เจาะลึก 16 ประเทศกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถ EV

ในปัจจุบันนี้ โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว และนานาชาติได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อบังคับให้โลกเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานสะอาด เช่น กรอบข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) หรือแผน NDC 3.0 เป็นต้น
          วันนี้ผมเลยขอรวบรวม 16 ประเทศที่ BEV กำลังเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศ มาสรุปให้ฟังกันครับ!

กลุ่มที่ 1 ภูมิภาคเอเชียและลาตินอเมริกา
1. เวียดนาม "เจ้าถิ่น" กินรวบ สัดส่วนพุ่งกระฉูด 37%
          กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าเร็วที่สุดในอาเซียนอย่างเหนือความคาดหมาย ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายรถใหม่ที่เป็น BEV พุ่งทะยานขึ้นมาสูงถึง 37%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ แบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง VinFast พลิกเกมมาลุย BEV เต็มตัว และส่งมอบรถในประเทศได้ทะลุหลักแสนคัน แซงหน้าค่ายรถน้ำมันต่างชาติที่เคยครองเมือง
-กลยุทธ์กวาดตลาด การปล่อยรถ BEV ขนาดเล็กราคาประหยัดอย่าง VF 3 และ VF 5 เข้ามาแย่งชิงกลุ่มลูกค้าที่เคยขับมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์สันดาปขนาดเล็ก (A-Segment) ไปจนเกลี้ยง แถมยังลุยตลาดแท็กซี่ไฟฟ้า (Green SM) จนแท็กซี่น้ำมันเดิมแทบไร้ที่ยืนในเมืองใหญ่
 
2. ไทย จุดเปลี่ยนสู่การเป็น "ศูนย์กลางผลิต EV แห่งอาเซียน"
         ประเทศไทยเดิมทีคือศูนย์กลางการผลิตรถยนต์สันดาปที่แข็งแกร่งจนได้ฉายา "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" แต่ในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ ไทยเราเลือกที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็วภายใต้นโยบาย 30@30 ของภาครัฐ จนทำให้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขยับขึ้นมาแชร์ตลาดรถยนต์นั่งในประเทศอย่างมั่นคงที่ประมาณ 10-20% ในบางเดือน
-จุดเปลี่ยนสำคัญ แทนที่จะปล่อยให้กระแสนำเข้าเข้ามากลืนกินตลาดเพียงอย่างเดียว มาตรการส่งเสริมอย่าง EV 3.0 และ EV 3.5 ได้ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากค่ายรถยนต์ระดับโลก (โดยเฉพาะค่ายจีน) ให้เข้ามา ตั้งฐานโรงงานผลิตในประเทศไทย บีบให้เกิดการย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าและโครงสร้างแบตเตอรี่มาไว้ที่บ้านเรา
-การยกระดับ Supply Chain Supplier และโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเดิม กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เพื่ออัปเกรดตัวเองไปสู่เทคโนโลยี Smart Mobility ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดงานจับคู่ธุรกิจระดับโลกเพื่อดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานใหม่นี้ให้ได้
-การปรับฐานราคาที่เสถียรขึ้น หลังจากผ่านช่วงสงครามราคาและการนำเข้า (CBU) ในปีที่ผ่านมา เข้าสู่ปี 2026 ตลาด EV ไทยกำลังปรับฐานสู่ความมั่นคง ราคาเริ่มนิ่งและสะท้อนต้นทุนจริงเนื่องจากค่ายรถหันมาเน้นการประกอบภายในประเทศ (CKD) ส่งผลดีให้ตลาดรถยนต์มือสองเริ่มกลับมาเสถียรและมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นครับ
 
3. อินเดีย ปฏิวัติจากฐานราก โตแกร่งด้วย "2-3 ล้อไฟฟ้า" และขนส่งมวลชน
          อินเดียกำลังเป็นฮับการเปลี่ยนผ่านที่เติบโตสูงขึ้นกว่า 30% ในภาพรวม แต่ความน่าสนใจคือวิธีพลิกโฉมตลาดที่แตกต่างจากยุโรป
-จุดเปลี่ยนสำคัญ อินเดียเจาะลึกไปที่ระบบเศรษฐกิจรากหญ้า ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าประเภท 3 ล้อ (E-Rickshaw) พุ่งสูงจนมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 25% ของยอดขายรถสามล้อทั้งหมด และกลุ่ม 2 ล้อไฟฟ้าก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงแผนการเปลี่ยนรถเมล์โดยสารสาธารณะให้เป็นระบบบัสไฟฟ้า (E-Bus) ทั่วเมืองใหญ่ บีบให้ค่ายพลังงานยักษ์ใหญ่และแบรนด์เครื่องยนต์สันดาปในท้องถิ่นต้องรีบปรับพอร์ตมาลุย EV กันทั้งหมดเพื่อไม่ให้ตกขบวน
 
4. บราซิล แผน "ป่าล้อมเมือง" โตกระโดด 300%
          บราซิลเคยพึ่งพาพลังงานเอทานอลสูงและถูกมองว่าเกิด BEV ได้ยาก แต่ล่าสุดยอดขาย BEV โตระเบิดแบบก้าวกระโดดเกือบ 300%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ แบรนด์จีนใช้โมเดล "ราคาชนรถน้ำมัน" ส่งรุ่นเล็กอย่าง BYD Seagull และ Dolphin เข้ามาถล่มราคา จนรถยนต์สันดาปเจ้าถิ่นเดิมอย่าง Fiat, Volkswagen และ Chevrolet สูญเสียพื้นที่ในเมืองใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว
 
5. เนปาล ม้ามืดแห่งเอเชียใต้ ยอดขายพุ่งแตะ 68%
         เนปาลเป็นกรณีศึกษาที่น่าทึ่งมากในการก้ามข้ามเทคโนโลยี (Leapfrogging) จากเดิมที่แทบไม่มีรถไฟฟ้าเลย ปัจจุบันส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ใหม่ที่เป็น BEV พุ่งสูงถึง 68%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ เนปาลต้องนำเข้าน้ำมันราคาแพงผ่านอินเดียทั้งหมด รัฐบาลเลยหักดิบ ลดภาษีนำเข้ารถ BEV จนเหลือต่ำมาก ขณะที่ตั้งกำแพงภาษีรถน้ำมันสูงถึง 200-300% บีบให้ค่ายรถน้ำมันอินเดียและญี่ปุ่นหลุดจากกระแสหลักทันที
 
กลุ่มที่ 2 กลุ่มประเทศที่หักดิบด้วย "มาตรการขั้นสุด"
6. เอธิโอเปีย ประเทศแรกในโลกที่ "แบน" การนำเข้ารถน้ำมัน
          ถ้าบอกว่านอร์เวย์คนพร้อมใจเลิกซื้อ เอธิโอเปียคือประเทศที่ รัฐบาลบังคับให้เลิก โดยประกาศแบนการนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมัน 100% ส่งผลให้สัดส่วนการนำเข้ารถยนต์ใหม่ในปัจจุบันกลายเป็น BEV ไปแล้วกว่า 40%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ รัฐบาลแบกค่าน้ำมันนำเข้าไม่ไหว แต่ประเทศมีเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดใหญ่กระแสไฟเหลือเฟือ เลยสั่งหักดิบแบนรถน้ำมัน ช่างซ่อมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในเมืองหลวงกำลังเผชิญภาวะไม่มีรถใหม่เข้าอู่ และต้องดิ้นรนไปเรียนวิธีซ่อมแบตเตอรี่แทน
 
7. นอร์เวย์ เฟสสุดท้ายของการแทนที่รถน้ำมันอย่างสมบูรณ์
         ข้ามคำว่าพลิกโฉมไปแล้ว เพราะตอนนี้เข้าสู่เฟส "กลืนกินโดยสมบูรณ์" ยอดขายรถยนต์ใหม่เป็น BEV ล้วนสูงถึง 94-98%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ โชว์รูมรถยนต์แทบทุกแห่งเลิกขายรถยนต์น้ำมันล้วนแล้ว ปริมาณรถสะสมบนท้องถนนที่เป็น BEV แซงหน้ารถน้ำมันทั้งประเทศเรียบร้อย ปั๊มน้ำมันผันตัวไปเป็นสถานีชาร์จความเร็วสูง (Hypercharger) คู่กับ Co-working Space กันหมด
 
8. สิงคโปร์ บีบให้รถน้ำมันไร้ที่ยืนด้วยกลไก "ใบอนุญาตขับรถราคาหลักล้าน"
         ด้วยพื้นที่ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก สิงคโปร์จึงควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนอย่างโหดเหี้ยมผ่านระบบ COE (Certificate of Entitlement) หรือใบอนุญาตสิทธิ์ครอบครองรถ 10 ปี ที่คนอยากซื้อรถต้องมาประมูลแข่งกัน ซึ่งปัจจุบันราคาตั๋วใบอนุญาตนี้พุ่งสูงถึงประมาณ 120,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือราวๆ 3.3 ล้านบาท) แซงหน้าค่าตัวรถจริงไปหลายเท่าตัว! ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายรถใหม่เป็น BEV ที่นี่พุ่งทะยานแตะ เกือบ 30%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ รัฐบาลสิงคโปร์ใช้กลไก COE นี้สกัดรถน้ำมัน โดยจงใจปรับเกณฑ์ให้รถ BEV สมรรถนะดีหลายๆ รุ่น (ที่แรงม้าไม่เกิน 147 ตัว) ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม COE รถเล็ก (Category A) ทำให้เสียค่าประมูลตั๋วถูกกว่ารถน้ำมันในพิกัดความหรูหราเท่ากัน
-ยาแรงทางภาษี นอกจากตั๋ว COE จะได้เปรียบแล้ว รัฐบาลยังนำเงินภาษีที่เก็บได้มหาศาลจากรถน้ำมัน ไปแปลงเป็นเงินอุดหนุนและลดภาษีให้คนเลือกซื้อ BEV เพิ่มอีกต่อสูงสุดถึง 40,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท) สวนทางกับรถน้ำมันที่โดนภาษีสิ่งแวดล้อมอ่วม บีบให้คนสิงคโปร์ที่จำเป็นต้องซื้อรถ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันมาคบรถไฟฟ้า 100% และบังคับตึกสร้างใหม่ทุกแห่งต้องมีที่ชาร์จรถไฟฟ้าด้วย
 
กลุ่มที่ 3 โครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายบีบบังคับ
9. ฝรั่งเศส โมเดล "Leasing Social" บุกยึดตลาดคนทั่วไป
          ฝรั่งเศสเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่สัดส่วนยอดขาย BEV ใหม่กระโดดขึ้นมาแตะระดับ 28%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ นโยบายปล่อยเช่ารถ BEV ระยะยาวราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Leasing Social) ตกเดือนละประมาณ 100 ยูโร (ราว 3,800 บาท) ทำให้รถยนต์เก๋งไฟฟ้าขนาดเล็กของเจ้าถิ่นทลายเข้าสู่ท้องถนน แย่งชิงพื้นที่รถเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินเดิมไปเกือบครึ่งประเทศ
 
10. โมร็อกโก ม้ามืดฝั่งแอฟริกาเหนือ สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
         โมร็อกโกอาจจะยังไม่ได้มียอดขายรถ BEV ในประเทศสูงลิ่วติดชาร์ตโลก แต่ในแง่ของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ประเทศนี้กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างก้าวกระโดดจนน่าจับตาที่สุดในแอฟริกา
-จุดเปลี่ยนสำคัญ ทำเลทองติดฝั่งยุโรปทำให้โมร็อกโกได้รับเลือกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ (รวมถึงค่ายจีนและยุโรป) ในการสร้างโรงงานผลิต "แบตเตอรี่รถไฟฟ้าลิเธียมไอออน" และส่วนประกอบขนาดใหญ่เพื่อป้อนตลาดยุโรปโดยตรง เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมในประเทศจากอู่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์น้ำมันแบบเดิม มาเป็นศูนย์กลาง Supply Chain ของ EV โลกอย่างรวดเร็ว
 
11. สวีเดน และ 12. เดนมาร์ก ตลาดรถน้ำมันมือสองราคาร่วงหนัก
          สองเสือแห่งสแกนดิเนเวียเดินหน้าตามรอยนอร์เวย์มาติดๆ โดยสัดส่วนยอดขายรถ BEV ใหม่ในสวีเดนพุ่งแตะ 61% และเดนมาร์กตามมาที่ 56-59%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ ตลาดรถยนต์มือสองและเต็นท์รถในแถบนี้ถูกเขย่าอย่างรุนแรง มูลค่าของรถยนต์ดีเซลและเบนซินตกลงอย่างน่าใจหาย ประกอบกับเมืองใหญ่ประกาศกฎหมาย Low-Emission Zone ห้ามรถน้ำมันวิ่งเข้าเขตใจกลางเมือง ยิ่งเร่งให้คนเปลี่ยนรถเร็วขึ้น
 
13. ไอซ์แลนด์ เกาะพลังงานสะอาดที่เลิกง้อน้ำมัน
          ไอซ์แลนด์มีสัดส่วนยอดขายรถใหม่ที่เป็น BEV พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 61.4%
-จุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากผลิตไฟฟ้าใช้เองในประเทศได้ 100% จากพลังงานความร้อนใต้พิภพและพลังงานน้ำ ค่าไฟถูกมาก สวนทางกับน้ำมันดิบที่ต้องนำเข้าทางเรือและแพงลิ่ว รถยนต์สันดาปเดิมในไอซ์แลนด์จึงหมดความคุ้มค่าในการใช้งานไปโดยปริยาย
 
14. เนเธอร์แลนด์ โครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์แบบจนปั๊มน้ำมันต้องปรับตัว
          สัดส่วนยอดขายรถ BEV ใหม่ ทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 56.5% ด้วยความหนาแน่นของจุดชาร์จ (Charging Stations) สูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
-จุดเปลี่ยนสำคัญ ธุรกิจปั๊มน้ำมันและอู่ซ่อมรถแบบดั้งเดิมลดลงไปเยอะมาก สถานีบริการริมทางผันตัวไปเป็นจุดชาร์จความเร็วสูงพ่วงร้านกาแฟกันหมด และรถขนส่งพัสดุในเมืองหลวงถูกเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า 100% ทั้งหมดแล้ว
 
15. เยอรมนี พี่ใหญ่ยุโรปฟื้นตัวแรง ขยายตัวเพิ่มขึ้น 41% ในช่วงต้นปี
          หลังจากที่เยอรมนีเคยประสบปัญหายอดขายรถไฟฟ้าชะลอตัวชั่วคราวจากการยกเลิกเงินอุดหนุนแบบฉับพลันในช่วงก่อนหน้า แต่ล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 2026 เยอรมนีกลับมาคัมแบ็กอย่างน่ากลัว โดยยอดขาย BEV ทะยานสูงขึ้นถึง 41% (YoY)
-จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดจากมาตรการกระตุ้นและสิทธิประโยชน์ทางภาษีรอบใหม่ของรัฐบาล (Renewed Government Incentives) ประกอบกับการรุกคืบและการตั้งฐานการผลิตของแบรนด์ BEV ต่างชาติบนแผ่นดินยุโรป ทำสงครามราคากระตุ้นตลาด จนทำให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เจ้าถิ่นของเยอรมนีเองต้องเร่งปรับพอร์ต ดัมป์ราคา และส่งรถเก๋งไฟฟ้าพิกัดแมสออกมาสู้เพื่อรักษาฐานที่มั่น บีบให้ระบบนิเวศของรถยนต์น้ำมันและดีเซลเดิมในประเทศเยอรมนียิ่งถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ
 
16. นิวซีแลนด์ คลื่นลูกใหม่ล้มแชมป์รถมือสองญี่ปุ่น
          นิวซีแลนด์เคยพึ่งพารถยนต์มือสองสันดาปประสิทธิภาพสูงจากญี่ปุ่น (JMD) แต่อัตราการเข้าสู่ตลาดของ BEV เติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
-จุดเปลี่ยนสำคัญ แบรนด์อย่าง BYD และ Tesla เข้ามาเป็นรถยนต์กระแสหลักที่ชนชั้นกลางนิวซีแลนด์เลือกซื้อ บีบให้เต็นท์รถมือสองที่เคยเน้นรถน้ำมันนำเข้า ต้องทยอยเปลี่ยนพอร์ตมาจับรถไฟฟ้าแทนเพื่อความอยู่รอด
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่