีพข้าราชการ + ฟรีแลนซ์ เงินเดือนราว ๆ 25000 (เผื่อใช้ประกอบคำแนะนำค่ะ)
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 57
ถ้าดูจากโจทย์การใช้งานของ จขกท. ผมว่ารถแนว PHEV อย่าง Seal 5 น่าสนใจกว่า EV ล้วนพอสมควรนะครับ โดยเฉพาะกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด มีรถคันเดียว และยังต้องคิดเรื่องความสะดวกเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน

จุดที่ จขกท.กังวลเรื่อง EV ล้วน ผมว่ากังวลถูกแล้ว เช่น เรื่องศูนย์บริการอยู่ต่างจังหวัดข้างเคียง, ถ้ารถมีปัญหาแล้วไม่มีรถสำรอง, หรือเวลาต้องรีบใช้รถตอนกลางคืนแบบไม่ทันตั้งตัว รถ PHEV จะตอบโจทย์กว่าตรงที่ยังเติมน้ำมันแล้วไปต่อได้เลย ไม่ต้องผูกชีวิตไว้กับจุดชาร์จอย่างเดียว

ถ้าเป็น Seal 5 ข้อดีของแนวนี้คือ วันปกติที่ใช้รถไปทำงานแค่ประมาณ 20 กม. มันยังได้ฟีลประหยัดแบบรถไฟฟ้าอยู่ เพราะระยะใช้งานต่อวันน้อยมาก แต่ถ้าวันไหนต้องขับไกล ไปต่างอำเภอ ไปโรงพยาบาล หรือมีเหตุฉุกเฉิน ก็ยังใช้น้ำมันวิ่งต่อได้ ไม่ต้องมาลุ้นเรื่องแบตเหลือพอไหม แล้วมันก็ชาร์จที่บ้านได้เลย

เรื่องค่าดูแล หลายคนจะกลัวว่ามี 2 ระบบแล้วจะจุกจิกกว่า แต่ในทางใช้งานจริง รถแบบนี้ถ้าเราไม่ได้วิ่งหนักมาก เครื่องยนต์ก็ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาเหมือนรถน้ำมันล้วน ภาระบางส่วนมันถูกแบ่งไปที่มอเตอร์ ทำให้การใช้งานในเมืองค่อนข้างสบายครับ

ส่วนเรื่องแบตที่ จขกท.กลัว ผมมองว่า PHEV กลาง ๆ กว่า EV ล้วน เพราะถึงวันหนึ่งแบตเสื่อม รถก็ไม่ได้เสียประโยชน์ทั้งคันแบบต้องพึ่งไฟอย่างเดียว แต่ตรงนี้ก็ต้องดูเงื่อนไขประกันแบตและศูนย์บริการประกอบด้วย

เรื่องประกันกับราคาขายต่อ อันนี้แล้วแต่รุ่นและตลาดช่วงนั้น แต่โดยหลัก PHEV จะทำให้คนที่ยังไม่พร้อมไป EV ล้วนรู้สึกสบายใจกว่า เพราะมันเป็นทางสายกลาง ได้ทั้งความประหยัดและความยืดหยุ่น

ถ้าเป็นผม แล้วมีโจทย์แบบ จขกท. คืออยู่ต่างจังหวัด ใช้รถคันเดียว ใช้งานไม่เยอะมาก แต่ต้องพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน ผมจะมอง  BYD Seal 5 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า EV ล้วน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่