การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา (ปรับปรุง2540) หนังสือ 180 วันในกระทรวงศึกษาธิการ ของ คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล
การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
การปฏิรูปการศึกษาจะสําเร็จหรือล้มเหลวนั้น จุดเริ่มต้นที่สําคัญยิ่งจุดหนึ่งคือครูผู้ทําหน้าที่ใน
การให้การศึกษา ด้วยเหตุนี้ ครูจึงเป็นบุคคลสําคัญยิ่งในการจัดการศึกษาที่จะต้องได้รับการพัฒนาให้
เป็นครูที่มีความรู้ ความคิด และความประพฤติดี เป็นที่ยอมรับนับถือใน ฐานะปูชนียบุคคล เป็นที่ไว้
วางใจของผู้ปกครอง เป็นผู้ร่วมงานที่ดีในสถานศึกษา เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม และเป็นบุคคลที่ไม่มี
ปัญหาส่วนตัวจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพการสอน โดยดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. การพัฒนาวิชาชีพครู
การทําให้ครูเป็นไปตามความคาดหวังของสังคมได้นั้น กระทรวงศึกษาธิการได้จัดให้มีการ
พัฒนาวิชาชีพครูขึ้น ด้วยการจัดให้ครูได้รับการอบรมเพื่อการพัฒนาทั้งความรู้ ความคิด คุณธรรม
จริยธรรมอย่างน้อยคนละ 2 ปีต่อครั้ง เพื่อให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาการเรียนการสอนทั้งในด้านวิสัย
ทัศน์ เทคนิค ทักษะ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อบรมให้ครูทุกคนต้องใช้อุปกรณ์สารสนเทศเป็น ซึ่ง
การพัฒนาครูนั้นจะดําเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ 11 ข้อ และจรรยาบรรณครู
9 ประการ
2. ส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของครู
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการครูซึ่งถือเป็นปัญหาสะสมที่ยังไม่ได้รับการ
แก้ไข คือ ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของครู ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอย่างแน่ชัด
ที่จะให้ครูที่มีหนี้สินต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้มีเงินเดือนเหลือเพื่อใช้จ่ายอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของ
เงินเดือน โดยจะแก้ปัญหาสะสมเกี่ยวกับหนี้สินของครูที่เกิดจากการกู้เงินฉุกเฉิน หรือการกู้เงินประเภท
อื่น ๆ โดยใช้เงินปลดเปลื้องหนี้สินที่รัฐบาลจัดสรรให้จํานวน 500 ล้านบาท เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในระดับ
หนึ่งก่อน
3. การจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตครู
การพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอีกวิธีการหนึ่ง ได้แก่ การจัด
สวัสดิการด้วยการเพิ่มรายได้ให้แก่ครูและลดรายจ่าย โดยกําหนดให้มีการจ่ายค่าตอบแทนการสอนแก่
ครูที่ปฏิบัติงานเกินเกณฑ์กําหนดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาของ
ข้าราชการหน่วยอื่น ๆ
4. การแก้ปัญหาครูช่วยราชการ
การปฏิรูปครูและบุคลากรอีกประการหนึ่ง ได้แก่ การแก้ปัญหาครูช่วยราชการ ซึ่งเป็น
ปัญหาที่มีมาแต่อดีต ปัจจุบัน(ปี2540) มีครูช่วยราชการจํานวนมากและช่วยราชการคนละหลาย ๆ ปี ซึ่งนับ
เป็นอุปสรรคสําคัญต่อความเจริญก้าวหน้าของชีวิต ส่งผลกระทบถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ ขวัญ และ
กําลังใจของครู เป็นปัญหาสองทาง ทั้งหน่วยงานต้นสังกัดที่ต้องขาดบุคลากรในการปฏิบัติงาน และ
หน่วยงานที่รับข้าราชการครูมาช่วยราชการซึ่งไม่สามารถสนับสนุความเจริญก้าวหน้าได้เท่าที่ควร
ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการจึงดําเนินการตัดโอนอัตราครูช่วยราชการให้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการและ
เหมาะสม รวมทั้งผู้ที่มีความจําเป็นต้องย้ายติดตามครอบครัวก็จะดําเนินการให้ตามความเป็นจริง
5. การเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกครูแทนการสอบแข่งขัน
การคัดเลือกครูแทนการสอบแข่งขันนับเป็นอีกวิธีการหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งการสอบ
บรรจุข้าราชการครูวิธีเดิมที่ปฏิบัติกันมาทําให้ข้าราชการครูจํานวนมากไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถ
ของตนตรงตามสายงานที่ได้ศึกษามา และในทางกลับกัน โรงเรียนหรือสถานศึกษาก็ไม่สามารถจะได้ครู
มาร่วมงานตามความต้องการของตนเองได้ กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดวิธีการสอบบรรจุครูเสียใหม่
ให้สถานศึกษาคัดเลือกผู้ที่ประสงค์จะมาร่วมทํางานได้โดยตรง เป็นการให้ความยุติธรรมทั้งผู้สมัครเป็น
ครู ผู้ปกครอง และผู้บังคับบัญชาที่จะเลือกผู้ร่วมงานให้ตรงตามที่ท้องถิ่นต้องการ
6. การสร้างขวัญและกําลังใจแก่ข้าราชการครู
แต่เดิมข้าราชการครูจํานวนกว่า 200,000 คนต่างท้อแท้กับอนาคตที่ไม่สามารถเลื่อนระดับ
จากอาจารย์ 2 ระดับ 6 เป็นอาจารย์ 2 ระดับ 7 ได้ เพราะติดเงื่อนไขที่จะต้องจัดทําผลงานทางวิชา
การเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูพิจารณา ทําให้ข้าราชการครูจํานวนมากละทิ้งห้องเรียน เพื่อ
จัดทําผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นผลเสียแก่นักเรียนมากกว่าเป็นผลดี กระทรวงศึกษาธิการจึงได้แก้ไข
ด้วยวิธีการใหม่ ส่งผลให้ข้าราชการครูดังกล่าวสามารถเลื่อนระดับจากอาจารย์ 2 ระดับ 6 เป็นอาจารย์ 2
ระดับ 7 ได้ และได้รับเงินเดือนสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ก่อให้เกิดขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติงานดียิ่งขึ้น
7. การบรรจุครูทดแทนครูเกษียณอายุราชการ
จากนโยบายรัฐบาลเดิมที่จะลดจํานวนข้าราชการ มีผลให้กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถ
บรรจุครูทดแทนอัตราเกษียณอายุได้ ทําให้เกิดปัญหาความขาดแคลนครูจําเป็น อย่างมาก ส่งผล
กระทบถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยตรง ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่กระทรวง
ศึกษาธิการก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้ โดยขณะนี้รัฐบาลอนุมัติให้บรรจุครูทดแทนอัตราที่เกษียณ
อายุได้ โดยนําอัตราของครูที่เกษียณอายุในปีงบประมาณ 2537, 2538, 2539 และ 2540 มาบรรจุ
ข้าราชการครูใหม่ ในปี 2541 กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณเพิ่มเพื่อบรรจุครูใหม่ จํานวน
11,545 อัตราเป็นการแน่นอนแล้ว
8. การเตรียมครูใหม่เข้าสู่วิชาชีพ
ในยุคการปฏิรูปการศึกษานับแต่นี้ต่อไป ผู้ที่เรียนจบปริญญาระดับต่าง ๆ ก่อนที่จะสอบ
บรรจุเป็นครูได้ จะต้องได้รับการฝึกอบรมความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วิชาชีพครู
การฝึกอบรมดังกล่าวนี้ใช้เวลา 1 ปี เมื่อจบหลักสูตรแล้ว และผ่านเกณฑ์การประเมินเข้ารับราชการ
ครู ทางราชการจะเพิ่มค่าวิชาชีพให้
9. การเลื่อนตําแหน่งผู้บริหาร
ในการเลื่อนตําแหน่งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอําเภอ
ผู้อํานวยการประถมศึกษาจังหวัด หัวหน้าการประถมศึกษาอําเภอ ผู้อํานวยการสามัญศึกษาจังหวัดนั้น
คณะกรรมการข้าราชการครูได้มีมติเป็นหลักการว่าจะให้เลื่อนระดับตําแหน่งสู งขึ้น โดยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
ระดับจากตําแหน่งปัจจุบัน ทั้งนี้ จะต้องเสนอผลงานทางวิชาการของแต่ละบุคคล เพื่อพิจารณาการ เลื่อนระดับ
การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา (ปรับปรุง2540) หนังสือ 180 วันในกระทรวงศึกษาธิการ ของ คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล
การปฏิรูปการศึกษาจะสําเร็จหรือล้มเหลวนั้น จุดเริ่มต้นที่สําคัญยิ่งจุดหนึ่งคือครูผู้ทําหน้าที่ใน
การให้การศึกษา ด้วยเหตุนี้ ครูจึงเป็นบุคคลสําคัญยิ่งในการจัดการศึกษาที่จะต้องได้รับการพัฒนาให้
เป็นครูที่มีความรู้ ความคิด และความประพฤติดี เป็นที่ยอมรับนับถือใน ฐานะปูชนียบุคคล เป็นที่ไว้
วางใจของผู้ปกครอง เป็นผู้ร่วมงานที่ดีในสถานศึกษา เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม และเป็นบุคคลที่ไม่มี
ปัญหาส่วนตัวจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพการสอน โดยดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. การพัฒนาวิชาชีพครู
การทําให้ครูเป็นไปตามความคาดหวังของสังคมได้นั้น กระทรวงศึกษาธิการได้จัดให้มีการ
พัฒนาวิชาชีพครูขึ้น ด้วยการจัดให้ครูได้รับการอบรมเพื่อการพัฒนาทั้งความรู้ ความคิด คุณธรรม
จริยธรรมอย่างน้อยคนละ 2 ปีต่อครั้ง เพื่อให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาการเรียนการสอนทั้งในด้านวิสัย
ทัศน์ เทคนิค ทักษะ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อบรมให้ครูทุกคนต้องใช้อุปกรณ์สารสนเทศเป็น ซึ่ง
การพัฒนาครูนั้นจะดําเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ 11 ข้อ และจรรยาบรรณครู
9 ประการ
2. ส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของครู
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการครูซึ่งถือเป็นปัญหาสะสมที่ยังไม่ได้รับการ
แก้ไข คือ ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของครู ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอย่างแน่ชัด
ที่จะให้ครูที่มีหนี้สินต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้มีเงินเดือนเหลือเพื่อใช้จ่ายอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของ
เงินเดือน โดยจะแก้ปัญหาสะสมเกี่ยวกับหนี้สินของครูที่เกิดจากการกู้เงินฉุกเฉิน หรือการกู้เงินประเภท
อื่น ๆ โดยใช้เงินปลดเปลื้องหนี้สินที่รัฐบาลจัดสรรให้จํานวน 500 ล้านบาท เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในระดับ
หนึ่งก่อน
3. การจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตครู
การพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอีกวิธีการหนึ่ง ได้แก่ การจัด
สวัสดิการด้วยการเพิ่มรายได้ให้แก่ครูและลดรายจ่าย โดยกําหนดให้มีการจ่ายค่าตอบแทนการสอนแก่
ครูที่ปฏิบัติงานเกินเกณฑ์กําหนดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาของ
ข้าราชการหน่วยอื่น ๆ
4. การแก้ปัญหาครูช่วยราชการ
การปฏิรูปครูและบุคลากรอีกประการหนึ่ง ได้แก่ การแก้ปัญหาครูช่วยราชการ ซึ่งเป็น
ปัญหาที่มีมาแต่อดีต ปัจจุบัน(ปี2540) มีครูช่วยราชการจํานวนมากและช่วยราชการคนละหลาย ๆ ปี ซึ่งนับ
เป็นอุปสรรคสําคัญต่อความเจริญก้าวหน้าของชีวิต ส่งผลกระทบถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ ขวัญ และ
กําลังใจของครู เป็นปัญหาสองทาง ทั้งหน่วยงานต้นสังกัดที่ต้องขาดบุคลากรในการปฏิบัติงาน และ
หน่วยงานที่รับข้าราชการครูมาช่วยราชการซึ่งไม่สามารถสนับสนุความเจริญก้าวหน้าได้เท่าที่ควร
ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการจึงดําเนินการตัดโอนอัตราครูช่วยราชการให้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการและ
เหมาะสม รวมทั้งผู้ที่มีความจําเป็นต้องย้ายติดตามครอบครัวก็จะดําเนินการให้ตามความเป็นจริง
5. การเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกครูแทนการสอบแข่งขัน
การคัดเลือกครูแทนการสอบแข่งขันนับเป็นอีกวิธีการหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งการสอบ
บรรจุข้าราชการครูวิธีเดิมที่ปฏิบัติกันมาทําให้ข้าราชการครูจํานวนมากไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถ
ของตนตรงตามสายงานที่ได้ศึกษามา และในทางกลับกัน โรงเรียนหรือสถานศึกษาก็ไม่สามารถจะได้ครู
มาร่วมงานตามความต้องการของตนเองได้ กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดวิธีการสอบบรรจุครูเสียใหม่
ให้สถานศึกษาคัดเลือกผู้ที่ประสงค์จะมาร่วมทํางานได้โดยตรง เป็นการให้ความยุติธรรมทั้งผู้สมัครเป็น
ครู ผู้ปกครอง และผู้บังคับบัญชาที่จะเลือกผู้ร่วมงานให้ตรงตามที่ท้องถิ่นต้องการ
6. การสร้างขวัญและกําลังใจแก่ข้าราชการครู
แต่เดิมข้าราชการครูจํานวนกว่า 200,000 คนต่างท้อแท้กับอนาคตที่ไม่สามารถเลื่อนระดับ
จากอาจารย์ 2 ระดับ 6 เป็นอาจารย์ 2 ระดับ 7 ได้ เพราะติดเงื่อนไขที่จะต้องจัดทําผลงานทางวิชา
การเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูพิจารณา ทําให้ข้าราชการครูจํานวนมากละทิ้งห้องเรียน เพื่อ
จัดทําผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นผลเสียแก่นักเรียนมากกว่าเป็นผลดี กระทรวงศึกษาธิการจึงได้แก้ไข
ด้วยวิธีการใหม่ ส่งผลให้ข้าราชการครูดังกล่าวสามารถเลื่อนระดับจากอาจารย์ 2 ระดับ 6 เป็นอาจารย์ 2
ระดับ 7 ได้ และได้รับเงินเดือนสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ก่อให้เกิดขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติงานดียิ่งขึ้น
7. การบรรจุครูทดแทนครูเกษียณอายุราชการ
จากนโยบายรัฐบาลเดิมที่จะลดจํานวนข้าราชการ มีผลให้กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถ
บรรจุครูทดแทนอัตราเกษียณอายุได้ ทําให้เกิดปัญหาความขาดแคลนครูจําเป็น อย่างมาก ส่งผล
กระทบถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยตรง ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่กระทรวง
ศึกษาธิการก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้ โดยขณะนี้รัฐบาลอนุมัติให้บรรจุครูทดแทนอัตราที่เกษียณ
อายุได้ โดยนําอัตราของครูที่เกษียณอายุในปีงบประมาณ 2537, 2538, 2539 และ 2540 มาบรรจุ
ข้าราชการครูใหม่ ในปี 2541 กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณเพิ่มเพื่อบรรจุครูใหม่ จํานวน
11,545 อัตราเป็นการแน่นอนแล้ว
8. การเตรียมครูใหม่เข้าสู่วิชาชีพ
ในยุคการปฏิรูปการศึกษานับแต่นี้ต่อไป ผู้ที่เรียนจบปริญญาระดับต่าง ๆ ก่อนที่จะสอบ
บรรจุเป็นครูได้ จะต้องได้รับการฝึกอบรมความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วิชาชีพครู
การฝึกอบรมดังกล่าวนี้ใช้เวลา 1 ปี เมื่อจบหลักสูตรแล้ว และผ่านเกณฑ์การประเมินเข้ารับราชการ
ครู ทางราชการจะเพิ่มค่าวิชาชีพให้
9. การเลื่อนตําแหน่งผู้บริหาร
ในการเลื่อนตําแหน่งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอําเภอ
ผู้อํานวยการประถมศึกษาจังหวัด หัวหน้าการประถมศึกษาอําเภอ ผู้อํานวยการสามัญศึกษาจังหวัดนั้น
คณะกรรมการข้าราชการครูได้มีมติเป็นหลักการว่าจะให้เลื่อนระดับตําแหน่งสู งขึ้น โดยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
ระดับจากตําแหน่งปัจจุบัน ทั้งนี้ จะต้องเสนอผลงานทางวิชาการของแต่ละบุคคล เพื่อพิจารณาการ เลื่อนระดับ