▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เครื่องดื่ม
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
อาหารเพื่อสุขภาพ
ระบบขับถ่าย (Excretory System)
จุลินทรีย์ (Microorganism)
ความเเตกต่างระหว่าง ยาคูลท์ กับ บีทาเก้น
วันนี้ จขกท. จะมาบอกความเเตกต่างของยาคูลท์ กับ บีทาเก้น
โดย ยาคูลท์จะใช้จุลินทรีย์ที่ชื่อว่า แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ส่วน บีทาเก้นจะใช้จุลินทรีย์ที่ชื่อว่า โพรไบโอติก
ซึ่งมี 8,000 ล้านตัว ต่อ 80 มล. โดยมีอย่างน้อย 9,000 ล้านตัว ต่อ 85 มล
เมื่อได้รับจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสจากยาคูลท์ จะส่งผลให้จำนวน จุลินทรีย์โพรไบโอติกในบีทาเก้นนั้นสามารถทนต่อกรด
ของแบคทีเรียดีภายในลำไส้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และ ในกระเพาะอาหารจึงทำให้สามารถมีชีวิตรอดไปยึดเกาะ
ลดจำนวนแบคทีเรียที่มีโทษต่อร่างกายลงเหลือเพียง 1 ใน 5 เท่านั้น กับผนังลำไส้ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งผลที่ได้รับคือ ระบบขับถ่ายจะทำงานได้ดีขึ้น เห็นผลชัดเจน ดังนั้นจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยให้ระบบย่อยและการ
ทั้งกลุ่มคนที่ท้องเสียและท้องผูก อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน ขับถ่ายของผู้บริโภคดีขึ้น นอกจากนี้แล้วจุลินทรีย์
ของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วย นอกจากนั้น แลคโตบาซิลลัส โพรไบโอติก ยังสามารถป้องกันและกำจัดแบคทีเรียร้าย
แอล. คาเซอิ ชิโรต้า นั้นถูกตั้งชื่อตาม ดร.มิโนรุ ชิโรตะ ผู้คิดค้น ในลำไส้ของผู้บริโภคได้อีกด้วย
จุลินทรีย์สายพันธุ์หนึ่งในลำไส้ที่มีประโยชน์กับมนุษย์ได้เป็นคนแรก
โดยได้ตั้งชื่อว่า "แลคโตบาซิลลัสคาเซอิสายพันธุ์ชิโรต้า"
คุณค่าทางโภชนาการของ ยาคูลท์ และ บีทาเก้น
ส่วนตัว จขกท.ชอบยาคูลท์มากกว่า เพราะคิดว่าอร่อยกว่า เเล้วทุกคนล่ะ ชอบดื่มยาคูลท์หรือบีทาเก้น กันมากกว่า?
ที่มา : sanook.com