คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 48
เรื่องต้นน้ำพูดกันเยอะแล้วครับ บ้านเราจริงๆ สมัยก่อนมีการผลักดันเรื่องการทอผ้าจริงจังมากเลยนะครับสมัยที่ยังมีโครงการในพระราชดำริ พวกศูนย์ศิลปาชีพยังอยู่ แต่จากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้น ง่ายๆ เลยพวกเส้นด้ายฝ้ายเนี่ยเราสู้ mass production ไม่ได้เลยจริงๆ ยังไม่นับ OEM ที่ว่ากันเรื่องต้นทุนค่าแรงเลยจริงๆ พวกโรงงาน NIKE , Uniqlo เพราะว่าการตัดเย็บมันเป็น labour intensive จัดๆ แรกๆ ผมเคยคุยกับพวกที่ย้ายไปเวียดนามว่าคุณภาพการผลิตมันไม่ได้จริงๆ ทำมา 10 ไม่ผ่าน 6 แต่หลังๆ คุณภาพเริ่มไม่ค่อยเสียเหมือนเมื่อก่อนแล้วแสดงว่าเค้าพัฒนาคุณภาพแรงงานของเค้าขึ้นมาเยอะแล้วเหมือนกัน
บ้านเราเรียกได้ว่าขาดแคลนแรงงานก็ว่าได้ คนวัยแรงงานเกิดน้อยลงแถมมีการส่งเสริมให้เรียนต่อชั้นปริญญากันมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่ายกเลิกสายอาชีพกันไปเลยทีเดียว ถ้าจำไม่ผิดมีอยู่ยุคหนึ่งที่นโยบายรัฐบาลเป็นแบบนี้ เวลารับงาน OEM เค้าจะมีการประมูลงานด้วยว่าโรงงานไหนรับผลิตอะไรให้เสนอราคาเข้าไป ถ้าราคาแข่งขันได้ยอมรับได้ก็จะได้งานไป หลังๆ ก็มีเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นคู่แข่งแถมแรงงานหายากอีก กลายเป็นต้นทุนสู้ไม่ได้เลยเริ่ม ๆ จางหายไป จริงๆ ก็ไม่แปลกครับ มันเป็น labour intensive แต่ผมมองที่น่ากลัวกว่าคือ พวกศิลปวัฒนธรรมที่เป็นงาน craft มันจะหายไปด้วยเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยสนใจทำกันแล้วเหลือแต่คนรุ่นเก่า ๆ ที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังทำได้ไม่ทันสมัย พูดง่าย ๆคือยังไม่เป็น Global ยังยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมา ทั้งๆ ที่หลายๆ อย่างมันควรจะปรับให้ร่วมสมัยได้แล้วเพื่อตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งทอเช่นเสื้อผ้าไหมกลายเป็นของคนยุค baby boomer แต่ว่าคนรุ่นใหม่กลับไม่สนใจแล้วสุดท้ายมันจะหายไปในที่สุด
บ้านเราเรียกได้ว่าขาดแคลนแรงงานก็ว่าได้ คนวัยแรงงานเกิดน้อยลงแถมมีการส่งเสริมให้เรียนต่อชั้นปริญญากันมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่ายกเลิกสายอาชีพกันไปเลยทีเดียว ถ้าจำไม่ผิดมีอยู่ยุคหนึ่งที่นโยบายรัฐบาลเป็นแบบนี้ เวลารับงาน OEM เค้าจะมีการประมูลงานด้วยว่าโรงงานไหนรับผลิตอะไรให้เสนอราคาเข้าไป ถ้าราคาแข่งขันได้ยอมรับได้ก็จะได้งานไป หลังๆ ก็มีเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นคู่แข่งแถมแรงงานหายากอีก กลายเป็นต้นทุนสู้ไม่ได้เลยเริ่ม ๆ จางหายไป จริงๆ ก็ไม่แปลกครับ มันเป็น labour intensive แต่ผมมองที่น่ากลัวกว่าคือ พวกศิลปวัฒนธรรมที่เป็นงาน craft มันจะหายไปด้วยเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยสนใจทำกันแล้วเหลือแต่คนรุ่นเก่า ๆ ที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังทำได้ไม่ทันสมัย พูดง่าย ๆคือยังไม่เป็น Global ยังยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมา ทั้งๆ ที่หลายๆ อย่างมันควรจะปรับให้ร่วมสมัยได้แล้วเพื่อตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งทอเช่นเสื้อผ้าไหมกลายเป็นของคนยุค baby boomer แต่ว่าคนรุ่นใหม่กลับไม่สนใจแล้วสุดท้ายมันจะหายไปในที่สุด
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
มันจบไปตั้งแต่ FTA ไทยกับจีนเริ่มแล้วครับ ที่บ้านผมก็เคยทำโรงงานทอผ้าขนหนู ก็ปิดไปช่วงนั้นเหมือนกัน ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ค่าแรงครับ เพราะค่าแรงที่จีนแพงกว่าไทยด้วยซ้ำ จีนสมัยนั้นใครส่งออก รัฐบาลจีนมีสนับสนุนให้เยอะมาก เรียกว่าขายเท่าทุนก็ยังมีกำไร ของที่เอาเข้ามาขายราคาขายถูกกว่าต้นทุนในไทยด้วยซ้ำ ถ้าอยากแข่งต้องลงทุนเพิ่ม เป็นออโต้ทั้งหมดแล้วขยับไปผลิตของตลาดบน เพราะตลาดล่างสู้ไม่ไหว แต่ก็อีก ลงทุนอีกเยอะกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ความเสี่ยงเยอะเกิน สุดท้ายปิดดีกว่า
ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ตลอด เพียงแต่เริ่มมีผู้เล่นใหม่ขึ้นมามากขึ้น เช่น บังคลาเทศ เวียตนาม ฯลฯ คงยากครับที่จะกลับไปแบบเก่า ขนาด Nike ที่เคยมีบริษัทนันยางผลิตผ้า dryfit ให้คนเดียว ปีละหลายร้อยล้านเหรียญ สุดท้ายก็ยังต้องโดนแบ่งเค้กไปเหมือนกัน
ตอนนี้เห็นกระแสเรื่องสินค้านำเข้าจากจีนแล้วก็ได้แต่สงสารตัวเอง ที่มีข้าราชการโง่ๆ นักการเมืองโง่ๆ ที่ปล่อยให้เละเทะขนาดนี้ เรามี FTA กับจีน แต่จีนจะมี NTB ตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษีมาใช้กับสินค้านำเข้า แต่หันมาดูเรา แม้แต่ VAT ยังไม่คิดเขา แล้วผู้ประกอบการไทยจะเอาอะไรไปสู้ สินค้าเครื่องใช้ที่ต้องมี มอก ภาคบังคับ มาจากจีนไม่ต้องตรวจอะไรเลย ขายกันสนุกเลย ใช้ๆไปไฟไหม้บ้านก็ตัวใครตัวมัน
กลับมาตอบ จขกท ครับว่าคงไม่มีทางเกิดขึ้นแล้วครับสำหรับเสือป่วยตัวนี้
ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ตลอด เพียงแต่เริ่มมีผู้เล่นใหม่ขึ้นมามากขึ้น เช่น บังคลาเทศ เวียตนาม ฯลฯ คงยากครับที่จะกลับไปแบบเก่า ขนาด Nike ที่เคยมีบริษัทนันยางผลิตผ้า dryfit ให้คนเดียว ปีละหลายร้อยล้านเหรียญ สุดท้ายก็ยังต้องโดนแบ่งเค้กไปเหมือนกัน
ตอนนี้เห็นกระแสเรื่องสินค้านำเข้าจากจีนแล้วก็ได้แต่สงสารตัวเอง ที่มีข้าราชการโง่ๆ นักการเมืองโง่ๆ ที่ปล่อยให้เละเทะขนาดนี้ เรามี FTA กับจีน แต่จีนจะมี NTB ตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษีมาใช้กับสินค้านำเข้า แต่หันมาดูเรา แม้แต่ VAT ยังไม่คิดเขา แล้วผู้ประกอบการไทยจะเอาอะไรไปสู้ สินค้าเครื่องใช้ที่ต้องมี มอก ภาคบังคับ มาจากจีนไม่ต้องตรวจอะไรเลย ขายกันสนุกเลย ใช้ๆไปไฟไหม้บ้านก็ตัวใครตัวมัน
กลับมาตอบ จขกท ครับว่าคงไม่มีทางเกิดขึ้นแล้วครับสำหรับเสือป่วยตัวนี้
แสดงความคิดเห็น
ทำไมธุรกิจสิ่งทอไทยถึงตกต่ำได้ขนาดนี้ครับ?จ
แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเรายังไม่ฟื้นในกลุ่มธุรกิจนี้เสียที
ไทยเรายังเคยได้เป็นมือปืนรับจ้างผลิต
เคยเป็นแหล่งโรงทอผ้าอันดับต้นๆของโลก ตั้งแต่ผ้าดิบยันผ้าไหม
เป็นแหล่งรวมวัตถุดิบที่ดีอันดับแรกๆที่ทั่วโลกวางใจ
แต่ปัจจุบันเราแทบไม่มีโรงงานทอผ้าใหญ่ๆ โรงงานเย็บ โรงงานผลิตสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มมากมายอีกแล้ว
ถ้าเรื่องค่าแรงผมพอเข้าใจได้บ้าง ว่าเราแพงกว่าอีกหลายชาติที่กำลังรับทำงานที่เราเคยทำ NIKE REEBOK LEVI'S ABERCROMBIE GAP -- พวกนี้ไม่มองไทยละ อันนี้เข้าใจได้ บังคลาเทศ แคมโบเดีย เวียดนาม เอาไปรับประทานหมด
แต่ เรายังนำเข้าถุงเท้า รองเท้า เครื่องนุ่งห่มจากเกาหลี จีน อีกเยอะมากๆๆๆๆๆๆก.ไก่ล้านตัว ทั้งที่เราสามารถทำเองได้ในราคาที่น่าจะถูกกว่า<-- อันนี้ผมคิดเองนะ อาจจะผิด เพราะคิดจากค่าแรง"เฉลี่ย" เราก็ยังถูกกว่า จีน เกาหลี และอีกหลายชาติที่ผลิตเสื้อผ้าสิ่งทอ
ทำไมเราไม่สามารถกลับไปเป็นเสือตัวใหญ่ในธุรกิจนี้ได้สักที ?
หรือไม่มีใครอยากทำแล้ว?