แต่ก่อนขายเป็นกระป๋อง เจาะ 2 รู ด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นรูใหญ่รูเดียว
ซักพักมาเป็นหลอด แบบโฟมล้างหน้า น่ารักดี มดไม่ขึ้น
ต่อมา เจอเป็นถุง เท่าน้ำยาปรับผ้านุ่มถุงใหญ่เลย 2 กิโล เห้ย แล้วคือเป็นลังๆ ก็หมด หมดไวมาก
มันข้นนะพี่ ถ้าเจือจางจะไม่ว่า พี่กินช้าๆก็ได้ เขาทำให้ข้นแล้ววว ซดเป็นน้ำเลยยยยย
ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ขนาดของบรรจุภัณฑ์จะใหญ่ขึ้นอีกแค่ใหนหรือลำดับก่อนหลังว่า จขกท ไปเห็นอะไรมา
ประเด็นอยู่ที่ อัตราการบริโภค เหมือนจะสูงขึ้นนะ
ระบบสาธารณะสุขเราต้องรับมือกับโรคภัยที่มาจากการทานชา น้ำหวาน บราๆๆใดๆ อันมหาศาล ที่ผลลัพธ์ไปโผล่ที่ รพ
ทั้งๆที่คนเหล่านั้นก็สุขภาพดีได้ เขาไม่ได้โชคร้ายเกิดมาพร้อม NCDs ซะหน่อย
กลับกัน บริษัท ก็นับแต่ผลกำไรที่มากขึ้นๆ ๆ ๆ
เข้าใจว่ามีภาษีความหวาน แต่หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยเพื่ออะไร ??????????????
พออาการดีขึ้น ก็จัดหนัก จัดเต็มอีก บริษัทก็ผลิตๆๆๆๆๆ จนบริษัทกระป๋องผลิตกระป๋อง ป้อนไม่ทันสายการผลิต >>> ออกเป็นถุง แ ม ง เลย
มันจะไปจบที่ตรงใหน
หลายท่านอาจสงสัยว่า
จขกท ถามให้ได้อะไร ???
ขอโทษจริงๆครับ มันสงสัย พอโตแล้วเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวได้ มันย้อนแย้งอะครับ เราสู้กับอะไรอยู่
พอไปถามโรงงาน>>>โรงงานก็บอกว่า ช่วยไม่ได้ ผมไม่ได้บังคับให้ใครซื้อ เขามาซื้อเอง ให้ผมทำไง ลดกำลังการผลิต คนอื่นก็มาแย่งตรงนี้อยู่ดี
พอไปถามผู้บริโภค>>>พี่อย่าทานเยอะได้มั้ย เดี๋ยวอ้วน เบาหวาน ความดันนะ ก็โดนสวน อย่าเสือ0ค่ะ ตังกุมั้ย
พอไปถาม รพ .>>>ยังไงๆก็ต้องรักษาาาา จะให้เขานอนตายหน้า รพ. หรออ
เห้ย นี่มัน งูกินหาง
ขอโทษในความอ่อนต่อโลกของผมด้วยนะครับ ที่เพิ่งมารู้ความไม่สมเหตุสมผลตรงนี้ ก็นึกว่าพอโตแล้ว จะเจอแต่เรื่องที่มีเหตุผลมากขึ้น
ถ้าใครคิดแบบนี้ ให้หนีปายยยยยยยยยยยยยยยยย
#หมอพยาบาลเหนื่อยเพื่ออะไร???
นมข้นหวานยี่ห้อดัง เขาขายเป็นถุงใหญ่มาก ที่ 7-11 ขายดีมาก มากๆๆๆ จนสงสัย ว่าระบบสาธารณสุขเราทำงานหนักเพื่ออะไร???
ซักพักมาเป็นหลอด แบบโฟมล้างหน้า น่ารักดี มดไม่ขึ้น
ต่อมา เจอเป็นถุง เท่าน้ำยาปรับผ้านุ่มถุงใหญ่เลย 2 กิโล เห้ย แล้วคือเป็นลังๆ ก็หมด หมดไวมาก มันข้นนะพี่ ถ้าเจือจางจะไม่ว่า พี่กินช้าๆก็ได้ เขาทำให้ข้นแล้ววว ซดเป็นน้ำเลยยยยย
ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ขนาดของบรรจุภัณฑ์จะใหญ่ขึ้นอีกแค่ใหนหรือลำดับก่อนหลังว่า จขกท ไปเห็นอะไรมา
ประเด็นอยู่ที่ อัตราการบริโภค เหมือนจะสูงขึ้นนะ
ระบบสาธารณะสุขเราต้องรับมือกับโรคภัยที่มาจากการทานชา น้ำหวาน บราๆๆใดๆ อันมหาศาล ที่ผลลัพธ์ไปโผล่ที่ รพ
ทั้งๆที่คนเหล่านั้นก็สุขภาพดีได้ เขาไม่ได้โชคร้ายเกิดมาพร้อม NCDs ซะหน่อย
กลับกัน บริษัท ก็นับแต่ผลกำไรที่มากขึ้นๆ ๆ ๆ
เข้าใจว่ามีภาษีความหวาน แต่หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยเพื่ออะไร ??????????????
พออาการดีขึ้น ก็จัดหนัก จัดเต็มอีก บริษัทก็ผลิตๆๆๆๆๆ จนบริษัทกระป๋องผลิตกระป๋อง ป้อนไม่ทันสายการผลิต >>> ออกเป็นถุง แ ม ง เลย
มันจะไปจบที่ตรงใหน
หลายท่านอาจสงสัยว่า จขกท ถามให้ได้อะไร ???
ขอโทษจริงๆครับ มันสงสัย พอโตแล้วเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวได้ มันย้อนแย้งอะครับ เราสู้กับอะไรอยู่
พอไปถามโรงงาน>>>โรงงานก็บอกว่า ช่วยไม่ได้ ผมไม่ได้บังคับให้ใครซื้อ เขามาซื้อเอง ให้ผมทำไง ลดกำลังการผลิต คนอื่นก็มาแย่งตรงนี้อยู่ดี
พอไปถามผู้บริโภค>>>พี่อย่าทานเยอะได้มั้ย เดี๋ยวอ้วน เบาหวาน ความดันนะ ก็โดนสวน อย่าเสือ0ค่ะ ตังกุมั้ย
พอไปถาม รพ .>>>ยังไงๆก็ต้องรักษาาาา จะให้เขานอนตายหน้า รพ. หรออ
เห้ย นี่มัน งูกินหาง
ขอโทษในความอ่อนต่อโลกของผมด้วยนะครับ ที่เพิ่งมารู้ความไม่สมเหตุสมผลตรงนี้ ก็นึกว่าพอโตแล้ว จะเจอแต่เรื่องที่มีเหตุผลมากขึ้น
ถ้าใครคิดแบบนี้ ให้หนีปายยยยยยยยยยยยยยยยย
#หมอพยาบาลเหนื่อยเพื่ออะไร???